“พาณิชย์” เตรียมติวเข้มการจัดระเบียบสินค้าสองทาง

“พาณิชย์”เตรียมลงพื้นที่ติวเข้มผู้ประกอบการรับมือการจัดระเบียบส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง หลังประกาศพาณิชย์จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 61

เผยเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 1 ปี ต้องศึกษาและเรียนรู้ขั้นตอนให้ดี หากไม่สนใจ หวั่นสินค้าส่งออกหลายแสนล้านบาทได้รับผลกระทบ ล่าสุดเตรียมจับมือหน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัยลงนามเอ็มโอยูแลกเปลี่ยนความรู้

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้กำหนดแผนลงพื้นที่เพื่อทำการชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดให้สินค้าที่ใช้ได้สองทางเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและกำหนดสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ.2558 ที่กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก จะต้องขออนุญาตในการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use Items: DUI) ตามบัญชีที่กำหนด และต้องขึ้นทะเบียนรับรองตนเองกรณีพิกัดศุลกากร (HS Code) 8 หลัก มีคุณสมบัติเข้าข่ายเป็น DUI แต่ไม่เป็น DUI ตามบัญชีที่กำหนด โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2561 เป็นต้นไป

“นับจากนี้ไป เหลือระยะเวลาอีกเพียงประมาณ 1 ปี ที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งกรมฯ จะลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำให้ถูกต้อง มูลค่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี มีผู้ส่งออกกว่า 10,000 ราย อาจได้รับผลกระทบ แต่ถ้าไทยสามารถควบคุมได้ดี ไทยก็จะเป็นศูนย์กลางในการส่งออกหรือถ่ายลำหรือผ่านแดนสินค้าที่ใช้ได้สองทางในอาเซียนได้”

สำหรับสินค้าที่ใช้ได้สองทางและต้องขออนุญาตก่อนทำการส่งออกมีประมาณ 1,230 รายการ เช่น เส้นใยกลาสไฟเบอร์ ที่ใช้เป็นวัสดุทำโครงไม้เทนนิส แต่สามารถนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนขีปนาวุธ , สารไตรเอทาโนลามีนที่ใช้ในการทำสบู่ ผงซักฟอก และโลชั่น สามารถนำไปใช้ทำสารพิษหรือควันพิษที่ใช้ในการก่อการร้ายได้ , น้ำมันละหุ่ง ใช้เป็นอาวุธชีวภาพ และไส้ตะเกียงที่เคลือบลวดทังสเตนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้เป็นอาวุธได้ เป็นต้น โดยมีสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มสินค้ายานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ พลาสติก ยางขึ้นรูป คอนเทนเนอร์ และเครื่องจักรกล รวมทั้งวัสดุที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

นางดวงพรกล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของกรมฯ ได้มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการบริหารการค้าสินค้าที่ใช้ได้สองทางของไทย (e-TMD) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ โดยประกอบด้วย 3 ระบบหลัก คือ ระบบงานการจำแนกสินค้าด้วยตนเอง (e-Self Classification) ระบบงานการรับรองว่าสินค้าไม่เป็น DUI ด้วยตนเอง (e-Non-DUI Self certification) และระบบงานการขอใบอนุญาต (e-Licensing) และยังมีระบบสนับสนุนการพิจารณาสินค้าที่ใช้ได้สองทางผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ การแจ้งผลพิจารณาใบอนุญาตผ่าน SMS และ Email การชำระค่าธรรมเนียมผ่าน e-Payment และมีระบบเก็บสถิติการส่งออกโดยอัตโนมัติด้วย

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้ผลักดันพ.ร.บ.การค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตามกระบวนการนิติบัญญัติ โดยหากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะทำให้ไทยสามารถกำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction : WMD) ได้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการส่งออก การเป็นคนกลาง การผ่านแดนและการถ่ายลำ และการกำกับดูแลสินค้าที่จับต้องไม่ได้อย่างเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น