นวัตกรรมจากข้าว เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรในชุมชน

ขัดและบำรุงผิว ไม่ต้องล้างออก “Alrice” ครีมสครับนวัตกรรมจากข้าว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติออร์แกนิกพันธุ์ไทย จังหวัดพิจิตร มีคุณค่าต่อสังคมในแง่การเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ การันตีคุณภาพด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย”

Alrice สครับแอนด์ครีม มีจุดเริ่มต้นมาจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติออร์แกนิกพันธุ์ไทย จังหวัดพิจิตร ที่เห็นถึงปัญหาจากเศษปลายข้าวที่เหลือค้างจากการคัด เป็นการนำมาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยคุณภฤชฎา ศรีเหนี่ยง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ กรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ ร่วมมือกับ ผศ.ดร.อัษฎางค์ พลนอก ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ทำการวิจัย โดยเป็นนวัตกรรมจากปลายข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ คือสครับสองสูตรที่ไม่ต้องล้างออก มีคุณสมบัติขัดและบำรุงผิว

ซึ่งคุณชญาดา ทองแท้ เจ้าหน้าที่ออกบูธ Alrice Thailand ได้ให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ โดยกล่าวถึงจุดเด่นและความน่าสนในของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมว่า “Alrice สครับแอนด์ครีม” มีสองสูตรในหนึ่งเดียว คือสามารถขัดและบำรุงผิวได้ในคราวเดียวกัน ไม่ต้องล้างออก ซึ่งขั้นตอนในกระบวนการผลิตเป็นการทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้คือข้าว เป็นนวัตกรรมในการทำผลิตภัณฑ์สครับจากธรรมชาติ โดยเนื้อเม็ดของสครับทำจากปลายข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ เม็ดสครับจากปลายข้าวให้ประสิทธิภาพในการขัด ซึ่งความแตกต่างทางรูปทรงของเม็ดสครับช่วยให้การขจัดสิ่งสกปรกสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนำมาใช้ร่วมกับครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันรำข้าวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ครีมสครับที่ไม่ต้องล้างออกเหมือนกับสครับทั่วไป

Alrice สครับแอนด์ครีมได้รับการันตีคุณภาพ โดยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย” โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมจากข้าวหอมมะลิไทย
คุณค่าต่อสังคมของ Alrice สครับแอนด์ครีม คือผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี มีความปลอดภัยสูง

“สครับโดยทั่วไปจะมีสารเคมีเป็นส่วนผสม เวลาที่ขัดแล้วทิ้งไว้อาจเกิดอันตรายต่อผิว หรือการสูดดม ซึ่ง Alrice สครับแอนด์ครีม นั้นใช้แล้วไม่ต้องล้างออกเพราะไม่มีส่วนผสมของสารเคมี เป็นปลายข้าว ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่อผิวและสุขภาพ” คุณชญาดากล่าว

นอกจากคุณค่าต่อผู้บริโภคแล้ว Alrice สครับแอนด์ครีม ยังมีคุณค่าต่อสังคมในแง่การเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ ซึ่งก่อนหน้านี้ปลายข้าวที่เหลือจากการคัดมีราคาต่ำ ได้ประโยชน์เพียงเป็นอาหารสัตว์ นวัตกรรมนี้ช่วยเพิ่มราคาของปลายข้าวให้มีมูลค่ามากขึ้น โดยทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติออร์แกนิกพันธุ์ไทยจังหวัดพิจิตร รับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ เป็นการช่วยให้ชาวนาได้มีรายได้เสริมจากการทำนา
Alrice สครับแอนด์ครีมเริ่มทำการตลาดมาได้ระยะหนึ่ง ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าที่รักและใส่ใจในสุขภาพของผิวพรรณ ชอบผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดย Alrice สครับแอนด์ครีม นอกจากมีคุณภาพดีจากธรรมชาติแล้วยังมีราคาย่อมเยา เป็นราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย

และสำหรับช่องทางการขายนั้น คุณชญาดากล่าวว่าช่องทางหลักของผลิตภัณฑ์คือออกขายตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ ทั้งใน กทม.-ต่างจังหวัด หรืองานออกบูธของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ มีตัวแทนจำหน่าย และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางออนไลน์ ซึ่งตอนนี้เน้นการทำตลาดทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีแฟนเพจ Facebook : AlriceThailand

สุดท้าย สำหรับแนวทางการพัฒนาธุรกิจ คุณชญาดากล่าวว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเร็ว ๆ นี้กำลังจะเพิ่มครีมอาบน้ำสครับข้าวหอมมะลิกับไรซ์เบอร์รี เป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และใช้นวัตกรรมเข้ามามีส่วนร่วมเช่นเดิม อาจมีวัตถุดิบตัวอื่นที่นอกเหนือจากข้าว โดยเน้นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นในจังพิจิตร นอกจากนี้ยังเล็งเพิ่มช่องทางการตลาดด้วยการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายให้มากขึ้นกว่าเดิม
สนใจสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่าย FB : AlriceThailand โทรศัพท์ 08-1859-8222, 08-4120-3960

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3415 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น