มาดูเทรนด์ธุรกิจและเทคโนโลยีปี 2022 กัน แต่ละอย่างล้ำมาก!!!

นี่ก็ใกล้ปีใหม่เข้าไปทุกที 2016 กำลังจะผ่านไป 2017 กำลังจะเข้ามา หลาย ๆ คนก็คงได้ศึกษาเทรนด์ในปีหน้ากันมาเรียบร้อยแล้ว

แต่แค่ 2017 มันจะไปพออะไร จะศึกษาทั้งทีเราข้ามไปดูถึง 2022 กันเลยดีกว่า จะได้ปรับตัวล่วงหน้าได้ไวกว่าคนอื่น ซึ่งในงาน Gartner Symposium/ITxpo ทาง Gartner ก็ได้ออกมาทำนาย เทรนด์ธุรกิจและเทคโนโลยีตั้งแต่ 2017 จนถึง 2022 เรียกได้ว่าล่วงหน้า 5 ปีกันเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละอย่างจะเป็นยังไง ตามไปดูกันเลย

1. ปี 2019 แบรนด์ใหญ่เลิกพัฒนาแอปพลิเคชั่น
พอถึงช่วงปี 2019 แบรนด์ดัง ๆ จะเริ่มรู้แล้วว่าการทำแอปพลิเคชั่นลงบนสมาร์ทโฟนมันไม่ค่อยคุ้มอย่างที่คิด เพราะในอนาคตจะมีวิธีการใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และทำการตลาดให้ยุ่งยากเหมือนสร้างแอปพลิเคชั่น ทำให้สุดท้ายแบรนด์เหล่านั้นก็หยุดพัฒนาแอปพลิเคชั่นไปโดยปริยาย

2. ตัวต้นแบบทั้งหมดต้องลงเงินมากกว่าเดิมถึง 7 เท่าในปี 2019
เป็นที่รู้กันดีว่าในการสร้างตัวต้นแบบอะไรสักอย่างขึ้นมา งบที่เราวางไว้ย่อมไม่สามารถคุมได้อยู่เหมือนที่คิดแน่นอน และการลงทุนต่าง ๆ ก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ยิ่งกับการพัฒนาอะไรสักชิ้นที่ยังไม่เคยมีบนโลกนี้ขึ้นมายิ่งต้องใช้เงินอัดฉีดสูงเข้าไปใหญ่ ทำให้การลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมของแต่ละองค์กรต้องเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าเลยทีเดียว

3. ปี 2020 จะมีคนซื้อของผ่าน Augmented Reality กว่า 100 ล้านคน
Augmented Reality ก็คือ เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า AR นั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้จะกลายเป็นที่นิยมแน่นอนในปี 2020 เพราะร้านค้าต่าง ๆ หรือแบรนด์ดัง ๆ สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่ลูกค้าได้ผ่านช่องทางทางสมาร์ทโฟน ซึ่งเทคโนโลยี AR เปรียบเสมือนประตูเชื่อมโลกดิจิทัลและโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน สร้าง Engagement ผ่านข้อความ รูปภาพ และวิดิโอได้อย่างลงตัว ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่ามันจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรายังไง คลิปนี้มีคำตอบ

4. ปี 2020 หน้าจอโทรศัพท์แทบจะหมดความหมาย เพราะคนใช้งานผ่านคำสั่งเสียง
อย่างทุกวันนี้เราก็จะมีโอกาสได้เห็นเทคโนโลยีตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เช่นการพูดเพื่อให้สมาร์ทโฟนพิมพ์ตาม เหมือนอย่างที่คนเล่นไลน์หลาย ๆ คนชอบทำ ซึ่งตรงนี้เองที่ในอนาคตจะถูกยกระดับให้สะดวกสบายมากขึ้น เป็นต้นแบบของ Voice First Interaction สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องคอยมองหน้าจอเหมือนทุกวันนี้

5. ปี 2020 คนกว่า 1,000 ล้านคน จะทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ระบบอัลกอริธึ่มที่วิเคราะห์ข้อมูลของคนแต่ละคนในปี 2020 จะก้าวล้ำนำหน้าไปไกลมาก มีการนำจิตวิทยา ประสาทวิทยา และความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาลงไป ทำให้มันเข้าใจได้ว่าอารมณ์ของคนคนนั้นเป็นยังไง ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าคนเราเหนื่อยหรือมีอารมณ์ไม่ดี ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจต่าง ๆ และการทำงานได้ ซึ่งอัลกอริธึ่มในอนาคตก็จะเข้ามาแจ้งเตือนและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้มีความสุขและง่ายมากขึ้นนั่นเอง

6. Fitness Tracker เข้ามาลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของพนักงานกว่า 40% ในปี 2020
จากที่เห็นว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพนี่มาแรงแซงทุกโค้งจริง ๆ ทำให้ในปี 2020 มีการคาดการณ์ไว้ว่าทุกบริษัทจะมีตำแหน่ง Fitness Program Manager เพิ่มขึ้นมา เพื่อติดตามสุขภาพของพนักงาน ช่วยระมัดระวังความเสี่ยงทางสุขภาพของพนักงานแต่ละคน

7. ปี 2021 Google, Apple, Facebook, Amazon, Baidu, Alibaba และ Tencent จะเข้ามาในชีวิตทุกคน
หลังจากที่โลกเราเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ในปี 2021 ผู้พัฒนาเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google, Apple, Facebook, Amazon, Baidu, Alibaba และ Tencent จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตรามากขึ้น หลบไปทางไหนก็ไม่พ้น 7 ยักษ์ใหญ่นี้แน่นอน

8. ปี 2022 IoT จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลงถึง 1 ล้านล้านเหรียญ
IoT เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โลกปัจจุบันให้ความสนใจ ซึ่งในอนาคตมันจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวตั้งแต่ 10 ปี ถึง 20 ปี ได้อย่างมหาศาล ด้วยระบบที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ได้ประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ดูว่าจะตัดส่วนไหนที่ไม่สำคัญทิ้งไป เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

9. 2022 จะเป็นปีของ Blockchain
ตอนนี้คำว่า Blockchain เริ่มเป็นที่หนาหูของคนส่วนมากกันแล้ว ซึ่งอีกหน่อยมันจะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการโอนเงินหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ เลยล่ะ เนื่องจากเราสามารถเช็กทุกอย่างได้ในทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ มีระบบที่โปร่งใส ทำให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีตัวนี้ และในอนาคตเม็ดเงินการลงทุนของธุรกิจที่ใช้ Blockchain เป็นหลักจะมากถึง 10,000 ล้าน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น