จับตาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพร สินค้ามาแรงในกัมพูชา

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้าไปลงทุนสูงขึ้นทุกปี

ประชาชนส่วนใหญ่แม้จะยังมีกำลังซื้อไม่สูงมากนัก แต่การตัดสินใจซื้อสินค้ามักจะพิจารณาจากประโยชน์และราคาเป็นสำคัญ ซึ่งสินค้าไทยสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ คือมีทั้งคุณภาพที่ดีและราคาที่เหมาะสม สินค้าอุปโภคบริโภคในกัมพูชาส่วนใหญ่ยังมีสินค้าไม่หลากหลาย ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากไทย จีนและเวียดนาม ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยและสิ่งอำนวยความสะดวกมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้มีรายได้สูง เช่น นักการเมือง และนักธุรกิจ แต่ที่น่าจับตามองคือ มูลค่าตลาดของสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6-7 ต่อปี ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพสูงเป็นอันดับที่ 19 รองจากประเทศในอาเซียนอย่างอินโดนีเซียเพียงชาติเดียว แต่ที่น่าจับตามองคือประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ก็มีมูลค่าของตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรองจากไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากแนวโน้มดังกล่าว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้วางกลยุทธ์รุกเจาะตลาดเมืองรอง ไทย-กัมพูชา ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของกัมพูชาว่าเป็นประเทศที่มีการขยายตัวของเมืองรวดเร็ว โดยเฉพาะเมืองรอง เช่น เสียมเรียบ (เสียมราฐ) พระตะบอง กำปงจาม และพระสีหนุ ที่สภาพแวดล้อมเริ่มมีความทันสมัยไม่แพ้เมืองหลวงอย่างกรุงพนมเปญ เพราะมีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปทำงานและอาศัยอยู่ โดยเฉพาะชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนาม ทำให้การขับเคลื่อนสินค้าและบริการไทยในตลาดกัมพูชากลายเป็นความท้าทายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ประกอบกับชาวกัมพูชามีพื้นฐานความนิยมในสินค้าไทยสูงมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค และที่กำลังมาแรงมากในตอนนี้คือ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโอกาสในการทำการค้ากับกัมพูชาว่า ปัจจุบันการค้าโลกมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ และสินค้าไทยเริ่มทำตลาดยากขึ้นเรื่อยๆ แต่การค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นไปด้วยดี และมีมูลค่าการค้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตัวเลขการค้ากับประเทศกัมพูชานั้น มีมูลค่าการค้าระหว่างกันค่อนข้างสูง โดยในปีที่ผ่านมาไทยและกัมพูชามีมูลค่าการค้าระหว่างกันประมาณ 1 แสน 9 หมื่นล้านบาท โดยร้อยละ 70 เป็นการค้าชายแดน

เช่นเดียวกับคำบอกเล่าของ “อรรนพ อุษณกรกุล” หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่ได้เดินทางไปกับกรมการค้าระหว่างประเทศ ในโอกาสนำสินค้าไปจัดแสดงและจัดจำหน่ายในงาน “Thailand Festival @ Battambang” ณ ตลาดปุปุย จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2559 บอกว่าได้นำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพจากเห็ดหลินจือและถั่งเช่า และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย เข้าไปทดลองตลาด แม้ว่าชาวกัมพูชาจะยังไม่คุ้นเคยกับอาหารเสริมสุขภาพมากนัก แต่เขามองว่านี่คือโอกาสที่จะได้แนะนำสินค้า และเป็นข้อได้เปรียบคู่แข่งเพราะมีโอกาสพูดคุยกับผู้นำเข้าสินค้าชาวกัมพูชา ทำให้รู้ถึงความต้องการของลูกค้าในกัมพูชาอย่างแท้จริง

“โซ ทาวิน” เจ้าของบริษัท ทาวินอิมพอร์ทแอนด์เอ็กซ์พอร์ท จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่ในกัมพูชา เปิดเผยว่า สินค้าที่นำเข้ามาทำตลาดในกัมพูชาและประสบความสำเร็จมาก คือ น้ำว่านหางจระเข้จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ผ่านมาเขาเคยนำเข้าน้ำว่านหางจระเข้จากเกาหลีด้วย แต่ผู้บริโภคชอบน้ำว่านหางจระเข้ของไทยมากกว่า เพราะรสชาติอร่อยถูกใจคนกัมพูชามากกว่า และตอนนี้เขากำลังมองหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชนิดอื่นเข้าไปทำตลาดเพิ่มอีก ซึ่งเขากำลังให้ความสนใจน้ำลูกสำรองของไทย ทั้งนี้ โซ ทาวิน บอกว่าคนกัมพูชานั้นชื่นชอบสินค้าไทยมาก เพราะมีคุณภาพและราคาเหมาะสม ทั้งนี้ ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญคือ การจำหน่ายสินค้าในกัมพูชาควรมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่จำหน่ายในไทย เนื่องจากชาวกัมพูชาได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากสื่อโทรทัศน์ของไทย ดังนั้น การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านสื่อต่างๆ เช่น โปสเตอร์ หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา โทรทัศน์และวิทยุ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ชาวกัมพูชารู้จักสินค้ามากยิ่งขึ้น และอาจจะใช้วิธีการส่งเสริมการขายในรูปแบบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การแจกตัวอย่างสินค้าให้ทดลองใช้ การให้นักแสดงที่เป็นที่ชื่นชอบในกัมพูชามาแนะนำสินค้า รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่จะไปขยายตลาดในกัมพูชา ควรจะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และควรหาโอกาสเดินทางไปสำรวจและศึกษาตลาดในกัมพูชาด้วยตนเอง เพื่อให้ทราบถึงรสนิยมของผู้บริโภค และสามารถนำไปปรับปรุง หรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวกัมพูชา โดยอาจเริ่มจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้ากับกระทรวงพาณิชย์ของไทย นอกจากนั้นควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากในกัมพูชามีการลอกเลียนแบบสินค้าและการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าอยู่บ่อยครั้ง และการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้นค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน

 

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

18336 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น