ลาเต้อาร์ต เส้นศิลป์บนฟองนม

เพราะศิลปะช่วยสร้างสรรค์ชีวิตและสร้างความสุขให้แก่ผู้คน จึงเป็นที่มาที่ทำให้มีการนำเอาศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องกับบุคคลทั่วไปและชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ใช่จำเพาะอยู่แต่กลุ่มศิลปินหรือผู้หลงใหลในงานศิลป์

เฉกเช่นเดียวกับการดื่มกาแฟ นอกจากจะเพื่อแก้ง่วงแล้ว กาแฟยังเป็นเครื่องเพิ่มสุนทรียรสและกลิ่นหอมอันเย้ายวนชวนดื่มอีกด้วย

หากผสมผสานศาสตร์และศิลป์ของการชงกาแฟให้เอร็ดอร่อย มีรสชาติกลมกล่อม กับศิลปะความสวยงามของรูปภาพเข้าไปบนผืนฟองอันเนียนนุ่มก็จะยิ่งชวนหลงใหลในกาแฟถ้วยนั้นมากขึ้น

Barista หรือคนชงกาแฟ ในปัจจุบันจึงต้องพัฒนาฝีมือจากศิลปะการชงแต่เพียงอย่างเดียวไปเป็นศิลปะในการวาดเส้นศิลป์บนฟองนมอีกด้วย ซึ่งศิลปะประเภทนี้เรียกกันว่า ลาเต้ อาร์ต

ลาเต้ มาจากภาษาอิตาลี แปลว่า นม แต่โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะเข้าใจกันว่าเป็นชื่อของกาแฟใส่นม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกาแฟใส่นมมีชื่อเต็มว่า Caffe e Latte

ดังนั้น ลาเต้ อาร์ต ก็คือ ศิลปะบนฟองนม ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมการทานกาแฟนั่นเอง

เนื่องจากอิตาลีเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยศิลปินผู้มีศิลปะอยู่ในหัวใจ จึงก่อกำเนิด Barista ที่มีไอเดียบรรเจิดในการสร้างเส้นศิลป์ลงบนฟองนมขึ้น และ ลาเต้ อาร์ต ได้กลายเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

การทำลาเต้ อาร์ต นั้น โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 วิธีหลัก ๆ คือ การเท (Free Hand Pour) การวาด (Dragging) และการผสมผสานทั้งการเทและการวาดเข้าด้วยกันซึ่งเป็นเทคนิคที่ยากที่สุด  ต้องอาศัยความชำนาญและความรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กาแฟเย็นก่อนที่จะเสิร์ฟถึงมือผู้ดื่ม

การทำลาเต้ อาร์ต สำหรับคนดื่มกาแฟแล้ว อาจจะเป็นแค่ความสวยงาม ตื่นตาตื่นใจและทำให้กาแฟชวนดื่มมากขึ้น แต่สำหรับ Barista มันถือเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยฝีมือและเทคนิคส่วนตัวเฉพาะของแต่ละคนที่ทำให้รูป ๆ เดียวกัน ลายเดียวกัน แต่ภาพความงดงามกลับออกมาแตกต่างกัน

และหากต้องการให้ลาเต้ อาร์ต ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง Barista ยังต้องคำนึงถึงการชงกาแฟเอสเปรสโซให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ได้โฟมกาแฟที่หนา มีสีสันสวยงาม รวมทั้งมีฟองนมที่เนียนนุ่ม และน่าดื่มแน่นอนที่สุดนั่นก็คือต้องอาศัยศิลปะในการชงกาแฟที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง

4.2 ลาเต้ อาร์ต

1593 Total Views 7 Views Today
แสดงความคิดเห็น