‘Startup เพื่อสังคม’ หานักลงทุนยากจริงเหรอ?! จากปากของ Local Alike

จะดีแค่ไหนหากการไปเที่ยวของเราในแต่ละครั้งได้รับมากกว่าอากาศที่บริสุทธิ์และความทรงจำที่มีคุณค่า แต่รายังได้ช่วยเหลือชุมชนแห่งนั้นไปในตัว

พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้วิถีชีวิต ได้สัมผัสกับเรื่องราวที่เล่าขานอย่างใกล้ชิด และได้ดำเนินชีวิตไปพร้อม ๆ กับคนในชุมชนนั้นด้วย แค่คิดก็สนุกแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ซึ่งวันนี้เราได้อยู่กับผู้ก่อตั้ง Local Alike Startup ที่มีทุกอย่างที่เราได้กล่าวไป คุณสมศักดิ์ บุญคำ หรือ คุณไผ นั่นเอง

Local Alike คืออะไรกันแน่…

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ Startup Idol ในวันนี้กันก่อน ซึ่ง Local Alike นี้เป็น Startup ที่จะเข้ามาช่วยเหลือชุมชนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พัฒนาชุมชน ให้สามารถจัดการการท่องเที่ยวของพื้นที่ตัวเองได้ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากองค์กรอื่น ๆ และเชื่อมต่อให้กับตลาดนักท่องเที่ยวที่สนใจ และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ “เป้าหมายของเราคือการทำธุรกิจที่ช่วยให้ชาวบ้านจัดการตัวเองได้ในเรื่องของท่องเที่ยวระยะยาว ซึ่งเราทำอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน บริษัททัวร์ของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เรามีตัว Market Place ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมให้ชาวบ้านสามารถจัดการตัวเองได้กับนักท่องเที่ยวโดยตรง และเรายังช่วยชุมชนที่ยังไม่พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวได้มีทักษะเป็นของตัวเอง พร้อมจะรับนักท่องเที่ยวเข้ามา”

ปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครสนใจ Local Alike จึงทำเอง

กิจกรรมเพื่อสังคมทุกสิ่งมันเริ่มจากการที่ คนบางคนที่มีใจรักจริงในสิ่งนั้นได้มองเห็นถึงปัญหาบางอย่าง และพร้อมจะลงมือแก้ไขมัน ซึ่ง Local Alike ก็เช่นเดียวกัน “เราไม่ได้สร้างมาเพื่อที่จะหาทาง Exit หรือเพื่อขายเอากำไร เหมือน Startup ส่วนใหญ่ ปัญหาของประเทศไทยคือรายได้จากการท่องเที่ยวเยอะมากแต่ไม่กระจายเข้าสู่เจ้าของพื้นที่ มันสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศเรา ชุมชนเองก็เข้าถึงตลาดได้น้อยมากเพราะหานักท่องเที่ยวเองไม่ได้ ถูกจัดการเบ็ดเสร็จจากบริษัททัวร์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิด Local Alike ขึ้นมา”

และด้วยความหวังดีต่อชุมชนแหล่งท่องเที่ยว ความหวังดีต่อประเทศอย่างแท้จริง ทำให้ทัวร์ของ Local Alike แตกต่างจากทัวร์อื่น ๆ โดยสิ้นเชิง ทัวร์ปกติจะขายอีโค่ทัวร์คือ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่เค้าอาจจะไม่ได้ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดคำถามที่ว่า “ชุมชนได้ผลประโยชน์จริงหรือเปล่าจากการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น?” หรือแค่ถูกจ้างเพื่อให้อำนวยความสะดวกเท่านั้น ทัวร์ส่วนมากจะไม่ยอมขายท่องเที่ยวชุมชนเพราะไม่มั่นใจว่าชุมชนปลอดภัย ชุมชนสะอาด มันไม่แฟร์กับชุมชน ทัวร์ของ Local Alike จึงเป็นทัวร์ที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไกด์พาทัวร์ต้องเป็นคนในชุมชน ซึ่ง Local Alike ก็จะลงไปทำงานด้วยในฐานะพี่เลี้ยง และรายได้จากโมเดลนี้คือ ชาวบ้านได้ไปเต็ม ๆ  60- 70%  ซึ่งถ้าชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้น เขาก็สมควรที่จะได้รับค่าบริการมากขึ้น ขณะที่ทัวร์อื่น ๆ ที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว  ชาวบ้านได้ไม่ถึง 50% แน่นอน บางรายรายได้ไม่ตกถึงชุมชนเลยด้วยซ้ำ

