‘ข้าวถุงออนไลน์’ โมเดลธุรกิจใหม่มาแรงยุคดิจิตอล

เมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมาจะเห็นปรากฎการณ์ชาวนา ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน รวมถึงโรงสี นำ“ข้าวถุง” มาขาย ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟชบุคเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากปกติที่สินค้าชนิดนี้จะขายผ่านห้างค้าปลีกโมเดิร์นเทรด ร้านค้าตามท้องตลาดทั่วไป

 

จุดเริ่มต้นของปรากฎการณ์นี้เกิดจากภาวะผลผลิตข้าวเปลือกนาปีออกสู่ตลาดพร้อมกันปีละ 25-27 ล้านตันในช่วงปลายปี ทำให้ราคาข้าวตกต่ำลงอย่างมาก ชาวนากล่าวหาว่าโรงสีกดราคารับซื้อ จึงหันมาผลิตข้าวขายผ่านโซเชียมีเดียแทน

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่ช่วยให้การขายข้าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไป มีการใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟน (Mobile Phone) เพิ่มมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าอาจจะมีจำนวนมากถึง 48.10 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 77  ของคนไทยทั้งหมด รองลงมา มีการใช้คอมพิวเตอร์  23.80 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 38  และมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ ถึง 21.70 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 35   เพราะอุปกรณ์นี้ ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โฆษณา ได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคสมัยใหม่ จะมีพฤติกรรมที่ผูกติดกับการใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้มากขึ้น

ในฝั่งของผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัว ให้สอดรับกระแสความล้ำหน้าเทคโนโลยี เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้ ใช้โอกาสนี้ในการทำตลาด เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ เพราะการลงทุนสร้างหน้าร้านผ่านแพลทฟอร์มเหล่านี้ มีต้นทุนต่ำ และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ผู้ประกอบก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเจรจาขาย หรือไปเปิดหน้า ร้าน ณ ที่แห่งนั้นด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้จำนวนการค้าผ่านระบบออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ข้าวถุงเริ่มปรับตัวเข้าออนไลน์มากขึ้น

‘ภูวิศ อู่อรุณ’ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ตัวแทนเว็บไซต์ Alibaba เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายขยายตัวประมาณ 100% ส่วนใหญ่ 60% เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สินค้าประเภทข้าวถุงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้จะมีการโปรโมตสินค้าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กให้แต่ละแพ็กเก็จในจำนวนที่ต่างกันไป เช่น เบสิกจะโปรโมตให้ 5 รายการ สแตนดาร์ด 12 รายการ และพรีเมี่ยม 28 รายการ เป็นต้น  นอกจากนี้ ผู้ซื้อจะได้รับบริการเครื่องหมายรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอย่างปลอดภัย

กลยุทธ์การขายข้าวผ่านออนไลน์              

เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ประกอบการธุรกิจข้าวถุง ก็ไม่แตกต่างจากธุรกิจอื่นที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่โดยตรง เพราะที่ผ่านมาธุรกิจนี้เป็นซัพพลายเออร์ส่งสินค้าให้กับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ต้องแบ่งรายได้ซึ่งเป็นกำไรไปให้กับห้างค้าปลีกซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยมากมาย เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า รวมไปถึงส่วนลดต่างๆ

‘สุวิมล พงศ์พิทยานันต์’ ประธานกรรมการ บริษัท อิสเทิร์นไรซ์ จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตข้าวที่เดิมส่งออกและผลิตข้าวถุงส่งให้กับห้างค้าปลีก และได้เริ่มทดลองทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น  Lazada, Kaidee.com, Thaitrade และ Alibaba เล่าให้ฟังว่า เริ่มวางสินค้า 89 รายการ มีผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะลูกค้าเปิดรับชมประมาณ 8,000-9,000 ราย ในช่วงเวลา 4 เดือน

จุดเริ่มต้นของการเปิดตลาดออนไลน์ เพราะเห็นว่า ขณะนี้เป็นยุคผู้บริโภคที่นิยมซื้อขายทางออนไลน์มากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ทดลองขยายตลาด แต่สัดส่วนรายได้จากการขายผ่านออนไลน์ยังมีเพียง 20% จากสัดส่วนรายได้หลักที่มาจากช่องทางการขายปกติ 80% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ หวังว่าในอนาคตมีโอกาสที่ธุรกิจนี้จะขยายตัวแบบก้าวกระโดดได้

‘สุวิมล’ เล่าว่า บริษัท ได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดทำข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนหน้าเว็บไซต์ออนไลน์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าให้มากที่สุด

ส่วนระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ ของระบบการค้าออนไลน์นั้นไม่ได้มีปัญหามากอย่างที่หลายฝ่ายกังวล  เพราะทางผู้ให้บริการ  เช่น Lazada จะมีคำแนะนำเกี่ยวกับบริการ และการจัดส่งให้อยู่แล้ว เช่น เดียวกับ Alibaba ที่จะใช้ระบบการขนส่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์

สำหรับการวางแผนการผลิตและการตั้งราคาจำหน่ายสินค้าในออนไลน์ เบื้องต้น บริษัทได้สำรองวัตถุดิบ เพื่อบริหารต้นทุนเพราะสินค้าข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่มีความผันผวนในด้านราคาค่อนข้าวเร็ว จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับคำสั่งซื้อในช่วงสั้นๆ และจัดส่งสินค้าให้เร็ว เช่น เป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ สามารถช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านราคาได้

ข้อจำกัดของการขายข้าวถุงผ่านออนไลน์

‘สมเกียรติ มรรคยาธร’  เลขาธิการ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย อธิบายว่า  ปัจจุบันตลาดข้าวในประเทศ 9 ล้านตันแบ่งเป็น ข้าวเพื่ออุตสาหกรรม 3 ล้านตัน กับ ข้าวถุงสำหรับการบริโภค 5-6 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็น ข้าวถุงหอมมะลิ 30% หรือประมาณ 1-2 ล้านตัน กับ ข้าวขาว 70% หรือประมาณ 3-4 ล้านตัน

โดยส่วนใหญ่จะเป็นการจัดจำหน่ายข้าวถุงผ่านห้างค้าปลีกมากกว่าออนไลน์ เพราะผู้ประกอบการยังคงกังวลว่า การขายผ่านช่องทางออนไลน์ แม้ว่าจะเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ตรง แต่เป็นการขายปลีกซึ่งอาจจะมีต้นทุนค่าขนส่งสูงกว่า  แต่หากในอนาคตจะมีการส่งเสริมการขยายธุรกิจข้าวถุงผ่านออนไลน์มากขึ้น ก็ควรจะมีการจัดทำมาตรฐานการผลิตเพื่อไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันกับข้าวถุงในตลาดปกติ

 

16841 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น