โอกาสแฟรนไชส์ไทยในตลาดอินโดนีเซีย

ปัจจุบันตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศอินโดนีเซียยังไม่ค่อยเติบโตมากนัก โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์ที่เป็นแบรนด์ในประเทศ

 

ดังนั้น อินโดนีเซียจึงยังต้องพึ่งแบรนด์แฟรนไชส์จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ แฟรนไชส์แบรนด์ของไทยถือได้ว่ามีโอกาสในตลาดอาเซียนอย่างมาก เพราะอินโดนีเซียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องร้อยละ 6.3-6.5 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยชาวอินโดนีเซียระดับชนชั้นกลางมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลุ่มสินค้าบริการที่มีศักยภาพสามารถไปสร้างโอกาสขยายตลาดแฟรนไชส์ได้มาก ได้แก่ ธุรกิจประเภทร้านอาหาร ร้านกาแฟ เสื้อผ้าแฟชั่น แบรนด์การศึกษา สปา ร้านเสริมสวยและความงาม เป็นต้น

สำหรับแฟรนไชส์ไทยที่เข้ามายังตลาดอินโดนีเซียแล้ว ส่วนมากเป็นกลุ่มร้านอาหารและร้านกาแฟ เช่น Coca Suki, Mango Tree, Black Canyon, Coffee World และ Thai Express นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์สปา Harnn&Tharn, เสื้อผ้าเด็ก AIIZ เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น Ocean Glass และ Zebra เป็นต้น ซึ่งกฎหมายและกฎระเบียบด้านการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ในอินโดนีเซียนั้น ค่อนข้างเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่แบรนด์แฟรนไชส์ต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนเป็นอย่างมา โดยเฉพาะหากเป็นแบรนด์แฟรนไชส์ที่ชาวอินโดนีเซียรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี จะยิ่งมีโอกาสเป็นอย่างมากในการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศว่า แฟรนไชส์เป็นโมเดลธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาและขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อจำกัดด้านเงินทุนและเวลา ซึ่งขณะนี้มีหลายธุรกิจให้ความสนใจนำ “โมเดลแฟรนไชส์” มาใช้ในการขยายธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจบริการ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจความงามและสปา ปัจจุบันมีจำนวนแฟรนไชส์ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ให้การพัฒนาและสนับสนุนกว่า 862 ราย โดยในจำนวนนี้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดกว่า 200 ราย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้นำธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมเปิดตลาดในงานแสดงสินค้าระดับใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในประเทศได้นำผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมงานไปแล้ว 3 ครั้ง รวมกว่า 100 กิจการ มีมูลค่าซื้อขายธุรกิจมากกว่า 150 ล้านบาท โดยในส่วนต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาได้นำผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมงานแสดงธุรกิจและเจรจาธุรกิจมาแล้วทั้งหมด 6 ครั้งใน 6 ประเทศ รวมกว่า 150 กิจการ ในประเทศเมียนมา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนาม มีมูลค่าซื้อขายธุรกิจกว่า 250 ล้านบาท

โอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในต่างประเทศ

เป้าหมายหนึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ไทย คือ การก้าวออกไปทำธุรกิจหรือขยายสาขาในต่างประเทศ เพราะเป็นการออกไปเล่นในตลาดที่กว้างมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโตสูง แต่การก้าวออกไปเปิดตลาดในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ไทย เพราะมีคู่แข่งแฟรนไชส์ต่างประเทศรออยู่เช่นกัน เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ไทยจึงต้องเร่งปรับปรุงธุรกิจของตัวเองให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล มีระบบการบริหารแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง และต้องทำการศึกษาศิลปวัฒนธรรม ภาษา รสนิยม รวมไปถึงทัศนคติต่างๆ ของคนในแต่ละประเทศด้วย ดังนั้น หากผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยจะออกไปขยายสาขาในต่างแดน สิ่งสำคัญคือ ต้องพัฒนาธุรกิจในประเทศให้เข้มแข็งก่อน โดยต้องรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง และพอมีประสบการณ์มากพอสมควรแล้วค่อยออกไปรุกตลาดเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะไปประเทศใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจแฟรน์ไชส์ไทยในตลาดอินโดนีเซียนั้น ยังคงมีแนวโน้มที่สดใสและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร ร้านกาแฟ) ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจสปา และธุรกิจร้านเสริมสวย เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 230 ล้านคน มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงอย่างต่อเนื่องมากกว่าร้อยละ 6.0 จึงทำให้ชนชั้นกลางมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแฟรนไชส์จากต่างชาติก็ยังมีโอกาสมากในอินโดนีเซีย

 

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

 

 

1424 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น