ปั่นเที่ยวรอบเมืองลับแล ในเมืองน่ารัก ล้อมธรรมชาติแสนสงบ ชิมของอร่อยตลอดทริป

บ่ายวันหนึ่งขณะนั่งทำงานอยู่ จู่ๆก็รู้สึกอยากจะหาที่ปั่นจักรยานเที่ยวขึ้นมา นั่งเปิดหาข้อมูลดูที่นั่นที่นี่ไปเรื่อย ก็ยังไม่ได้สถานที่ถูกใจซะที

ขณะถอนใจยาวด้วยว่าไม่รู้จะตัดสินใจไปที่ไหนดี พี่สาวโต๊ะข้างๆก็หันมาสอบถามด้วยความเป็นห่วงนึกว่าเครียดเรื่องงาน เมื่อแกถึงบางอ้อว่า กำลังหาที่ปั่นจักรยานเที่ยว แกจึงชวนไปปั่นจักรยานที่บ้านแก ณ เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อมีคนชวนไปเยือนถิ่นขนาดนี้ จึงเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางกันในวันหยุดทันที

เราเดินทางด้วยรถยนต์มาถึงตัวเมืองอุตรดิตถ์ในตอนเช้า แวะหาที่พักหลักร้อยในตัวเมืองเรียบร้อย พร้อมกับเช่าจักรยานจากที่พัก จากนั้นก็มุ่งหน้าปั่นไปยังอำเภอลับแล อำเภอเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลตัวเมืองอุตรดิตถ์มากนัก ระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร ใช้เวลาปั่นประมาณเกือบชั่วโมง ก็มาถึงอำเภอลับแล เห็นป้ายประตูเมืองมาแต่ไกล แต่เกิดอาการหิวน้ำขึ้นมาตะหงิดๆ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร้านกาแฟน่ารักถูกจริตชาวกรุงแบบเราเป็นอย่างมากอยู่ด้านขวามือ เราจึงไม่รอช้าหักรถเลี้ยวไปจอดหน้าร้านอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินเข้าร้าน สั่งกาแฟเย็นเมนูประจำเรียบร้อยแล้ว ไม่นานพี่สาวเจ้าของร้านก็เดินมาเสิร์ฟ พร้อมทักทายเราด้วยความเป็นมิตร จึงถือโอกาสชวนคุยเพื่อหาข้อมูลเพิ่มจากเจ้าถิ่นอีกคนไปซะเลย

พี่นิด เจ้าของร้าน LAPLAE CLUB CAFE   เห็นเราปั่นจักรยานมา จึงแนะนำเส้นทางปั่นจักรยานรอบเมืองลับแล พร้อมจุดแวะชิมของอร่อยท้องถิ่นจริงๆ อย่างข้าวพันผัก เมื่อหายเหนื่อยดีแล้ว ขอบคุณในน้ำใจของพี่นิดเรียบร้อย ก็ออกเดินทางลัดเลาะผ่านถนนลาดยางอย่างดี วิวสองข้างทางเป็นท้องนาเขียวขจี  ผ่านทุ่งหอม ซึ่งก็คือแปลงนาที่พี่พี่เกษตรกรปลูกหอมแดงลับแล สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่ ไปจนเจอทางแยก เราเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าตรงไปวัดดอนสัก เพื่อแวะไปดูศิลปะงานไม้แกะสลัก อย่างประตูอุโบสถเก่าของวัดดอนสัก ที่ทำมาจากไม้แผ่นใหญ่ทั้งแผ่น แกะสลักด้วยลวดลายโบราณจากช่างไม้มากฝีมือ ที่แม้จะผ่านกาลเวลามานานก็ยังคงสวยงามสมบูรณ์ ให้เราได้ชมจนปัจจุบัน

เมื่อได้เวลา ก็ออกแรงปั่นต่อเข้ามายังตัวเมืองลับแล แวะไปร้านข้าวพันผักป้าเสงี่ยม ร้านเก่าแก่ของอำเภอลับแล หลายคนอาจจะสงสัยว่า เจ้าข้าวพันผักนี่มันคืออะไรนะ ข้าวพันผัก เป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่  กรรมวิธีการทำคล้ายกับข้าวเกรียบปากหม้อญวน คือเป็นการเทน้ำแป้งปาดเรียบไปบนผ้าข้าวบางที่ขึงตึงไว้เหนือหม้อนึ่งบนเตา เมื่อแป้งโดนไอความร้อนสุกพอดี ก็จะใส่ไส้ลงไป ส่วนใหญ่เป็นผักหั่นฝอยแบบผักกระหล่ำ พร้อมเนื้อสัตว์อย่างหมูสับ กุ้งแห้ง หรือบางเมนูเราก็สามารถเลือกตอกไข่ไก่ตีให้แตก ราดบนผิวแป้งอีกชั้น ซึ่งที่ร้านป้าเสงี่ยมจะเรียกว่าข้าวพันไข่ มื้อกลางวันนี้ เราจึงสั่งข้าวพันผัก และข้าวพันไข่ มาอย่างละจาน ราดมาด้วยกากหมูกรอบ อร่อยจนมื้อนี้ไม่ทันถ่ายรูปกันเลยทีเดียว

เมื่ออิ่มได้ที่แล้ว เราจึงปั่นกลับไปยังตัวเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อกลับไปนอนเก็บแรง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ โดยที่เราไม่ลืมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่างทุเรียนหลงลับแล ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวานมัน เนื้อละเอียด กลิ่นหอมนวล ต่างจากทุเรียนสายพันธุ์ อื่นๆที่คุ้นเคยกัน กลับไปให้เพื่อนๆที่กรุงเทพฯ ได้เพิ่มน้ำหนักตัวไปตามๆกัน

 

 

 

4426 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น