ใครอยากขายออนไลน์ยกมือขึ้น? เชคเทรนด์ธุรกิจค้าปลีกออกไลน์ปี 60 สดใสแค่ไหนไปดู

ในช่วง 3-4 ปีมานี้ ‘ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์’ ได้รับความนิยมสูงขึ้น จนแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ทั้งในและนอกที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เช่น Amazon, Alibaba, Lasada, Kaidee และTarad เป็นต้น

ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ไม่ค่อยจะมีเวลาสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ผ่านการพิจารณาโฆษณาและข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต จากนั้นผู้ขายจัดส่งสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า ได้ทันที นอกจากนี้ยังรวมถึงการขายปลีก โดยการประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าล่าสุด  ระบุว่า การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลประกอบธุรกิจขายปลีกทางอินเตอร์เน็ต ในเดือนสิงหาคม 2559 จำนวน  751 ราย คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียน 7,769 ล้านบาท  ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 120 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ  466 ราย คิดเป็นร้อยละ 62.05 มูลค่าทุนจดทะเบียน 7,252 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง 123 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.38 ภาคเหนือ 51 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.79 และภาคตะวันออก  39 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.19 ตามลำดับ

ปัจจัยหนุน ‘ค้าออนไลน์’
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้ได้รับความนิยมมากเป็นไปตามจำนวนประชาชนซึ่งใช้อุปกรสื่อสารที่เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ มีผู้ใช้ถึง 48.10 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของประชากรทั้งประเทศ รองลงมา ได้แก่ Computer มีผู้ใช้ถึง 23.80 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 38   ซึ่งสัดส่วนการใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างต่อเนื่อง (www.veedvil.com)

และด้วยจุดเด่นสำคัญของการค้าขายบนออนไลน์ ที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องลงทุนหน้าร้าน เสียค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างพนักงาน รวมทั้งสามารถเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงทาให้ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของผู้ประกอบการ จากต่างประเทศ ซึ่งเข้ามาทาตลาด E-commerce ในประเทศไทย

ประกอบกับแรงดึงดูดจากก้อนเค้ก “มูลค่ายอดขายสินค้าผ่าน E-commerce” ที่มีขนาดมหึมา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มสนใจตลาดนี้ โดยข้อมูลของ www.statista.com ระบุว่า  ในปี 2557 มูลค่าสูงถึง 1,929 ล้านเหรียญสหรัฐ  และในปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 มูลค่า 2,320 ล้าน และคาดการณ์ว่าในปี 2559 มูลค่าตลาดจะเพิ่มร้อยละ 23 หรือประมาณ  2,872 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะเพิ่มเป็นเกือบ 2 เท่า ในปี 2563 หรืออีก 4ปีข้างหน้า ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการขยายตัวทางการค้าของธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับ E-commerce

แนวโน้มธุรกิจในปี 2560
‘ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ’ กรรมการผุ้จัดการและผู้ ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com และ นายกสมาคม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ ในปี 2560 ภาพรวมยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยอยู่ที่ 20 -25% จากมูลค่าตลาดออนไลน์ของไทยโดยรวมในปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท โดยเป็นการค้าปลีก อยู่ที่ 4.7 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยที่เข้ามาส่งเสริมคือ เรื่องของระบบชำระเงิน โดยเฉพาะพร้อมเพย์ จะเอื้อการซื้อ – ขายออนไลน์มากขึ้น ประกอบกับ ปัจจัยส่งเสริมคือ ระบบการขนส่ง ที่เริ่มมีผู้ให้บริการที่มาก และหลากหลายมากขึ้นรองรับธุรกิจในแทบทุกประเภทสินค้า และบริการ

นอกจากนี้ การเข้ามาของโซเชี่ยล คอมเมิร์ซจากต่างประเทศ เช่น อาลีบาบา จากจีน รวมถึงรายอื่นๆ ทั้งจากเกาหลี ที่จะเข้ามาในปี 2560 ก็จะช่วยกระตุ้นตลาดออนไลน์ในประเทศให้คึกคักเพิ่มขึ้นไปอีก

ด้าน “เบญจพร ชัยบุรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซโกะจัน จำกัด ผู้ให้บริการคลังกระจายสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์มากว่า 2 ปี กล่าวว่า โดยส่วนตัวมั่นใจว่าตลาดออนไลน์ในปีหน้าจะเติบโตขึ้นอีกอย่างน้อย 40% เนื่องจาก ในปีที่ผ่านมามีลูกค้าหน้าใหม่เช้ามาใช้บริการ โซโกะจัง เพิ่มมากขึ้นกว่า 100% ลูกค้าเหล่านี้มีทั้งกลุ่มที่เพิ่งสร้างแบรนด์ใหม่ กลุ่มตัวแทนจำหน่าย และกลุ่มที่เคยขายเฉพาะออฟไลน์ที่หันมาทำตลาดออนไลน์ควบคู่ สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจในยุคปัจจุบันแม้จะมีหน้าร้านอยู่แล้วแต่จะขาดหน้าร้านออนไลน์ไม่ได้ เช่นกัน

รวมถึงผู้ค้ามีการกระจายตัวจากรอบนอกมากขึ้น คือ เป็นกลุ่มผู้ค้าจากหัวเมือง เช่น ชลบุรี นครปฐม เชียงใหม่  จะยิ่งเพิ่มทางเลือก รวมทั้งกลุ่มสินค้าที่แตกต่างออกไปอีก

ภาครัฐสนับสนุนเต็มที่
ขณะนี้ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ระบุว่า ในปี 2560 กรมฯ มีแผนสนับสนุนอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งถือเป็น New Business Model รูปแบบใหม่  โดยกรมฯ จะเป็น เป็น “Market Place” จัดเวทีเชื่อมต่อธุรกิจ SMEs จะผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ กับกลุ่ม Startup และจัดหาพี่เลี้ยง (Acililetor) เช่นสถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน มาช่วยให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้น

บันได 3 ขั้นสู่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์
ผู้ประกอบการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต หน้าใหม่ โดยเฉพาะ SME ต้องเริ่มปรับตัว เตรียมพร้อมรับโอกาสนี้ เพื่อขยายตลาดต่อยอดสินค้าที่มีอยู่เดิม โดยเริ่มทำใน 6 ขั้นตอน คือ 1) ทำการตลาดโดยการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค 2) การเลือกสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย3)เตรียมการบริหารจัดการด้านการจัดส่งสินค้าและระบบ Payment  เพื่อเพิ่มให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นรองรับกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถดาเนินธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ

16045 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น