หอการค้า ประเมิน 2017 ไทยเสียส่วนแบ่งสินค้าเกษตร 10% ให้ CLMV

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แนะผู้ประกอบการไทยใช้ CLMV เป็นฐานการผลิต และส่งออกสินค้าไปจีน

เข้าสู่ปีที่ 2 สำหรับการเป็นหนึ่งในประชาคมอาเซียน สำหรับประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบในเรื่องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในหมวดสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปให้กับประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV)

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า กลุ่มประเทศ CLMV ได้กลายเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่แทนประเทศไทยให้กับเหล่าบริษัทชั้นนำของโลกได้ตั้งฐานการผลิตที่นั้น นอกจากนี้ CLMV ยังมีภูมิประเทศที่ใกล้กับจีน ทำให้สามารถนำสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยส่งออกสู่ตลาดขนาดใหญ่อย่างจีนได้

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า CLMV มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดเฉลี่ย 7-8% ต่อปี เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจมากมายที่ขยายตัวอย่างมหาศาลตลอดระยะเวลา 5 ปีมานี้
รศ.ดร.อัทธ์ ยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับ CLMV ที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทยว่า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปให้กับกลุ่มประเทศ CLMV ในปี 2017 นี้ถึง 10% ซึ่งหลังจากการเป็นประชาคมอาเซียนประเทศไทยสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูป ในอาเซียนปี 2016 เติบโตขึ้นถึง 10.4% จาก 2015 โดยอัตราการขยายตัวดังกล่าวนั้นลดลงเล็กน้อยจากค่าเฉลี่ย 10.5% ระหว่าง 2010 – 2015

ตลาดสินค้าโดยรวมของอาเซียนเป็นแหล่งตลาดสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปขนาดใหญ่ ที่เจริญเติบโตแข็งแกร่ง โดยในปี 2015 มูลค่าตลาดอาเซียน 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านล้านบาทในปี 2016 และคาดว่าจะสูงถึง 4 ล้านล้านในปี 2017 โดยหลังจากการเข้าสู่อาเซียน ประเทศมาเลเซียสามารถควบคุมส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดสำหรับการส่งออกเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปของอาเซียนได้ 17.4% ตามมาด้วยเวียดนาม 17.3% และอินโดนีเซีย 16.5%

สำหรับเวียดนามเป็นตลาดนำเข้าที่ใหญ่ที่สุด ด้วยตัวเลขมูลค่าการนำเข้า 503.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่ 365.6 ล้าน ขณะที่มาเลเซียตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าการนำเข้า 381.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 369.1 ล้านบาท และอินโดนีเซียที่ 344.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 324.1 ล้านบาท

รศ.ดร.อัทธ์ ยังแนะนำผู้ประกอบการเพิ่มเติมอีกว่า สินค้าที่มีการส่งออกลดลง อย่างเช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว กาแฟ ยางพารา มันสำปะหลัง มะพร้าว และมะม่วง ควรเปลี่ยนรูปการผลิตและควรขยายฐานผลิตไปในกลุ่มประเทศ CLMV และรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการคุณภาพและให้สามารถแข่งขันได้ ในขณะที่ข้าวโพด ถั่วเหลือง กล้วย เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารทะเลแปรรูปที่ขยายตัวสูงขึ้น

2481 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น