เมียนมาขาดดุล เร่งส่งออก ลดนำเข้า

ทั้งนักลงทุน หอการค้า เรียกร้องเมียนมาปรับกลยุทธ์ประเทศ เร่งดันส่งออกให้พุ่ง ลดนำเข้าลงหน่อย หลังจากผงะ ! พบตัวเลขขาดดุลหลุดลุ่ย รีบกู้วิกฤติ โปรยยาหอมนักลงทุนต่างชาติให้แห่มาลงทุน

แหล่งข่าวในกลุ่มนักลงทุน เปิดเผยว่า “แม้ว่าเมียนมาจะสนับสนุนให้เกิดการค้าการทุนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังพบว่าขาดดุลการค้าอยู่ค่อนข้างสูง รัฐบาลจึงต้องลดปัญหานี้ที่มีสะสมมานาน ด้วยการเร่งส่งออกให้เร็วและจำนวนมากขึ้น”
Zaw Min Win ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา เปิดเผยว่า “อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งข้อจำกัดในด้านกฎหมายการค้าและการผลิต ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะให้บรรลุป้าหมายหรือเติบโตขึ้นตามเป้าหมายของรัฐบาล”

ในปี 2015-2016 พบว่า มูลค่าการค้าของเมียนมีอยู่ราว 27.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราว 988 พันล้านบาท) แต่เมียนมาส่งออกได้เพียง 11.1 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ส่วนในปี 2016-2017 ช่วงวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวเลขมูลค่าการค้าอยู่ที่ 16.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการส่งออกมีอยู่เพียง 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นเอง

Zaw Min Win ยังเปิดเผยอีกว่า “ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมานั้น ค่าเงินจ๊าดของเมียนมาอ่อนค่าลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับดอลลาร์ของสหรัฐ สาเหตุก็เพราะมูลค่าการส่งออกลดลง ขณะที่นำเข้ากลับเพิ่มสูงขึ้น จึงส่งผลให้เมียนมาเราเลยขาดดุล รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติก็ไม่ค่อยมาลงทุนมากสักเท่าไหร่ด้วย ส่วนปัจจัยภายนอกที่มีก็เช่น หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเลย ตรงข้ามกับค่าเงินจ๊าดของเรา ทำให้นักค้าเงินเริ่มเก็งกำไรค่าเงินดอลลาร์กันเยอะ ซึ่งผมว่าเป็นวิธีการที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่สำหรับเรา และอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ การค้าชายแดนเริ่มชะลอตัวลงด้วย”

เขาเปิดเผยทิ้งท้ายว่า “ถ้าต้องการจะพลิกฟื้นสถานการณ์ให้ดีขึ้นมาได้ ต้องรีบแก้ไขที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้มีเสถียรภาพมากขึ้น และขอให้ชาวเมียนมาที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ส่งเงินกลับประเทศด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย เมื่อเงินกลับเข้าเมียนมามากขึ้น จะมีส่วนช่วยทำให้การเก็งกำไรในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้นลดน้อยลง วิธีแก้ต่อมาก็คือ เร่งเพิ่มปริมาณการส่งออกให้มากขึ้นเสียที และลดการนำเข้าลงด้วย จึงจะทำให้สถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนี้ กลับพลิกฟื้นขึ้นมาได้”

แสดงความคิดเห็น