พาไปรู้จักเกาะคอเขา ความสงบริมฝั่งทะเลอันดามัน หลังคืนวันที่เคยฝันร้าย

หากพูดถึงทะเลอันดามัน หลายคนคงนึกถึงน้ำทะเลสีเทอควอยส์ หาดทรายขาว ซึ่งกระจายตัวอยู่กลางทะเลอันดามัน อย่างที่เที่ยวยอดนิยมแบบเกาะชัย เกาะสิมิลัน หรือเกาะพีพี

ซึ่งกลายเป็นที่เที่ยวสุดฮิตของทั้งคนไทยเอง และนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นับวันก็หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวทะเลไทยกันเยอะขึ้นๆ ทุกปี ฉะนั้นเชื่อเลยว่าต้องมีนักเที่ยวที่อยากหาความสงบๆ เพื่อเป็นที่ชาร์จแบตหลังจากใช้พลังไปกับการทำงานมากแล้ว วันนี้เลยอยากจะแนะนำที่เที่ยวริมฝั่งอันดามันอีกแห่งให้รู้จักนั่นคือ เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงาค่ะ

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเกาะคอเขา เชื่อว่าหลายคน (รวมถึงตัวเองด้วย) ก็ได้แต่ทำหน้างง นึกไม่ออกว่ามันอยู่ส่วนไหนของทะเลไทย แต่พอได้ข้อมูลว่าเกาะคอเขาเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา ที่ซึ่งเคยเกิดฝันร้ายที่ยังคงอยู่ในใจอย่างเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อปี  พ.ศ. 2547 นั้น ก็พอจับต้นชนปลายหาทางเดินทางไปได้ ซึ่งเกาะคอเขาแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมานานแล้ว การเดินทางครั้งนี้ เราเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินไปลงที่ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต และเช่ารถขับไปยังจังหวัดพังงา ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษ ก็มาถึงท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า โดยก่อนถึงท่าเรือเราจะแวะเที่ยวอนุสรณ์สถานสึนามิ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งบ้านน้ำเค็ม ซึ่งหากมองไปฝั่งตรงกันข้าม เราจะเห็นเกาะคอเขา อยู่ไม่ไกลซึ่งเราสามารถนำรถยนต์ข้ามเรือเฟอรี่ข้ามฝั่งไปเกาะคอเขาได้ ค่าเรือ 150 บาท ใช้เวลาเพียงแค่ 10นาทีเท่านั้นเพียงเพราะเกาะคอเขากับบ้านน้ำเค็มนั้น มีเพียงร่องน้ำกั้นกลางไม่ไกลกันนัก

พอข้ามมายังเกาะคอเขานั้นเราจะเป็นย่านท่าเรือหน้าเกาะ ที่เรียกว่า ท่าหน้าบ้าน เป็นศูนย์รวมของร้านค้า ร้านขายกับข้าวแบบท้องถิ่น และร้านดำน้ำหนึ่งเดียวบนเกาะ อย่างเกาะคอเขาไดว์วิ่ง ซึ่งเราเองก็มีโอกาสใช้บริการไปดำน้ำลึกยังจุดที่เรียกได้ว่าเป็นไดว์ไซต์ Unseen แบบเกาะพระทอง หรือกองปลาข้างเหลือง ที่เป็นจุดที่ฉลามวาฬเคยมาแวะเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ ถนนบนเกาะคอเขานั้นเป็นถนนคอนกรีตอย่างดี เป็นถนนหลักเส้นเดียวซึ่งนำเราผ่านไปยังที่พักต่างๆ ที่ตั้งกระจายตัวอยู่ริมหาดทั่วเกาะ

และที่พักหลักร้อยที่อยากแนะนำให้ไปพักชาร์จแบตเติมพลังในทริปนี้คือ Hula Beach ที่ตั้งอยู่ปลายสุดถนนซ่อนความเงียบสงบให้เราได้นอนฟังเสียงคลื่นริมหาด รับลมทะเลได้หลายๆวัน ซึ่งที่นี่เป็นที่พักและร้านอาหารบริการอาหารเมนูอร่อยหลายเมนู รวมถึงผัดผักลิ้นห่าน พืชท้องถิ่นที่หาทานที่อื่นใดไม่ได้อีกแล้ว หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศเรามีร้านอาหารอีกแห่งที่อยากแนะนำให้ไปนั่งดื่ม นั่งชิล คือ Hapla Beach ร้านบรรยากาศดีตั้งอยู่ริมทะเล ที่สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆในมือ  และมีเจ้าบ้านน่ารักๆ อย่างปูเสฉวนตัวโต เดินเข้ามาแวะทักทายเราในช่วงเย็นๆ ของทุกวัน  หากใครลองใช้เวลามาชาร์จแบตให้กับตัวเอง หาเวลาในการพักผ่อนแบบเงียบสงบจริงๆ รับรองได้ว่าเป็นที่เที่ยวที่ไม่คราคร่ำด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะนักท่องเที่ยว 90% บนเกาะนั้นเป็นชาวยุโรป เน้นการพักผ่อนแบบเงียบสงบ ซึ่งเราเองใช้เวลาอยู่บนเกาะมา 4 วันพูดได้เลยว่าไม่เจอนักท่องเที่ยวไทยเลย ดังนั้นหากใครต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากที่เที่ยวทะเลแสนจำเจ ลองเดินทางมาที่นี่แล้วคุณจะพบเสน่ห์ของความสงบที่ยังรอให้คุณไปเยื่ยมเยือนสักครั้ง

3756 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น