แกะเทคนิค ‘ขายงานมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์’

เรื่องเงินนับเป็นปัญหาที่แทบทุกคนที่อยากก่อตั้งธุรกิจต้องเจอเลยก็ว่าได้ ดังนั้นที่พึ่งอันดับแรกของพวกเค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินพัฒนาโปรดักต์ก็คือการขายงานนั่นเอง บางคนขายเก่งหน่อย นำเสนอตัวเองได้ไหลลื่น ดึงจุดเด่นออกมาได้ดีก็ได้เงินจากกระเป๋านักลงทุนกันไปได้ไม่ยาก

แต่สำหรับคนที่ขายตัวเองไม่เก่งล่ะจะทำยังไง เพราะเห็นว่าหลายคนยังเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่ วันนี้เราจึงเก็บเอาตัวอย่างของการขายงานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์มาให้ดูกันว่า ทั้งหมดนี้พวกเค้ามีอะไรที่เหมือนกันบ้าง รับรองได้เลยว่ามีประโยชน์กับทุกคน และมันจะช่วยให้การขายงานครั้งต่อไปของเพื่อน ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

1.ใช้ประโยคเดียวที่ทำให้ทุกคนเข้าใจ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 สมัยที่ Steve Jobs ขึ้นเปิดตัว iPod ครั้งแรก เขาบอกกับพวกเราว่าสินค้าของเค้าจะช่วยให้เรามี “เพลงเป็นพัน ๆ เพลงอยู่ในกระเป๋ากางเกง” ซึ่งประโยคเล็ก ๆ ประโยคเดียวนี่แหละครับที่ทำให้คนฟังถึงบางอ้อ เข้าใจได้ทันทีว่าสินค้าของเค้าคืออะไร มันช่วยอะไรเราได้ ซึ่งการจะคิดประโยคเด็ดให้สะดุดหู เข้าใจง่าย และน่าจดจำนี้ก็ไม่ง่ายเลย อาจต้องใช้เวลาคิดกันนานหน่อยแต่เชื่อเลยว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่ครับ

2.เปิดตัวทั้งทีเอาให้อลังการ
อันนี้พูดถึงในด้านของการ Launch สินค้าใหม่กันบ้าง ถ้าเกิดเรามีโปรดักต์ตัวนึงที่เพิ่งพัฒนาเสร็จ แล้วอยากให้เตะตานักลงทุนจนมีเงินไหลเข้ามาล่ะก็ อย่าเอาแต่ทำโฆษณาครับ เพราะมันไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่หรอก เปิดตัวทั้งทีต้องให้ยิ่งใหญ่ ให้มีคนจดจำกันไปเลย โดยตัวอย่างนี้ก็มีให้เห็นจากเจ้าพ่ออีเวนท์มาร์เกตติ้ง M&M นั่นเอง ขนาดแค่ตอนที่เปิดตัวร้านใหม่ที่ New York พวกเค้ายังทาสีตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบ M&M เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่เลย และตอนเปิดตัวสินค้าใหม่ก็มีการโปรยสินค้าลงมาเต็มถนนให้คนมาเก็บใส่กระเป๋ากันด้วย ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับตัวแบรนด์ สร้างแรงจูงใจให้กลับมาซื้อกันตรง ๆ แบบนี้สิถึงจะเจ๋ง

3.บอกให้รู้ว่าคุณเข้ามาแก้ปัญหาอะไร
แน่นอนว่าการทำธุรกิจต้องเริ่มจากแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่าง ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายมากนะครับถ้าเรามีโอกาสได้ขายงานแต่ไม่ได้พูดถึงมันออกไป เพราะจริง ๆ แล้วทุกคนก็อยากจะแค่ฟังว่าเราเข้ามาช่วยให้อะไรมันดีขึ้น เหมือนกับตอนที่ Elon Musk เปิดตัวแบตเตอร์รี่พลังแสงอาทิตย์ในปี 2015 เค้าก็ไม่ได้เน้นให้คนอื่นรู้ว่ามันทำงานยังไง มันมีเทคโนโลยีอะไรใหม่เข้ามา แต่สิ่งที่เค้าเน้นก็คือเรื่องที่ว่าโปรดักต์ของเค้ามันเข้ามาแก้ปัญหาอะไรนั่นเอง ซึ่งมันก็ทำให้สินค้าของเค้าขายหมดภายในไม่กี่เดือนหลังเปิดตัว นี่จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจเวลาขายงานนั่นเอง

4.ใช้ประโยชน์จากคนดังตามโซเชียล
คือเราเองไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามบนทวิตเตอร์เป็นแสนเป็นล้านก็ได้ครับ แต่เราแค่ต้องรู้จักกับคนที่เค้าเป็นแบบนั้น นี่คือหัวใจหลักของข้อนี้เลย กลยุทธ์นี้ก็มีที่มาจาก Nikon แบรนด์กล้องชื่อดังจากต่างประเทศที่ตอนนั้นเค้าจะเปิดตัวสินค้าใหม่ และอยากให้เข้าถึงกลุ่มคนที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นหลัก เค้าก็จ้าง Ashton Kutcher ที่สมัยนั้นมีคนติดตามทวิตเตอร์มากถึง 3.9 ล้านคน มาเป็นคนเปิดตัวให้กับสินค้าของเค้า ซึ่งตรงนี้เองที่คุณก็ทำได้ แต่ที่สำคัญคือ ต้องดูตลาดที่เราจะตีด้วยว่าเป็นประเภทไหน ใครเป็นคนดังในตลาดนั้น และความน่าเชื่อถือเค้ามากน้อยแค่ไหน

5.เปิดตัวให้ถูกเวลา
เคยสงสัยกันมั้ยครับว่าทำไม Pokemon Go ที่ฮิตมากเป็นอันดับหนึ่งของทุกประเทศถึงเพิ่งจะมาเปิดตัวเอาปีที่แล้ว ทำไมไม่เป็นเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้นล่ะ? หรือทำไมไม่เป็นปีหน้าไปเลย? ก็เพราะทุกอย่างถูกวางแผนมาหมดแล้วไงล่ะครับ ที่เค้าเปิดตัวในช่วงต้นหน้าร้อนก็เพราะมันเป็นช่วงปิดเทอมของเด็ก ๆ ทำให้เด็ก ๆ มีเวลาออกไปตามจับโปเกมอนกันได้ทั้งวัน ส่งผลให้ยอดผู้ใช้งานของเค้าเพิ่มขึ้นมหาศาล ซึ่งตรงนี้เองที่เราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ถ้าจะเปิดร้านขายดอกไม้ ก็ลองเล็งช่วงวาเลนไทน์ไว้ ถ้าจะ Launch สินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก ก็ลองเลือกวันเปิดตัวเป็นวันแม่ดู เรื่องเล็ก ๆ พวกนี้แหละครับที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2446 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น