กสอ. ปั้นไทยขึ้นแท่น “มิลานแห่งเอเชีย” อัด 70 ล้าน สร้างดีไซเนอร์สายพันธุ์ใหม่เข้าวงการ

กสอ. ดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยขึ้นแท่น “มิลานแห่งเอเชีย” พร้อมกับพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ สิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี-เครื่องประดับ และเครื่องหนัง-รองเท้า พร้อมอัดงบกว่า 70 ล้านบาท สร้างดีไซเนอร์สายพันธุ์ใหม่ หวังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจทะลุ 6.4 แสนล้านบาท

ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า โอกาสของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยยังคงมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะกลุ่มผู้บริโภคยังมีความต้องการและกำลังซื้อในระดับสูง และมีแนวโน้มผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศได้อีกมาก โดยเฉพาะในย่านอาเซียน เอเชีย รวมถึงยังสามารถขยายเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากความมีเอกลักษณ์ของสินค้า รวมทั้งภาพลักษณ์ที่ดีในด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมแฟชั่นของเมืองไทย ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในระดับแถวหน้าของทวีป โดยในขณะนี้เป็นรองแค่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และสิงคโปร์

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า กสอ.จากศักยภาพดังกล่าวได้วางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นในภูมิภาคอาเซียนและก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับเอเชีย หรือเป็น “มิลานแห่งเอเชีย” ในขั้นต่อไป

ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึงต้องพัฒนาใน 3 อุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ผ่านการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาการออกแบบ การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาตราสินค้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเติบโตและก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก

ดร.พสุ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 กสอ. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท เพื่อผลักดันและพัฒนาผู้ประกอบการและนักออกแบบด้านแฟชั่นผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสร้างนักออกแบบและผลิตภัณฑ์ โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สตล์ พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ THAILAND INDUSTRIAL DESIGN CENTER รวมถึงโครงการ Thai Touch Project เป็นต้น

โดยเบื้องต้นได้วางเป้าหมายให้เกิดการจัดตั้งกิจการได้ไม่น้อยกว่า 125 กิจการ เกิดผู้ประกอบการมากกว่า 1,140 คน / 25 ราย สร้างเครือข่าย 1 เครือข่าย (40คน) พร้อมทั้งสามารถพัฒนาสินค้าได้มากกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ โดยยังได้ตั้งเป้าให้เกิดมูลค่าทางอุตสาหกรรมแฟชั่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากที่ในปี 2558 มูลค่าอยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังเตรียมรุกแผนการประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ ซึ่งหากสามารถพัฒนาเป้าหมายที่วางไว้ได้ทุกจุด ก็จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น