ส่องตลาดกัมพูชา โอกาสของสินค้าและบริการจากไทย

กัมพูชาแม้จะเป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 16 ล้านคน แต่หากมองโอกาสในเชิงการค้ากับประเทศนี้ ต้องถือว่าไม่ธรรมดา เพราะแม้ว่าค่าครองชีพของชาวกัมพูชาจะสูงกว่าระดับรายได้

แต่กัมพูชาก็พร้อมจะลดหย่อนมาตรการอนุญาตและจำหน่ายสินค้าจากประเทศไทย ทำให้สินค้าไทยสามารถไปวางขายในกัมพูชาได้ทันที หากคู่ค้าสามารถกระจายสินค้าไปวางบนซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าได้ โดยกัมพูชานั้นเป็นประเทศที่เน้นการนำเข้าเป็นหลัก คือสูงเกือบ 95% ด้วยผู้บริโภคมีความนิยมและเชื่อมั่นสินค้าที่ผลิตจากประเทศอื่นๆ มากกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศไทยจะได้รับความนิยมมากกว่าสินค้าจากประเทศอื่นๆ แม้ว่าบางครั้งจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม
กัมพูชามีชายแดนติดกับประเทศไทยทั้งทางทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจุดผ่านแดนสำคัญอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดปอยเปต ซึ่งในแต่ละวันจะมีพ่อค้าและนักธุรกิจชาวกัมพูชาเข้ามาหาซื้อสินค้าในฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก สินค้าบางส่วนอาจส่งไปพนมเปญหรือต่อเนื่องไปจนถึงเวียดนาม (โฮจิมินต์) ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากพนมเปญเพียงประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

ธุรกิจ SME อะไรบ้างที่ไทยมีโอกาสไปได้สวยหากคิดจะเข้าไปลงทุน

ในบรรดาประเทศกลุ่ม AEC กัมพูชาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง จึงมีนักลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก โดยธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridors) ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและสินค้าทุน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าที่คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นตามแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ สินค้าที่ตอบสนองการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศ เช่น ผ้าผืนและด้าย เครื่องจักรกลการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน วัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง อาทิ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ แร่ยิปซัม สายไฟและสายเคเบิล เป็นต้น

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านว่า หลังจากที่กรมการค้าต่างประเทศได้ไปจัดงานแสดงสินค้าที่ตลาดปุปุย จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2559 โดยนำผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าไทยกว่า 100 ราย ไปจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเปิดตลาดสินค้าในในกัมพูชาได้เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันสินค้าแทบทุกประเภทในตลาดกัมพูชาที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจากประเทศไทยทั้งสิ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก น้ำตาล และขนมทำจากน้ำตาล เนื่องจากเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันจากจีนและเวียดนามแล้ว สินค้าไทยถือว่ามีคุณภาพ มีราคาสมเหตุสมผล และมีอายุการใช้งานมากกว่า

นอกจากนี้ สินค้าไทยยังถือว่ามีการออกแบบที่ทันสมัยกว่าด้วย โดยสินค้าที่ชาวกัมพูชามีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้แก่ รถยนต์ใหม่และสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ กลุ่มชาวกัมพูชาที่มีฐานะดียังนิยมซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ สวมใส่อัญมณีและเครื่องประดับที่มีดีไซน์ทันสมัย หรูหรา รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดีมีรสนิยม นำแฟชั่น และนิยมซื้อสินค้าที่ระบุว่า New Arrival จึงมักนิยมไปเดินในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ทำให้ศูนย์การค้าเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่สำคัญในการเจาะตลาดผู้บริโภคกลุ่มนี้ ส่วนความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด อาทิ เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า และตู้เย็น

ด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ถือว่ากำลังมาแรงมากในกัมพูชา เนื่องจากชาวกัมพูชากว่าร้อยละ 50 หรือราว7.5 ล้านคน เป็นประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งเป็นวัยที่รักสวยรักงาม เริ่มสร้างฐานะและมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับอิทธิพลจากสื่อของไทยค่อนข้างมาก ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบการใช้สินค้า ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาทิ แป้งแต่งหน้า รองพื้น ลิปสติก และเครื่องสำอางต่างๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เป็นสินค้าดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยชาวกัมพูชานิยมบริโภคสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผลเร็วหรือเห็นผลทันที เนื่องจากมีค่านิยม “ยิ่งขาว ยิ่งสวย” ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด หรือสารที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น เป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมมาก ทั้งนี้ สินค้าที่จำหน่ายในกัมพูชาควรจะมีลักษณะเช่นเดียวกับที่จำหน่ายในไทย ทั้งขนาด สี กลิ่น น้ำหนัก และลักษณะบรรจุภัณฑ์ เพื่อง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากชาวกัมพูชาได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากสื่อโทรทัศน์ของไทย อย่างไรก็ตามการทำการค้าในกัมพูชานั้น ผู้ส่งออกควรเลือกช่องทางการค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือผู้นำเข้าสินค้าประเภทนั้นๆ เพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการทำตลาดเองในระยะเริ่มแรก

เทคนิคและสิ่งที่ควรรู้ในการทำธุรกิจกับเพื่อนบ้าน

การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ภาษาถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมาก และควรจะติดต่อลงทุนผ่านทางราชการ เช่น สถานทูตไทย ทูตพาณิชย์ หรือผ่านหอการค้าต่างๆ ไม่ควรเข้าไปลงทุนเอง เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้นภายหลังจะติดตามยากมาก และควรจะเลือกทำตลาดเฉพาะสินค้าที่มีความเป็นไปได้เท่านั้น โดยพิจารณาจากวิถีชีวิตและนิสัยความชอบของผู้บริโภคชาวกัมพูชา เช่น คนกัมพูชามีอุปนิสัยกล้าใช้จ่าย นิยมขับรถยุโรป ใส่เครื่องประดับและใช้ของแบรนด์เนม ดังนั้น หากมีรายได้สูงจะไม่นิยมใช้ของเลียนแบบเด็ดขาด สินค้าที่จะเข้าไปทำตลาดจึงต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพไม่ต่างจากในเมืองไทย และผู้ประกอบการต้องรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานต่อเนื่อง เพราะหากสินค้าแบรนด์ใดสามารถเข้าไปอยู่ในใจของคนกัมพูชาได้แล้ว ก็จะได้รับการบอกต่อและได้รับความเชื่อมั่นสูงมาก จนยากที่สินค้าแบรนด์อื่นจะเข้าไปแย่งชิงพื้นที่การตลาดได้เลยทีเดียว

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

63600 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น