ไทย VS อินโดฯ โชว์ศักยภาพ HUB อาเซียน

อินโดฯ เริ่มแล้ว เตรียมเปิดศูนย์กระจายสินค้ากว่า 12 แห่งในจาร์กาต้า ด้านไทยมาเหนือ โชว์ศักยภาพความพร้อมทั้งภูมิประเทศ และโครงสร้างพื้นฐาน

ศักยภาพไทยในอาเซียน

ประเทศในเอเชียตะวันออกตะเฉียงใต้เป็นส่วนหนึ่งในประเทศกลุ่มตลาดใหม่ และตลาดพลวัตรที่น่าขับเคลื่อน ซึ่งมีทั้งกลุ่มประเทศที่เป็นแหล่งวัตถุดิบ อุตสาหกรรมแปรรูป อุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ การกระจายสินค้า และโลจิสติกส์
‘ไทย’ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีแหล่งอุตสาหกรรมการผลิต และแหล่งวัตถุดิบครบวงจร ซึ่งยังตั้งเป้าหมายต้องการที่ผันตัวเองกลายเป็นประเทศที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งกระจายสินค้า (Distributor) โดยอาศัยความได้เปรียบจากภูมิประเทศที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคแทนที่สิงคโปร์ที่ประเทศไม่ได้อยู่ศูนย์กลางของภูมิภาค อีกทั้ง ต้นทุนในการส่งสินค้าไปยังสิงคโปร์เพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่นอกภูมิภาคอาเซียนนั้นสูงกว่าหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับระยะทางจากประเทศไทย

นอกจากข้อได้เปรียบดังกล่าวแล้ว ไทยยังมีความได้เปรียบกว่าสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในส่วนที่เป็นศูนย์กลางการผลิตอาเซียน จากการที่อยู่ในอุตสาหกรรมพิเศษที่ก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาค และยังตั้งอยู่ในกลางกลุ่มประเทศลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม (CLMV) ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่สำคัญในฐานะตลาดที่กำลังขยายตัว และมีความนิยมสินค้าแบรนด์จากไทย เป็นประเทศแหล่งผลิตวัตถุดิบพื้นฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing Industry)

เมื่อต้นปี 2559 ประเทศไทยยังร่วมมือกับกลุ่มในประเทศ CLMV จัดประชุมครั้งใหญ่ขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อแสวงหาการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ไปด้วยกัน รวมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของ CLMVT ทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะคมนาคมโลจิสติกส์ ให้กลายเป็นฐานการผลิตเดียวได้จะสามารถขยายเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคได้มาก ซึ่งเงินลงทุนในต่างประเทศของประเทศไทย 60% อยู่ในประเทศกลุ่ม CLMV และในอนาคตจะทำให้ไทยกลายเป็นฐานการเงิน รวมถึงอุตสาหกรรมของกลุ่มในประเทศ CLMV นี้ได้อย่างแน่นอน ภายใต้กลุ่มประเทศ CLMVT ที่เพิ่มประเทศไทยรวมเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

อินโดฯ จ้องศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน

ดูเหมือนไม่ได้มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีความคาดหวังจะกลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาคอาเซียนในการลดต้นทุนกระจายสินค้า เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียได้เตรียมตัวเปิดศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ (PBL) กว่า 12 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศ และนอกประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์อื่น ๆ อีก 11 แห่ง

รัฐบาลอินโดนีเซียยังได้มีการคาดหวังการเปิดตัว PBL ให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลัง ประเทศอินโดนีเซีย สามารถจัดเก็บสินค้าได้เป็นระยะเวลา 3 ปี และจะได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า และภาษีที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าชั่วคราว เพื่อใช้สำหรับการจัดเก็บสินค้าจากเหมืองแร่ น้ำมัน ก๊าซ เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมเครื่องบิน

ซึ่งหากประเทศไทยมีการคาดหวังจะกลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) อาจต้องเริ่มดำเนินการให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียนั้นแม้ว่าจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนตัวเองไปเป็นประเทศที่ทำหน้าที่ในฐานะของผู้กระจายสินค้า (Distributor) เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ แต่ก็ยังเสียเปรียบประเทศไทยในเรื่องของภูมิประเทศที่ไทยยังถือว่าได้เปรียบกว่า และยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประเทศไทยจำเป็นอย่างมากที่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายให้เกิดการขับเคลื่อนจุดแข็ง และความหวังที่จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งอาเซียนให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

1593 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น