นักลงทุนสนใจแต่จะสร้างกำไร Local Alike สนใจพัฒนาชุมชน

แต่เพราะเป็น Startup ที่ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง รูปแบบธุรกิจจึงไม่ใช่การหากำไรให้ตัวเองโดยตรง ขัดกับความต้องการของนักลงทุนส่วนมาก ทำให้การหาทุนเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยากที่สุดสำหรับ Local Alike “เราต่างกับบริษัทอื่นที่เค้าแสวงหากำไรที่เค้าถูกใจนักลงทุน เราอยู่ระหว่างกลาง เราต้องสร้างรายได้ให้ได้และกำไรที่ได้มาไม่ใช่ว่าจะกลับไปหานักลงทุนทั้งหมด มากกว่า 50% ของกำไรเราต้องเอากลับไปแก้ปัญหาอีก นักลงทุนจะได้ส่วนแบ่งจากกำไรจำนวนหนึ่งเท่านั้นเอง การหานักลงทุนที่ลงทุนในกิจการเพื่อสังคมจริง ๆ ก็ถือว่ายากถ้าเทียบกับ Startup ปกติ”

เลือกเวที Pitching และทำ Marketing ให้เหมาะสม

การจะหานักลงทุนที่เข้าใจและมีแนวคิดในธุรกิจแบบเดียวกันมาร่วมงานได้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับธุรกิจเพื่อสังคมอย่าง Local Alike ด้วย ดังนั้นการจะไปพิทชิ่งในแต่ละเวทีก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง “ช่วงแรก ๆ เราคุยกับนักลงทุนหลายรายก็ไม่ค่อยมีคนสนใจ เราก็เลือกใหม่ ส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดเฉพาะที่เค้าเปิดรับกิจการเพื่อสังคม ซึ่งเราก็ชนะมาหลายรางวัล หลายรายการเหมือนกันในด้านสังคม ถ้าเราไม่เลือกเวทีที่เข้ากับธุรกิจของเราเองมันก็จะเสียเวลาทั้งเค้าทั้งเราด้วย”

นอกจากเรื่องของความเหมาะสมในการเลือกเวทีพิทชิ่งแล้ว เรื่องของการตลาดก็เช่นกัน “วิธีที่ดีที่สุดในการดึงลูกค้าให้เป็นที่รู้จักของเราคือ การบอกปากต่อปาก เพราะตลาดนี้คือคนที่จะไปต้องเป็นคนที่อยากไปจริง ๆ อยากไปเที่ยวแบบนี้จริง ๆ อยากศึกษาวิถีชีวิตจริง ๆ เราทำการตลาดออนไลน์น้อยมาก เพราะรู้สึกว่าทำไปก็ไม่น่าได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่ม”

ความแตกต่างอย่างเหนือชั้นที่ Local Alike มอบให้

การไปทัวร์ของ Local Alike จะแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ ทัวร์ของพวกเค้าต้องไปแล้วได้ความรู้ ไปศึกษาวิถีชีวิต ไปสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กับคนใหม่ ๆ เช่น ส่วนมากไปเชียงใหม่ ทัวร์ทั่วไปก็ไปถ่ายรูปวัดอย่างเดียว ไม่เคยสนใจชุมชนข้างวัดว่าเค้ามีเรื่องเล่าอย่างไร วัดนี้เป็นมาอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วมันดีกว่าการไปอ่านป้ายวัดอีก นี่คือสิ่งที่ Local Alike ทำ “คุณไปเที่ยวชุมชนข้างวัดดีกว่ามั้ย แล้วคุณจะรู้ว่าชุมชนข้างวัดเค้าทำอะไรบ้างเพื่อให้วัดได้เป็นวัดอย่างทุกวันนี้”
ไม่มีศัตรูหรือคู่แข่ง ในการพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น

อีกหนึ่งความประทับใจในการสัมภาษณ์คุณไผแห่ง Local Alike ผู้ลงทุนลงแรงเพื่อหวังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการท่องเที่ยวในประเทศไทยก็คือ การมองคนในสายธุรกิจเดียวกัน (คู่แข่ง) เป็นเพื่อนที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน “เราอยากจะเห็นแบบนี้มากขึ้น เพราะยิ่งเยอะก็ยิ่งเป็นผลดีกับประเทศ จริง ๆ ก็มีบริษัททัวร์หลายแห่งเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของ Local Alike ตอนนี้เค้าก็กำลังโลดแล่นอยู่ในตลาดนี้ ซึ่งเราเห็นเราก็รู้สึกดี เราโอเค เพราะเราไม่ได้ต้องการสร้างธุรกิจมาเพื่อเป็นอันดับหนึ่งหรือทำคนเดียว เราอยากแสดงให้เห็นว่ามันทำได้ และอยากให้ทุกคนช่วยกันทำ”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

info_social-media32_v36

แสดงความคิดเห็น