“CRM Privilege” โมเดลใหม่ของธุรกิจ Voucher

เอ่ยชื่อ “Buzzebees” วงการอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ต้องรู้จัก เพราะนี่คือหนึ่งในเทคสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุดรายหนึ่ง จากผลงานการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่น CRM Privilege ที่ถือเป็นโมเดลใหม่ของธุรกิจ Voucher คือเป็น Digital Voucher เจ้าแรกในเมืองไทย

ที่รวมเอาพฤติกรรมออนไลน์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการเล่นโซเชียล การสะสมแต้มแลกของ และการช็อปปิ้งออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน และสร้างเป็นโมเดลธุรกิจเพื่อซัพพอร์ตระบบรอยัลตี้โปรแกรมและอีคอมเมิร์ซให้กับแบรนด์ดังๆ มากมาย อาทิ ซัมซุง ปตท. เป็นต้น

“พิงค์” ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่คร่ำหวอดในวงการไอทีมานานกว่า 10 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า ก่อนหน้านั้นเธอเคยทำ software เกี่ยวกับการตรวจลายนิ้วมือในงานรักษาความมั่นคงที่ได้รับการรับรองจาก FBI อเมริกา มีลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ต่อมาเธอเริ่มมองเห็นว่าการทำธุรกิจขายสินค้านั้นไม่มีความยั่งยืน เพราะโลกกำลังเปลี่ยนไปเป็นดิจิตอล จึงคิดทำ business model ใหม่ที่มีโจทย์ว่าจะต้องเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คและใช้งานบนมือถือขึ้น ซึ่งมาลงตัวที่ Buzzebees เธออธิบายว่า เป็นโมเดลธุรกิจแบบ 3 เหลี่ยม คือ มีองค์กรหรือบริษัท ลูกค้า และ SME ซึ่งเธอเชื่อว่าน่าจะเวิร์ค เพราะทุกคนจะได้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจนี้

“โมเดลธุรกิจของ Buzzebees เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่า เราเหนื่อยมากกับการขาย software มาตลอดชีวิต และเรามองเห็นปัญหาของ SME ว่าไม่มีการออนไลน์ ทำให้หาลูกค้าออนไลน์ไม่ได้ ไม่มีช่องทางในการขาย เข้าถึงผู้บริโภคไม่ได้ ส่วนปัญหาของบริษัทคือ อยากทำ CRM คือ Customer Relationship Management แต่ไม่มีวิธีเข้าถึงลูกค้า ไม่มีวิธีสื่อสารกับลูกค้าบนฐานของตัวเอง ไม่มีการให้คะแนนหรือแต้มสะสมที่มีประสิทธิภาพ ทำให้โปรแกรมพวกนี้ไม่ได้ผลในอดีต ส่วนปัญหาของผู้บริโภคคือ มีการ์ดสมาชิกเยอะมาก แต่ไม่รู้ว่าการ์ดไหนให้อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นจึงซื่อสัตย์ต่อแบรนด์บ้าง ไม่ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์บ้าง Buzzebees เข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ โดยเอาสินค้าของ SME ที่ไม่รู้จะไปขายในช่องทางไหน มาขึ้นออนไลน์ เพื่อให้คนมาแลกของได้ และเราผลิต CRM โปรแกรมขึ้นมาสำหรับแบรนด์หรือบริษัทต่างๆ เพื่อให้สื่อสารกับผู้บริโภคได้ โดยให้แต้มกับผู้บริโภคแล้วเอาของไปแลกกับ SME ผู้บริโภคจึงเพียงแค่ดาวน์โหลดแอพนี้ แล้วก็ได้คะแนนและได้ประโยชน์ กลายเป็นโมเดลธุรกิจของ Buzzebees”

