จับนวัตกรรมมาใส่ ปั้นสินค้าสมุนไพรโกอินเตอร์

ลูกประคบเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรของคนไทย ที่ช่วยบรรเทาและรักษาอาการเจ็บปวดของร่างกายมานับแต่อดีต สมัยก่อนการนำลูกประคบมาใช้งานนั้นค่อนข้างจะยุ่งยาก

เพราะต้องนำไปนึ่งเพื่อให้เกิดความร้อนก่อนนำมาใช้ แต่การนึ่งในซึ้ง หรือหม้อนึ่งไฟฟ้าอย่างในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นให้สมุนไพรปล่อยสารสำคัญที่ช่วยในการบำบัดรักษานั้น บางครั้งอาจจะให้ความร้อนมากเกินไปจนทำให้ผิวหนังแสบร้อนจากการประคบ กลายเป็นเพิ่มความเจ็บปวดเข้าไปอีก หรือบางครั้งสมุนไพรอาจจะเปื้อนผิวหนังหรือเสื้อผ้า ทำให้การใช้งานลูกประคบไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก

“วรชัญญ์ ศรีวิเชียร” ผู้ประกอบการซึ่งแต่เดิมมีธุรกิจทำโรงงานผลิตสมุนไพรหลายชนิด และผลิตลูกประคบสมุนไพรส่งจำหน่ายเป็นจำนวนมาก มองเห็นจุดอ่อนของการใช้งานลูกประคบดังกล่าว จึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาลูกประคบให้คนไทยสามารถใช้เพื่อบำบัดร่างกายได้อย่างง่ายและสะดวกขึ้น โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วย ซึ่งหลังจากที่ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ และได้พูดคุยตกลงกันที่จะนำนวัตกรรมและสินค้าลูกประคบมาพัฒนาร่วมกัน โดยตั้งโจทย์ว่าจะพัฒนาลูกประคบสมุนไพรให้สามารถตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายและทันสมัย ตรงใจทุกกลุ่มลูกค้า จึงได้นำ “นวัตกรรมนาโน” มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า จนเกิดเป็นรูปลักษณ์ใหม่ คือ “ถุงประคบร้อนสมุนไพร เม็ดบีทชีวภาพ” ภายใต้ชื่อแบรนด์ “พุทธรักษา”

วรชัญญ์ใช้เวลาในการผลิตและทดลองร่วมกันประมาณ 6 เดือน จนได้เม็ดบีทชีวภาพที่สกัดจากมันสำปะหลังที่มีขนาดเล็กเท่ากับเม็ดทราย ทำหน้าที่คล้ายฝาคอยเปิด-ปิด เพื่อปล่อยกลิ่นสมุนไพรออกมา โดยนำสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมในลูกประคบ เช่น ขมิ้น ไพล ตะไคร้ เปลือกส้มโอ และสมุนไพรต่าง ๆ มาสกัดเป็นน้ำ ผ่านกระบวนการในห้องปฏิบัติการเพื่อนำน้ำสมุนไพรสกัดใส่ลงไปในเม็ดบีทชีวภาพ จากนั้นนำไปบรรจุเป็นถุงประคบร้อน เมื่อจะใช้งาน เพียงนำถุงประคบร้อนใส่ในไมโครเวฟ อุ่นให้ร้อน เม็ดบีทที่โดนความร้อนจะปล่อยกลิ่นสมุนไพรออกมา หลังใช้งานแล้วเมื่อความร้อนลดลงกลับมาอยู่ในระดับปกติ ฝาเม็ดบีทชีวภาพก็จะปิด ทำให้สารสมุนไพรยังคงอยู่ จึงสามารถใช้ถุงประคบร้อนได้นานขึ้น ในขณะที่ลูกประคบทั่วไปจะเก็บความร้อนได้นานประมาณ 5 นาที และใช้ได้เพียง 2 ครั้ง แต่ถุงประคบร้อนเม็ดบีทชีวภาพสามารถเก็บความร้อนได้นานถึงครึ่งชั่วโมง และใช้งานได้มากถึงประมาณ 60 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้

พัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมจนได้รับรางวัลรับรอง

ต้นทุนและความยากในการพัฒนาสินค้าจากภูมิปัญญาไทยอย่างลูกประคบจนกลายเป็นถุงประคบร้อนนั้น วรชัญญ์บอกว่ามีต้นทุนไม่สูงมากนัก แต่มีความยากในการผลิต เพราะกระบวนการผลิตนั้นซับซ้อน ต้องสกัดมันสำปะหลังเพื่อมาทำเป็นเม็ดบีทหรือพลาสติกชีวภาพในห้องปฏิบัติการ และที่ยากมากยิ่งขึ้นคือ เทคโนโลยีการนำสมุนไพรที่สกัดเป็นน้ำเข้าไปอยู่ในเม็ดบีทที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายนั่นเอง และด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัล “สุดยอดนักประดิษฐ์ ด้านสังคม” ในการประกวดรางวัลสุดยอดนวัตกรรม ประจำปี 2559 (7 INVATION AWARDS 2016)

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์แผ่นประคบร้อนเม็ดบีทชีวภาพ ก็คือเรื่องของการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นโจทย์หลักของสังคมในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยช่วยในเรื่องการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ที่สำคัญในกระบวนการผลิตยังสนับสนุนการใช้สมุนไพรจากเกษตรกรในพื้นที่ จึงช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น ยังถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสมุนไพรไทยให้ก้าวไปสู่ระดับนานาชาติอีกด้วย

ในอนาคตวรชัญญ์ยังมองถึงการต่อยอดพัฒนาธุรกิจ โดยจะมีการพัฒนากลิ่นและสรรพคุณให้มีความหลากหลายโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลูกค้าบางประเทศไม่ชอบกลิ่นสมุนไพรไทย แต่ชอบสมุนไพรจีนมากกว่า
มองหาผู้ร่วมลงทุน ดูแลด้านการตลาด

แม้จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์ด้านสุขภาพได้เป็นอย่างดี แต่ในการทำตลาดวรชัญญ์ยอมรับว่าตนเองถนัดในด้านการผลิตมากกว่า จึงอยากมองหาผู้ร่วมลงทุนมาช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาให้สินค้าจากภูมิปัญญาไทยนี้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

“เรากำลังเร่งทำเปิดตลาดในทุกช่องทาง ทุกวันนี้คนก็เริ่มรู้จักถุงประคบร้อนเม็ดบีทชีวภาพมากขึ้น แต่ก็ยังขาดสื่อประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน เราถนัดเรื่องการผลิตแต่ไม่ถนัดเรื่องการตลาด เวลานี้ก็อาศัยการขายออนไลน์ของตัวแทนที่มีอยู่ แต่ก็ยังไม่มากนัก ตอนนี้จึงอยากเปิดรับผู้ร่วมลงทุนในรูปแบบของการเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือให้เราผลิตแล้วนำไปขายต่อในลักษณะของ OEM ซึ่งเราเปิดรับตรงนี้อย่างเต็มที่ ทุกรูปแบบการจำหน่ายเพื่อกระจายสินค้า ตอนนี้มีนวัตกรรมหลายๆ อย่างที่ผมคิดอยู่แต่ยังขาดผู้ร่วมคิดและดำเนินการทางด้านการตลาด ในด้านวัตถุดิบผมไม่ห่วงเพราะผมเป็นโรงงานผลิต ไม่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ แต่ผมมีปัญหาเรื่องการตลาดเป็นหลัก จึงต้องการผู้ร่วมลงทุนที่มีคอนเนคชั่นด้านการตลาด เงื่อนไขไม่มีอะไรมาก ทำอย่างไรก็ได้ให้สมุนไพรไทยได้พัฒนาออกไปสู่ระดับโลกให้มากที่สุดเท่านั้น”

หากใครมี่องทางพร้อมจะต่อยอดธุรกิจไปด้วยกันกับถุงประคบร้อนสมุนไพร แบรนด์พุทธรักษา ลองพูดคุยกับวรชัญญ์ได้ที่ 09-5249-2217 แอดไลน์ 084-388-2217

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1425 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น