ทำออฟฟิศแบบนี้ไง เป็นใครก็อยากอยู่

ปัจจัยหลักที่เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะทำงานที่นี่ต่อไปดีมั้ยของพนักงานเงินเดือนหลาย ๆ คนก็คงหนีไม่พ้นเรื่องสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน

ลองนึกตัวอย่างดูว่า ถ้าบ้านเราสกปรก บ้านเรามีแต่คนนิสัยไม่ดี บ้านเรากฎระเบียบเยอะเกินไป เราจะรู้สึกสบายใจมั้ยที่ได้อยู่ตรงจุดนั้น แน่นอนว่า “ไม่”

ที่ทำงานก็เหมือนกัน ถ้าบรรยากาศรอบตัวเราไม่ดี มันก็จะส่งผลเสียต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะทำ ทั้งผลงานแย่ สุขภาพจิตเสีย ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ พาให้ทุกอย่างล้มเหลวไปหมด

อย่ามองว่านี่เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องสนใจก็ได้นะครับ เพราะสภาพแวดล้อมในที่ทำงานมันส่งผลได้มหาศาลถึงขนาดนั้นจริง ๆ ดังนั้นไหน ๆ นี่ก็ขึ้นปีใหม่ทั้งที เรามาปรับปรุงออฟฟิศครั้งใหญ่ให้มีบรรยากาศน่าอยู่ต้อนรับปีไก่นี้กันเถอะ

1. ตัดเนื้อร้าย (พนักงานที่ไม่ดี) ทิ้งไป
หนึ่งในเรื่องน่าปวดหัวที่สุดในชีวิตการทำงานก็คือเรื่องเพื่อนร่วมงาน ถ้าต้องทนกับการทำงานหนักทุกวันอาจจะยังทนไหว แต่ถ้าต้องทนหนักใจกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เอาไหน นิสัยไม่ดี แบบนี้มีแต่จะบั่นทอนจิตใจแล้วพาให้อะไรดูแย่ไปเสียเปล่า ๆ ไม่เพียงแค่นั้นนะ ถ้าเรามีพนักงานดี ๆ สักคน แต่ปล่อยให้เค้าอยู่ท่ามกลางพนักงานที่ไม่ดี มีความคิดลบ ขี้นินทา ใส่ร้าย หรืออะไรต่าง ๆ มีโอกาสมากถึง 47% ที่พนักงานที่แสนดีคนนั้นจะเปลี่ยนไป กลายเป็นพวกเดียวกับพนักงานที่ไม่ดีด้วย แย่เลยแบบนี้ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการทุกคนต้องเริ่มต้นจากจุดนี้ เริ่มต้นตั้งแต่เลือกจ้างพนักงานที่ดี มีความสามารถ  ทำงานเป็นทีมได้ มีมุมมองความคิดที่เป็นบวก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ออฟฟิศน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ

2. พูดจาชื่นชม ให้กำลังใจอยู่เสมอ
เรื่องของคำพูดคำจานี่ก็เป็นอะไรที่มีผลสุด ๆ กับชีวิตการทำงาน แน่นอนอยู่แล้วว่าพนักงานคนนึงที่ทำงานหนักทุกวันเป็นเวลาหลายชั่วโมง เหนื่อยก็เหนื่อย เครียดก็เครียด แถมยังต้องรับแรงกดดันจากหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ อีก คำพูดที่เค้าอยากจะได้ยินย่อมไม่ใช่คำ “ด่า” แน่นอน ซึ่งตรงนี้แหละครับที่หัวหน้าทีมหรือผู้บริหารควรลงมาเอาใจใส่ หาคำพูดให้กำลังใจ ปลุกเร้า สุมไฟให้กับความตั้งใจของพนักงานที่กำลังจะมอดลง ถามความรู้สึกว่าเค้าเป็นยังไง ต้องเจอกับอะไรบ้าง ให้พนักงานรู้ว่าเค้ายังมีคุณอยู่ และลองให้เค้าเป็นคนตัดสินใจทำการใหญ่ด้วยตัวเอง โดยคุณแค่มองอยู่ห่าง ๆ และคอยให้คำแนะนำบ้างในบางที วิธีนี้จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมามากเชียวล่ะ

3. อิสระในการทำงาน
เราคงเห็นภาพของออฟฟิศที่ต้องนั่งเรียงกันเป็นตับ ขยับตัวทีก็กระทบคนนู้นคนนี้กันจนชินตา บางที่ฝุ่นหนาเตอะ บรรยากาศอึมครึม กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยคลุ้ง ทั้งหมดทั้งมวลล้วนนำพาไปสู่การทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในยุค 2017 ที่เด็กรุ่นใหม่ เจน Y เริ่มเข้ามามีบทบาทในหน้าที่การงานนี้ พวกเค้าจะรักความอิสระมาก ไม่ชอบทำอะไรอยู่กับที่ ทำให้เจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนต้องตั้งข้อสังเกตและปรับตัว อาจเริ่มจากการทำออฟฟิศให้สะอาดสะอ้าน ไม่กำหนดที่นั่งทำงาน สามารถยกโน้ตบุ้คไปนั่งทำตรงส่วนไหนของออฟฟิศก็ได้ หรือถ้าเค้าอยากจะประดับประดาออฟฟิศด้วยของตกแต่งอะไรที่เค้าคิดว่าดีก็ปล่อยพวกเค้าไป ให้เค้าได้สร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ขึ้นมาด้วยตัวเอง อีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารเวลา อย่าไปตามงานหรือเจ้ากี้เจ้าการอะไรพนักงานมาก เค้าอยากจะพักตอนไหน อยากจะเล่นอะไร ปล่อยเค้าไป แค่คุณกำหนดเวลาให้เค้าแล้วทิ้งท้ายไว้ว่า “ไม่เข้าใจอะไร ปรึกษาได้เลยนะ” เท่านี้ก็พอแล้ว

4. ปล่อยวางให้ความยืดหยุ่นแก่พนักงาน
ถ้ามันไม่ได้ชนกับวันประชุมเข้าจัง ๆ หรือมีนัดสำคัญพิเศษอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจเวลาที่พนักงานจะขอลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน หรือไปทำธุระส่วนตัวหรอก ยิ่งคุณไปจู้จี้พวกเค้า ก็ไม่ได้ช่วยให้เค้าทำงานได้ดีขึ้น ไวขึ้น กลับกันจะทำให้เค้าไม่อยากอยู่ร่วมออฟฟิศเดียวกับคุณซะเปล่า ๆ ปล่อยให้เค้ามีโอกาสวางแผนการทำงานของตัวเอง ได้แสดงความรับผิดชอบออกมาให้เราเห็น เค้าจะรู้สึกว่าเราเชื่อใจ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นผลดีกลับมาหาเรา แถมไม่ต้องเหนื่อยตามเช็คพฤติกรรมอีกต่างหาก

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1289 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น