โอกาส SMEs ไทยในการรุกตลาดฮาลาลในมาเลเซีย

ผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่คนนึกถึงส่วนใหญ่ นอกจากจะเป็นสินค้าบริโภคแล้ว ยังหมายรวมถึงสินค้าอุปโภคประเภทข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันด้วย อาจจะเป็นสินค้าที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร อาทิ เครื่องสำอาง ซอสปรุงรส อาหารแปรรูป เสื้อผ้า ตลอดจนงานด้านบริการต่างๆ เช่น ธนาคาร โรงพยาบาลและโรงแรม

ประเทศมาเลเซียถือเป็นตลาดสินค้าฮาลาลที่สำคัญ ด้วยตัวเลขประชากรชาวมุสลิมกว่า 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อย 60 ของประชากรในประเทศ ซึ่งคนมาเลเซียยังให้ความนิยมบริโภคสินค้าจากประเทศไทย มาเลเซียจึงเป็นตลาดหนึ่งในอาเซียนที่ผู้ส่งออกไทยควรจะให้ความสนใจในการส่งออกสินค้าฮาลาลมากยิ่งขึ้น

วันนี้น่าจะถึงเวลาของ “ฮาลาลคอสเมติกส์” หรือ เครื่องสำอางมุสลิม บ้างแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินและรู้ว่าปัจจุบันในตลาดโลกมีสินค้าที่เรียกว่า “ฮาลาลคอสเมติกส์” และตลาดสินค้าฮาลาลคอสเมติกส์นี้เคยเป็นเพียงสินค้ารองรับตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือนิชมาร์เกตมาก่อน โดยจำกัดอยู่ในกลุ่มลูกค้าสาวๆ ในบางพื้นที่เท่านั้น แต่ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่จำนวนสมาชิกผู้ประกอบการเครื่องสำอางของไทยนั้น มีอยู่มากถึง 2,000 ราย และ 90% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม แต่บ่อยครั้งที่แบรนด์เหล่านี้ขาดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการบุกตลาดใหม่ ๆ อย่างตลาดฮาลาล

นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีการส่งออกเครื่องสำอางไปยังประเทศมุสลิมผ่านการค้าชายแดนทางประเทศมาเลเซียมานาน และกระจายสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งหากมีมาตรฐานฮาลาลจะสามารถขจัดอุปสรรคทำให้ผู้ประกอบการทำตลาดในประเทศกลุ่มมุสลิมได้อย่างราบรื่น อีกทั้งได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และต้นทุนถูกกว่าในตลาดที่ใหญ่กว่า จากจำนวนประชากรมุสลิมมากกว่า 200 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียน
คำว่า “ฮาลาล” มาจากภาษาอารบิก มักจะใช้ในการอธิบายลักษณะของอาหารและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีการผลิตขึ้นโดยอาศัยหลักการของศาสนาอิสลาม และไม่ละเมิดข้อห้ามของศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้น ฮาลาลคอสเมติกส์ คือเครื่องสำอางที่ผลิตตามหลักการของ “ชาริอะห์” หรือหลักการของศาสนาอิสลาม ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณจะผลิตมาจากแร่ธาตุ ปราศจากส่วนผสมของหมูและส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์ ทั้งนี้จุดเด่นของการตลาดฮาลาลคอสเมติกส์นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายประการด้วยกัน ประการแรก ฮาลาลคอสเมติกส์ได้รับความเชื่อถือว่าเป็นสินค้าที่ปลอดภัย ปราศจากสารสังเคราะห์ทางเคมี โลหะหนักหรือส่วนผสมที่อาจจะเป็นอันตราย ประการที่สอง ฮาลาลคอสเมติกส์ไม่จำเป็นต้องนำไปทดลองในสัตว์ก่อนนำมาให้คนใช้ จึงเข้าคอนเซ็ปต์ของบรรดานักอนุรักษนิยม กลุ่มนักจริยธรรม และกลุ่มที่ใส่ใจในการรักษาสภาพแวดล้อมด้วย ประการที่สาม อัตราการเติบโตทางธุรกิจของฮาลาลคอสเมติกส์มีมูลค่าเกินกว่าปีละ 10% มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังอยู่ต่อไปในอีกหลายปี ไม่น้อยกว่า 10 ปีข้างหน้านี้ประการที่สี่ ตลาดหลักของฮาลาลคอสเมติกส์คือประเทศที่ร่ำรวยในกลุ่มอาหรับ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ เฉพาะในตะวันออกกลาง ยอดการจำหน่ายของฮาลาลคอสเมติกส์เกินกว่า 2,100 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะมีการขยายไลน์ของผลิตภัณฑ์ออกไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี รวมทั้งอาจจะมีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในโลกของการตลาดฮาลาลคอสเมติกส์ เพื่อฉกฉวยโอกาสทางธุรกิจในตลาดส่วนนี้

ด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดและคุ้นเคย ตลาดมาเลเซียจึงกลายเป็นตลาดที่น่าสนใจ นอกเหนือจากตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเรื่องต้นทุนการขนส่งที่ถูกกว่า อีกทั้งสินค้าไทยยังได้ประโยชน์จากภาษีนำเข้าที่มาเลเซียเรียกเก็บจากไทยภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้ไทยมีโอกาสอีกมากในการขยายตลาดสินค้าไทยในมาเลเซีย ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สคร.) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระบุว่ามีผู้ประกอบการได้มีการสอบถามข้อมูลกับ สคร. มากขึ้นทั้งในแง่รายชื่อผู้นำเข้า กฎระเบียบของมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า อัตราภาษีนำเข้า การแสดงความสนใจที่จะมาเจรจาธุรกิจในมาเลเซีย และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เช่น งานแสดงสินค้า Malaysia Halal International Show Case และ Malaysia International Food and Beverage เป็นต้น

ปัจจุบันตลาดสินค้าฮาลาลมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งไทยและมาเลเซียสามารถร่วมมือในหลายลักษณะซึ่งความเข้าใจของคนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีเพียงอาหาร แต่ความจริงมันครอบคลุมสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว รองเท้า แว่นตา ไปจนถึงเครื่องเวชภัณฑ์ และบริการด้านต่างๆ นอกจากนี้ ผู้บริโภคสินค้าฮาลาลไม่ได้จำกัดวงเฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ผู้บริโภคทั่วไปก็เป็นกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพราะปัจจุบันสินค้าหรือบริการที่ได้รับตรารับรองความเป็นฮาลาลนั้นหมายความว่า นั่นคือสินค้าที่สะอาดและมีประโยชน์อย่างสูงสุดต่อร่างกาย นอกจากนี้ แนวโน้มและโอกาสทางการตลาดด้านฮาลาลคอสเมติกส์ยังเปิดกว้างอยู่มาก SMEs ไทยควรถือโอกาสนี้ขยายไลน์สินค้าออกมาเพื่อให้เป็นฮาลาลคอสเมติกส์เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่นับถือศาสนาอิสลามได้มากขึ้นในอนาคต

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

2727 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น