ณัฐธิดาเล่าว่าตอนแรกที่เริ่มทำ Buzzebees นั้น เธอได้ไปปรึกษาผู้รู้ ทุกคนต่างก็พูดว่าบ้าไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากเธอต้องชนะบิทของบริษัทต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการทำโปรแกรมนี้ ต้องหาลูกค้าที่จะมาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ และต้องหา SME เพื่อมาขายของบนแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งนับว่าโชคดีที่เธอได้ลูกค้าเจ้าแรกคือ samsung และถัดมาคือ AIS ทำให้ธุรกิจของเธอเดินหน้าได้ ซึ่งเมื่อทำโปรแกรมสำเร็จแล้วลอง launch ดู เธอก็พบว่ามันยากมากจริงๆ อย่างที่ผู้รู้เคยบอกไว้ แต่ข้อดีของความยากนี้ก็ทำให้ Buzzebees ทำโปรแกรมนี้มา 4 ปีแล้ว โดยยังไม่มีคู่แข่งเลย

“ทุกอย่างที่เป็นธุรกิจรีเทลของประเทศไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ Buzzebees สามารถแลกได้ ทั้งตั๋วหนัง บัตรเติมน้ำมัน บางคนบอกว่าไม่พอ เราเลยทำของรางวัลที่เป็นผลิตภัณฑ์ ทีนี้ SME ก็มามีส่วนร่วม คือเอาของมาขายบน Buzzebees ซึ่งคนที่อยู่บนแพลทฟอร์มของ Buzzebees สามารถซื้อของได้ ใช้แต้มแลกของก็ได้ หรือใช้แต้มบางส่วนบวกเงินบางส่วนมาซื้อของได้ ซึ่งของจะเปลี่ยนทุกเดือน เวลามีของอะไรออกใหม่ เราก็ไปเอาออกมาเลย”
ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับสิ่งใหม่ๆ ถือเป็นจุดแข็งของ Buzzebees และทำให้นำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ และแทบไม่น่าเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจนี้เกิดขึ้นมาจากการทำตลาดแบบ direct sale เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้พึ่งการประชาสัมพันธ์หรือแผนการตลาดใดๆ เลย แต่ณัฐธิดาจะใช้วิธีค้นหาลูกค้าเป้าหมายก่อน และโทรนัดเพื่อเข้าไปพรีเซ้นท์งานของเธอกับลูกค้าโดยตรง

“ทุกคนมักจะบอกว่าการทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องมี connection ถึงเกิด อันนี้เถียงเลยนะ connection มันช่วยจริงๆ แหละ แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่มี connection แล้วจะเป็นข้ออ้างของการทำงานไม่สำเร็จ ทุกอย่างคุณสามารถทำสำเร็จได้ถ้าคุณจะทำ ต้องสู้ถึงจะชนะจริงๆ มันมีวันที่ยากจริงๆ ปีแรก สองปีแรก มันจะเกิดหรือเปล่านะ มันจะทำได้หรือเปล่านะ มันมีอย่างนั้นมาทุกวัน พิงค์จะบอกน้องๆ เสมอว่า เราจะไม่แพ้คือถ้าเราหยุดสู้ เราแพ้ แต่ถ้าเราไม่หยุดสู้ เราฉลาดที่จะสู้ เปลี่ยนวิธีการสู้ไปเรื่อยๆ สักวันเราจะชนะ Buzzebees เราเป็นผึ้งงาน เราทำงานหนัก เราสู้ เราจริงใจและซื่อสัตย์”

ความสำเร็จของ Buzzebees คือตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจ Startup ที่แน่นอนว่านอกจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้าจนประสบความสำเร็จแล้ว การทำโมเดลธุรกิจจึงต้องชัดเจนและแข็งแรงมาก ที่สำคัญคือต้องกล้าที่จะลงมือทำ และต้องเป็นคนกล้าแบบที่ณัฐธิดาบอกว่า ต้องกล้าจะพลาดบ่อยๆ ด้วย เพราะกว่าจะสำเร็จนั้นคุณจะต้องพลาด แล้วเริ่มใหม่ เปลี่ยนโมเดลและปรับตัว จนที่สุดก็จะพบกับความสำเร็จนั่นเอง

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

641 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น