“ทรักเบอร์เกอร์” เบอร์เกอร์โฮมเมด 2 เดือนคุ้มทุน

เบอร์เกอร์โฮมเมด สด ใหม่ ราคาย่อมเยา หลากหลายเมนู สะดุดตาด้วยรถคลาสสิกสุดเท่ ตระเวนขายได้ทุกที่ ลงทุน 150,000 เปิดขายได้แค่ 2 เดือนคืนทุน สร้างยอดขายต่อเดือนหลักแสน กำไร 30-50%

“ทรักเบอร์เกอร์”  บริหารงานโดย คุณเอกพจน์ กุดสุดา เจ้าของธุรกิจเบอร์เกอร์โฮมเมด ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจฟู้ดทรัก โดยเปิดเผยว่า

“ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ ผลิตรายการโทรทัศน์ ทำงานจนถึงจุดอิ่มตัว และมีลูก อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทโปรดักชันเฮาส์เป็นของตัวเอง ทำมาระยะหนึ่งจนมาถึงในช่วงที่ยุคทีวีดิจิทัลเป็นที่นิยม ทำให้งานมีน้อยและหายากขึ้น จึงมองว่าแค่งานบริษัทโปรดักชันเฮาส์อาจไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจเลือกที่จะทำธุรกิจฟู้ดทรัก เพื่อเป็นอาชีพที่มั่นคง อีกทั้งคิดถึงความเป็นอิสระในการประกอบธุรกิจนี้ จึงตัดสินใจซื้อรถ”

โดยคุณเอกพจน์เลือกทำเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยม ด้วยที่มีร้านเบอร์เกอร์เกิดใหม่ขึ้นเยอะ ทำให้มองว่ายังมีช่องทางการตลาดอีกมากที่จะสามารถเข้าไปอยู่ได้ เพราะมีหลายกลุ่มหลายราคาให้ลูกค้าเลือก โดยกลุ่มลูกค้าของทรักเบอร์เกอร์อยู่ที่ระดับกลาง

“ซึ่งที่เราทำนั้นมีความแตกต่าง เป็นเบอร์เกอร์ที่เป็นโฮมเมด มีความสดใหม่ เนื้อที่ใช้ทำเราหมักเอง ทำซอสเอง คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี สดใหม่ไม่ได้ผ่านการแช่แข็ง ลูกค้าที่ซื้อไปจะได้ของสด น่ารับประทาน เพราะใช้วัตถุดิบวันต่อวัน โดยมีเมนูให้เลือกเป็น ไก่ หมู เนื้อ โดยเนื้อเป็นเนื้อโคขุนที่มีกลิ่นเฉพาะที่หอม เป็นที่ถูกปากของคนที่ชอบกินเนื้อ โดยมีระดับราคาแตกต่างกันออกไปตามขนาด มีท็อปปิงให้ลูกค้าเลือกตามความชอบ เช่น ชีส เบคอน จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างคือซอสที่ทำเองเป็นสูตรเฉพาะ เวลากินกับเนื้อและขนมปังจะมีความกลมกล่อม มีรสชาติดีเป็นเอกลักษณ์” คุณเอกพจน์กล่าว

ในการเตรียมความพร้อมก่อนทำธุรกิจ คุณเอกพจน์ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่าต้องการจะทำเป็นฟู้ดทรัก เพราะเห็นว่าเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรง คู่แข่งไม่มาก บางพื้นที่นั้นยังไม่มี จึงซื้อรถก่อนเป็นอย่างแรก แล้วนำมาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการขาย เลือกเป็นรถเก่า เนื่องจากเป็นการประหยัดต้นทุน อีกทั้งเป็นสไตล์ที่คลาสสิก มีเอกลักษณ์ เป็นที่จดจำของลูกค้า ส่วนเรื่องความรู้ในส่วนของการทำเบอร์เกอร์นั้นได้มาจากเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ เป็นสูตรโฮมเมดที่รับการถ่ายทอดมา ซึ่งจุดสำคัญอยู่ที่การหมักเนื้อ จากนั้นจึงมาลองทำให้คนที่รู้จักลองกินจนได้สูตรที่ลงตัว

ส่วนเรื่องเงินทุนที่ใช้เริ่มต้นนั้นเป็นเงินประมาณ 150,000 บาท โดยเป็นค่ารถราว ๆ 100,000 บาท นอกจากนั้นก็เป็นเตาแก๊สและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งเริ่มเปิดขายมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาแค่ 2 เดือน โดยปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100,000 ต่อเดือน สัดส่วนกำไรอยู่ที่ 30-50% ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้กำไรเยอะนั้นอยู่ที่วอลุมจากการขาย

