บุกตลาดเวียดนามด้วย Ready to cook & Ready to Eat

SME ไทยเตรียมพร้อม อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน และอาหารพร้อมปรุงในเวียดนามขยายตัว

ชาวเวียดนามนิยมอาหารในบ้านมากกว่าอาหารไมโครเวฟ

พฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวเวียดนามนั้น นิยมทำอาหารเพื่อรับประทานที่บ้านมากกว่าอาหารสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อ มีความแตกต่างจากชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยประเทศไทยนิยมบริโภคอาหารแช่แข็งแบบ Ready to eat ซึ่งสามารถนำเข้าไมโครเวฟพร้อมทานได้ทันที สินค้าที่วางจำหน่ายจึงเป็นอาหาร Ready to eat ส่วนประเทศเวียดนามจะเป็นลักษณะอาหาร Ready to cook

ชาวเวียดนามมีความเชื่อที่ว่าอาหารที่ปรุงสดใหม่จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและรสชาติที่ดีกว่า จึงนิยมการทำอาหารที่บ้าน ลักษณะอาหาร Ready to cook จึงกลายเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยมากกว่าอาหารแช่แข็งแบบ Ready to eat
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อธิบายถึงความหมายของอาหารพร้อมปรุง (Ready to cook) ไว้ว่า เป็นอาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่าง ๆ บรรจุไว้ในหน่วยภายชนะที่พร้อมดำเนินการปรุงเป็นอาหาร หรืออาหารสดที่จัดไว้เป็นชุดครบเครื่อง เพื่อลดขั้นตอนการจัดเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมลงมือทำได้ทันที

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคชาวเวียดนามในกลุ่มคนหนุ่มสาวเริ่มมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ชีวิตการทำงานที่เร่งรีบมากขึ้น มีการแข่งขันกับเวลาทำให้ยอดขายสินค้าอาหารพร้อมทาน (Ready to eat) ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายมากขึ้นเช่นเดียวกัน และอุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีโอกาสขยายตัวมากขึ้นไม่แพ้อาหารพร้อมปรุง (Ready to cook)

ชาวเวียดนามชอบสินค้าไทย

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าส่วนมากยังอยู่ในร้านค้าสะดวกซื้ออย่างร้านขายของชำที่สัดส่วนร้อยละ 49.7 ตามมาด้วยร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ร้อยละ 36.5 และร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับสูงที่ร้อยละ 10.5 โดยแบรนด์ท้องถิ่นถือครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 1 ด้วยความที่สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รวมถึงมีเครือข่ายในการกระจายสินค้า

โอกาสที่สำคัญ ของผู้ประกอบการไทยคือแบรนด์ต่างประเทศยังไม่ให้ความสนใจกับตลาดดังกล่าว อีกทั้ง ผู้ประกอบการไทยยังมีที่ความชำนาญในด้านอุตสาหกรรมอาหารเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งชาวเวียดนามยังให้ความเชื่อถือสินค้าอาหารจากประเทศเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบอาจหาโอกาสในการเข้าไปศึกษาตลาดดังกล่าวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงการมองหาผู้กระจายสินค้า (Distributor) ในประเทศเวียดนาม เนื่องจากนักธุรกิจต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าและค้าขาย ยกเว้นผู้ที่ลงทุนตั้งโรงงานการผลิตในเวียดนาม และสร้างเครือข่าย (Connection) ในตลาดดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อการค้าในอนาคต

ข้อควรระวัง หากผู้ประกอบการต้องการเข้าไปลงทุนในเวียดนาม คือ กฎหมายเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นอกจากทำการศึกษาเกี่ยวกับประเทศเวียดนามทั้งหมดแล้วการหาที่ปรึกษาทางกฎหมายก็เป็นส่วนสำคัญไม่น้อย สำหรับข้อมูลด้านกฎหมายเบื้องต้นสามารถขอข้อมูลได้จากหน่วยงานภายใต้กระทรวงวางแผนและการลงทุน (MPI) ในแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ ระบบการคิดอัตราศุลกากรก็ยังแตกต่างกันออกไปในแต่ละเมืองอีกด้วย

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

863 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น