จะอยู่อย่างไรในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว,อรรถพร พรมแก้วงาม CFP®

หลายธุรกิจต่างอึดอัดในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก นอกจากนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่ฉุดรั้งทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

การทบทวนสถานะการเงินของกิจการเพื่อหาแนวทางแก้ไขหรือป้องกันปัญหาไม่ให้ลุกลามใหญ่โตน่าจะเป็นเรื่องที่ควรกระทำ เพราะอย่างน้อยหากภาวะวิกฤติไม่เกิดขึ้นสถานะการเงินของกิจการยังแข็งแกร่งขึ้น และหากเศรษฐกิจพลิกกลับไปในทิศทางบวก กิจการของท่านยังมีแรงเหลือพอที่จะได้ประโยชน์จากขาขึ้นด้วยเช่นกัน แล้วกิจการจะทำอย่างไรในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

•   กิจการควรตรวจสอบและปรับปรุง ประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ให้พร้อมรับมือกับภาวะวิกฤติ รวมถึงพร้อมเติบโตเมื่อเศรษฐกิจขาขึ้นมาถึง

•   กิจการควรสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน บอกให้พนักงานทราบถึงปัญหาที่กิจการกำลังจะเจอ และแนวทางที่กิจการกำลังจะแก้ไขและปรับปรุงเพื่อให้กิจการอยู่รอด สร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกับพนักงาน หากกิจการรอด ทุกคนรอดตามด้วย

•   กิจการต้องมองให้ออกถึงจุดแข็งในผลิตภัณฑ์ของกิจการ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคจะช่วยให้กิจการสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมจุดแข็งให้เหมาะสม อย่าสร้างจุดบอดหรือจุดด้อยให้เกิดขึ้นเพราะเมื่อไหร่ที่ภาพในใจผู้บริโภคเปลี่ยน กิจการจะประสบปัญหาที่ยากต่อการเยียวยาทันที

•   กิจการควรตรวจสอบหนี้สินและทรัพย์สินหมุนเวียนว่ากิจการ Miss Match Funding หรือไม่ เพราะช่วงขยายตัวอาจใช้หนี้สินหมุนเวียนลงทุนไปในทรัพย์สินถาวรมากเกินไป ไม่ได้จัดโครงสร้างการเงินให้เหมาะสมกับโครงการลงทุน หากเกิดภาวะวิกฤติ หนี้ระยะสั้นจะถูกเจ้าหนี้เรียกคืนทันที ซึ่งจะกระทบต่อกระแสเงินสดทันที ดังนั้นกิจการควรปรับหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว เพื่อชำระคืนตามกระแสเงินสด ไม่ควรเพิ่มหนี้มากกว่าหนี้เดิม มุ่งมั่นกับการลดหนี้สิน

•   กิจการควรตรวจสอบการผ่อนชำระหนี้และกระแสเงินสด ว่ามีกำลังเพียงพอที่จะผ่อนชำระหรือไม่ หากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่เพียงพอ ควรหารือกับเจ้าหนี้เพื่อปรับการผ่อนชำระให้เหมาะสมกับกระแสเงินสด

•   กิจการควรตรวจสอบ Non-Operating Asset ถ้าไม่มีความจำเป็นต่อกิจการหรือไม่ได้สร้างกระแสเงินสดหรือไม่มี Value ในระยะยาว ควรตัดสินใจขายเพื่อลดภาระหนี้ เพราะการขายในช่วงเวลาที่ลำบาก อาจถูกกดราคาหรือถูกกดดันให้ตัดสินใจขายในเวลาและราคาที่ไม่เหมาะสม

•   กิจการที่ไม่มีกำไร หรือ ไม่มีอนาคต หรือ แข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้ หากตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้ว ว่าประคองต่อไปไม่ไหว ควรยุติเพื่อขายกิจการหรือขายทรัพย์สินเพื่อเก็บเงินสดไว้เพิ่มสภาพคล่อง

•   กิจการควรรักษาสภาพคล่อง โดยปรับนโยบายเงินทุนหมุนเวียนให้เข้มข้นขึ้น เช่น ขายเงินสดแทนการขายเชื่อ หรือ ลดระยะเวลาการให้เครดิต หรือ ลดการสต็อคสินค้า หรือ ระบายสต็อค หรือ เจรจาขอเครดิตการค้าเพิ่ม เป็นต้น

•   กิจการควรตรวจสอบการทำประกันต่าง ๆ ว่าทำครบถ้วนหรือชำระค่าเบี้ยประกันเรียบร้อยหรือไม่ เพราะหากเกิดปัญหาที่ไม่ได้คาดคิด ยังมีแหล่งเงินที่ช่วยกิจการให้ฟื้นตัวต่อไปได้

•   กิจการยังมีความสามารถออกหุ้นกู้ หรือ เพิ่มทุน ได้ อาจจำเป็นต้องดำเนินการทันที เพื่อควบคุมต้นทุนการเงิน หรือ เก็บเงินสดไว้บริหารยามวิกฤติ เผลอๆ ถ้าจังหวะการลงทุนเปิดยังมีโอกาสซื้อทรัพย์สินที่ดีในราคาเหมาะสม

•   กิจการควรรักษาเครดิตการชำระหนี้ทั้งเจ้าหนี้สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้า รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับกิจการในทุกมิติ ความน่าเชื่อถือทางการเงินและทางการค้า จะช่วยให้กิจการท่านเป็นที่เชื่อถือและยอมรับในวงการธุรกิจ
การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหา ย่อมดีกว่าการปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรกับปัญหาเลย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

781 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น