ทรักเบอร์เกอร์ลงขายประจำอยู่ที่ตลาดเลี่ยงเมืองนนท์ หรือตลาดนกฮูก ใกล้ ๆ กับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ นอกจากนั้นยังรับงานเหมาต่าง ๆ เริ่มต้นที่ 5,000 บาท รวมถึงงานอีเวนต์ โดยมีกลุ่มของคนที่เป็นฟู้ดทรักด้วยกันเป็นสื่อกลางในการให้รายละเอียดงาน

โดยการตลาดของทรักเบอร์เกอร์ คุณเอกพจน์อธิบายว่าใช้สินค้าในการเรียกคน

“มีจุดเด่นอยู่ที่รถ สะดุดตาน่าสนใจ เรียกความสนใจได้ ดึงดูดให้ลูกค้ามา ซึ่งมองว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง จากนั้นก็เป็นเรื่องคุณภาพของเบอร์เกอร์ เมื่อเป็นของดีมีคุณภาพ ลูกค้าประทับใจก็เกิดการบอกต่อ นอกจากนี้ยังมีการทำการตลาดโดยใช้เพจเฟซบุก @ TruckBurger596  มีการถ่ายรูปเบอร์เกอร์ที่สวยงามน่ากิน แจ้งคิวงานว่าไปที่ไหนบ้าง และมีการแนะนำและบอกต่อจากกลุ่มเพื่อน ใช้วิธีการแชร์ โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์”

เนื่องจากเบอร์เกอร์นั้นมีหลากหลายเจ้า ทำให้มีการแข่งขันในตลาดสูง ทรักเบอร์เกอร์มีวิธีต่อสู้ในตลาดโดยการวางกลุ่มลูกค้าไว้ชัดเจนว่าจะเจาะในระดับกลางหรือต่ำกว่านั้น เพราะมองว่าเบอร์เกอร์ในตลาดทั่วไปนั้นมีราคาค่อนข้างสูง แต่ทรักเบอร์เกอร์ทำให้เห็นว่าของดีและของอร่อยนั้นไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป ด้วยเบอร์เกอร์ที่มีราคาเหมาะสม ไม่แพงมาก ทำให้มีกำลังซื้อง่ายขึ้น โดยเจ้าดังที่ขายอยู่มองว่าเป็นคนละตลาดกัน ทำให้ไม่เป็นคู่แข่งหรือต่อสู้กันโดยตรง คนละช่องทางการตลาด ทรักเบอร์เกอร์เน้นลูกค้าที่อยู่ชานเมือง ปริมณฑล หรือต่างจังหวัด โดยราคาในแต่ละพื้นที่จะต่างกัน โดยปรับราคาให้พอเหมาะขนาดปริมาณของสินค้า ด้วยวิธีการนี้ทำให้ทรักเบอร์เกอร์สามารถลงขายในพื้นที่ได้หลากหลาย

ส่วนแนวโน้มธุรกิจและแนวทางการพัฒนาธุรกิจในอนาคตนั้น คุณเอกพจน์มองว่าในส่วนของฟู้ดทรักค่อนข้างมีแนวโน้มที่ดี เห็นได้จากเจ้าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งคิดว่าหากสินค้าที่ออกมาตรงกับตลาดและกลุ่มลูกค้าก็จะสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง มองว่าสถานที่จอดขายสินค้าก็สำคัญเช่นกัน หากไปอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะกับกลุ่มคนที่จะซื้อสินค้าก็อาจจะลำบากได้ ซึ่งตัวทรักเบอร์เกอร์เองได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเนื่องจากได้พื้นที่ซึ่งเหมาะกับกลุ่มลูกค้า เป็นจุดที่ยังไม่มีสินค้าแบบนี้ เข้าไปทำให้เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจ เกิดการอยากลองกิน กล้าที่จะซื้อ ธุรกิจจึงไปได้

“ส่วนแนวทางในอนาคตที่จะสามารถให้อยู่ได้ในระยะยาวนั้นคือต้องหาตลาดที่เหมาะสม รักษาคุณภาพสินค้า พัฒนาตัวเองอยู่ตลอด คิดค้นเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมา เพราะเบอร์เกอร์สำหรับคนไทยนั้นคืออาหารสิ้นเปลืองหากเทียบกับอาหารหลักอย่างข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว ดังนั้นจึงต้องมีความหลากหลายและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นให้ลูกค้า รวมทั้งอาจมีน้ำต่าง ๆ รวมถึงของกินเล่นบวกเข้ามาอีก นอกจากนี้ในระยะยาวได้มองถึงการเปิดเป็นแฟรนไชส์ ซึ่งมีคนสนใจมาพูดคุยเพื่อขอเป็นแฟรนไชส์อยู่พอสมควร แต่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม เขียนแผนการและระบบการทำงาน คิดว่าจะเปิดได้ในเร็ว ๆ นี้” คุณเอกพจน์กล่าวสรุป

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

459 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น