อยากทำ E-Commerce กับอเมริกาต้องรู้จัก “FTC”

“FTC” หน่วยงานควบคุมกิจกรรมการค้าบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงข้อปฏิบัติในการทำการค้าออนไลน์ เพื่อไม่ละเมิดกฎการคุ้มครองผู้บริโภค

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่ผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจ เนื่องจากศักยภาพในการซื้อสินค้า ผนวกกับขนาดของตลาดบริโภคที่ใหญ่มาก ซึ่งหนึ่งในช่องทางการค้าที่สหรัฐฯ นิยมใช้มากในปัจจุบันก็คือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E – Commerce) โดยที่ผ่านมาสหรัฐฯ ถือว่าเป็นประเทศแรก ๆ ที่หันมาทำการซื้อขายสินค้าออนไลน์

อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลกกลับเป็นประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายที่ระบุเฉพาะเจาะจงไปถึงเรื่องการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็มีกฎหมายหลายฉบับที่ระบุถึงปฏิบัติการเฉพาะอย่างที่อยู่ในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับหน่วยงานหลักที่บริหารควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ หน่วยงาน Federal Trade Commission (FTC) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอีเมล์ที่เป็นด้านการค้า การโฆษณาทางออนไลน์ และความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค และหน่วยงาน Payment Card Industry (PCI) Security Standards ซึ่งทำหน้าที่บริหารควบคุมกฎระเบียบการเก็บข้อมูลด้านการเงินของลูกค้า

แต่ถึงกระนั้น สหรัฐฯ ก็มีการรับแนวทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิก Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) มากระตุ้นภาคธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งลงนามในแนวทางปฏิบัติในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในการค้าทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ แนวทางที่เรียกว่า “codes of conduct” นี้เป็นไปตามความสมัครใจของภาคธุรกิจ

แนวทางที่เรียกว่า “codes of conduct” นี้เป็นไปตามความสมัครใจของภาคธุรกิจ ประกอบไปด้วย

มีปฏิบัติการในการทำธุรกิจ การโฆษณา และการตลาดอย่างยุติธรรม
มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและสินค้าหรือบริการที่เสนอขายที่ถูกต้องชัดเจนและที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย
เปิดเผยข้อมูลเรื่องข้อตกลงและเงื่อนไข และค่าใช้จ่ายในการโอนถ่ายสินค้า อย่างละเอียด
หลักประกันว่าลูกค้าจะต้องรู้ว่าพวกเขากำลังทำการซื้อ (commit to buy) ก่อนที่จะปิดการขาย
จัดหาวิธีการจ่ายเงินที่ง่ายต่อการใช้และที่ปลอดภัยจาก hackers
คุ้มครองความเป็นส่วนตัวของลูกค้าในระหว่างการทำธุรกิจทางออนไลน์
รับทราบคำร้องเรียนและปัญหาต่างๆของลูกค้า
ใช้นโยบายและวิธีการที่ยุติธรรม มีประสิทธิภาพและง่ายที่จะเข้าใจ
ให้ความรู้ลูกค้าในเรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับ OECD มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสมาชิก โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการส่งเสริมการค้าเสรีและให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาทั้งในประเทศอุตสาหกรรม และประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้ ภารกิจของ OECD เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ จากที่เน้นการตรวจสอบนโยบายในด้านต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกไปสู่การวิเคราะห์แนวทางที่นโยบายต่าง ๆ จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกและกับประเทศภายนอกกลุ่ม โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาข้ามชาติต่าง ๆ อันเกิดจากกระแสโลกาภิวัตน์

ในปัจจุบัน OECD ถือเป็นองค์กรวิจัยที่มีคุณภาพที่สุดองค์กรหนึ่งของโลกเป็นแหล่งรวมข้อมูลวิจัยต่าง ๆ ให้ประเทศสมาชิกสามารถปรึกษาค้นคว้า รวมทั้งขอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวปฏิบัติอันเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ โดย OECD ประกอบด้วยสมาชิก 34 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ชิลี สาธารณรัฐเช็ค เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์  โปแลนด์  โปรตุเกส  สโลวาเกีย  สโลเวเนีย สเปน  สวีเดน  สวิตเซอร์แลนด์  ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา  และ 1 องค์กร คือสหภาพยุโรป นอกจากนี้ OECD ยังร่วมมือและมีข้อตกลงต่าง ๆ กับประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกว่า 70 ประเทศ

อนึ่ง ไทยเข้าเป็น full participant ของ OECD Development Centre เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2548 และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการบริหาร (Governing Board) เพื่อร่วมกำหนดแผนการดำเนินการและกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์การพัฒนาฯ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของรัฐบาลไทย

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

360 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น