ตื่นตัว! Visa ขานรับธนาคารกลางเมียนมา เปลี่ยนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

Visa ตอบรับประกาศธนาคารกลางของประเทศเมียนมาพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

Visa บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีการชำระเงินของโลก จากสหรัฐอเมริกา ตอบรับนโยบายจากธนาคารกลางของประเทศเมียนมา (Central Bank of Myanmar) เพื่อลบข้อจำกัดในการมีส่วนร่วมของบริษัทที่ต้องการชำระเงินระหว่างประเทศ ในอุตสาหกรรมการชำระเงินภายในประเทศของเมียมาตามคำสั่งที่ลงเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2017

สำหรับระบบกาชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในเมียนมายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ต้องพัฒนา ซึ่งเมียนมาเริ่มมีตู้ ATM ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2011อย่างไรก็ตาม ภายในประเทศเมียนมาตอนนี้มีตู้ ATM กว่า 1,500 เครื่อง แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในเมียนมาที่มีกว่า 54 ล้านคน และเมื่อเทียบกับประเทศเวียดนามที่มีประชากรราว 90 ล้านคน และมีตู้ ATM ให้บริการ 17,330 เครื่อง (ตัวเลขเก็บเมื่อเดือนกรกฎาคม 2016) ตามการรายงานของธนาคารแห่งชาติประเทศเวียดนาม (The State Bank of Vietnam)

ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมเติบโตขึ้นอีก The Moody’s Analytics โดย Visa ยังได้ทำการวิจัยพบว่า การใช้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ การใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแบบเติมเงิน เพิ่มขึ้นถึง 296 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากทั่วโลก ขณะที่การบริโภคในครัวเรือนของสินค้าและบริการมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 0.18 ต่อปี

สอดคล้องกับที่นาย Arturo Planell ผู้จัดการของ Visa ประจำประเทศเมียนมา ได้เปิดตัวระบบอุตสาหกรรมการชำระที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีนัยยะสำคัญต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเมียนมา
“นี่เป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนในเมียนมาสามารถเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสะดวกมากขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น และได้รับการยอมรับทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบบเงินสดไปสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสนับสนุนเป้าหมายแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติรัฐบาลเมียนมาในการเพิ่มความเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงาน” นาย Arturo Planell ผู้จัดการของ Visa ประจำประเทศเมียนมากล่าว

Visa จะดำเนินงานร่วมกับลูกค้าของธนาคารต่าง ๆ และจะเปิดตัวบัตรเครดิตวีซ่าครั้งแรกในเมียนมา สำหรับใช้ภายในประเทศและในต่างประเทศ

255 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น