รัฐบาลร่วมมือกับ “อาลีบาบา” พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ SME

กระทรวงพาณิชย์กับบริษัทอาลีบาบา ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจโดยเฉพาะ SME ซึ่งการเซ็นลงนามครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงโรดโชว์สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 7-12 ธันวาคม 2559

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ บอกว่า การลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือระหว่างไทยกับอาลีบาบา มี 4 ด้าน โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (คือปี 2560)

ด้านแรก คือ การส่งเสริมความเข้มแข็งของเอสเอ็มอี มุ่งเสริมสร้างความรู้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ให้แก่เอสเอ็มอีไทยจำนวน 3 หมื่นราย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับฐานราก และผู้ประกอบการขนาดกลาง โดยคาดหวังว่าภายใน 1 ปีจะมี เอสเอ็มอี ที่ได้รับการพัฒนาทำการค้าผ่านออนไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นราย

ด้านที่ 2 อาลีบาบา จะร่วมให้การสนับสนุนอบรมบุคลากรจำนวน 1 หมื่นรายเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี และผลักดัน แอพพลิเคชั่น ที่ผลิตขึ้นโดยกลุ่มนี้สู่ตลาดจีนผ่านอาลีบาบา และจะอบรมเทรนเนอร์ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วย เอสเอ็มอี ขายของในออนไลน์อีก 2 พันราย

ด้านที่ 3 การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนในประเทศไทย โดย อาลีบาบา และลาซาด้า จะให้คำแนะนำกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการขยายระบบเตรียมการฝากส่งสินค้าในประเทศผ่านแอพพลิเคชั่น ฟอร์มโพสต์ ให้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกจังหวัด

ด้านที่ 4 การดึง อาลีบาบา กรุ๊ป มาพิจารณาโอกาสการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) พร้อมทั้งพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านดิจิทัลของอาเซียน

นายสมคิด บอกว่า ความร่วมมือกับอาลีบาบาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะ อาลีบาบา เป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ แต่เป็นเพราะมีความสามารถในการสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งหาก อาลีบาบา สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทยก็ควรเข้าไปลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ที่มีความพร้อมสูง และสอดคล้องกับ นโยบายวันเบลท์วันโรด ของรัฐบาลจีน

ขณะที่ แจ๊ค หม่า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป บอกว่า การหารือกับนายสมคิด ได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างไทย-จีน

แสดงความคิดเห็น