ดันสินค้าไทยผงาด ในตลาดแดนมังกร

จีนเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ประกอบด้วยหลายมณฑล แต่ละมณฑลมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องรายละเอียดของกฎระเบียบ รสนิยมของผู้คนและรายได้ต่อหัว

ด้วยจำนวนประชากรที่มีมหาศาล ตลาดผู้บริโภคชาวจีนจึงเป็นที่หมายตาของนักธุรกิจไทยจำนวนมาก สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ การลงทุนในจีนต้องคิดและทำบนฐานข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งต้องเกิดจากการศึกษารายละเอียดของแต่ละพื้นที่ เพื่อกำหนดตลาดและช่องทางการเข้าไปค้าขายอย่างเหมาะสม

คนจีนมีการนำเข้าสินค้าจากไทยหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สด ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้  น้ำจิ้ม หรือของกินเล่นขบเคี้ยว อาหารไทยนั้นถือเป็นที่ถูกใจของคนจีนมาก และมีโอกาสที่จะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดในจีนได้มาก เนื่องจากปัจจุบันชาวจีนมีรายได้มากขึ้น จึงมีกำลังซื้อสินค้าคุณภาพดีไปบริโภคมากขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขการส่งออกของกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ชาวจีนจำนวนมากนิยมผลไม้สดของไทย เช่น สับปะรด ลำไย ทุเรียน ผลไม้แปรรูป เช่น ลำไยอบแห้ง ทุเรียนทอด/อบกรอบ น้ำผลไม้/หัวเชื้อน้ำผลไม้ สินค้าปรุงรสประเภทน้ำจิ้มต่างๆ เช่น น้ำจิ้มบ๊วย น้ำจิ้มไก่ ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วอบ  ถั่วทอด ถั่วเคลือบ หมากฝรั่ง ของกินเล่น รวมถึงอาหารไทยที่เป็นอาหารจานหลัก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสความนิยมท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีระยะทางไม่ไกลจากประเทศจีน และด้วยอิทธิพลของภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ของไทย ที่เป็นตัวเร่งให้ชาวจีนรู้จักวัฒนธรรมไทย อาหารไทย ผลไม้ของไทยไปในตัว

ผู้แทนจากสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ นครเฉิงตู ประเทศจีน ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดที่เมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวนว่า เฉิงตูเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่และมีศักยภาพมากที่สุดในจีนตะวันตก ชาวเมืองชอบจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างประเทศ มีสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมหลายรายการ เช่น ผลไม้ ผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป และขณะนี้ทางสำนักงานฯ กำลังผลักดันสินค้าสุขภาพ สินค้าออแกนิกส์เข้าสู่จีน เพราะจีนกำลังให้ความสนใจกับสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมด้านใบรับรองสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพัฒนาแพ็คเกจสินค้าให้สวยงาม

“เมื่อสินค้ามีคุณภาพและมีแพ็คเกจที่สวยงามแล้ว ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสนใจอย่างแน่นอน หากมีโอกาสนำสินค้าไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จีนจะดีมาก เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองและจะได้สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน รวมถึงได้มีช่องทางหาคู่ค้าและสร้างพันธมิตรกับชาวจีนด้วย”

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ไทยชาวจีนรายหนึ่งในนครเฉิงตูที่ให้ข้อมูลว่า ผลไม้ไทยที่มีการจำหน่ายนั้นมีหลากหลายชนิด และมีจำหน่ายตลอดทั้งปี โดยมียอดการจำหน่ายที่มั่นคง ซึ่งขณะนี้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกสบายขึ้น ซึ่งผู้นำเข้าจีนจะนิยมใช้เส้นทางขนส่งสินค้า R3A ทำให้ต้นทุนการขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ จากไทยลดลงกว่า 30% ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 8-9% และยังใช้เวลาในการขนส่งสินค้าที่สั้นลง ทำให้ผลไม้คงคุณภาพและความสดใหม่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภคให้มาเลือกซื้อมากขึ้น

ด้านผู้ประกอบการไทยอย่าง “วินิตย์ ขันดี” เจ้าของบริษัท 10.ดี.อินเตอร์ฟู้ด จำกัด ได้กล่าวถึงประสบการณ์ของตนเองว่า “ผมดำเนินธุรกิจส่งออกลำไยไปจีนมากว่า 20 ปี พบเจอการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ มากมาย หลายปีมานี้ ผมขนส่งผลไม้ไปจีนโดยใช้เส้นทาง R3A สู่นครคุนหมิงเป็นหลัก ซึ่งทั้งสะดวกและรวดเร็ว ส่วนเส้นรองคือขนส่งทางน้ำไปที่ตลาดเจียงหนาน นครกว่างโจว อย่างไรก็ดี อุปสรรคหนึ่งของเส้นทางขนส่ง R3A คือ ค่าภาษีและค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันเรื่องโลจิสติกส์ไม่ใช่ปัญหาของการค้าระหว่างประเทศ ตอนนี้นักธุรกิจต้องแข่งขันกันในด้านของผลิตภัณฑ์ แพ็คเก็จและคุณภาพของสินค้า ทำอย่างไรจึงจะให้ผู้บริโภคพอใจและได้รับสินค้าที่ดีที่สุด และทำอย่างไรจึงจะสามารถใช้การค้าโดยวิธีใหม่ๆ เช่น อี-คอมเมิร์ช ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ด้านศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู ให้ข้อมูลว่า จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ และผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการบริโภคสินค้าเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับเส้นทางขนส่งและระบบโลจิสติกส์ไปจีนค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้โอกาสของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสินค้าไทยในจีนยังคงเปิดกว้าง โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไทย ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายสินค้าในจีนนั้น จะมีรูปแบบหลักๆ ได้แก่ 1.ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต / ร้านสะดวกซื้อ (Supermarket/ Convenience Store) 2.ห้างสรรพสินค้า (Hypermarket) 3.ร้านขายของชำ (Grocery Store) 4.ร้านขายสินค้าเฉพาะประเภท (Exclusive Store) และ 5.การขายตรง (Direct Sale)

สำหรับสินค้าหรือธุรกิจที่มีศักยภาพในจีน ได้แก่ 1.สินค้าอาหารทะเล อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง2.สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพและสินค้าเกษตรอินทรีย์ 3.สินค้าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ 4.สินค้าฮาลาล 5.สินค้าเครื่องปรุงรส 6.อาหารสำเร็จรูป ของขบเคี้ยว และ 7.ธุรกิจร้านอาหาร

ดังนั้น หากต้องการเข้าไปทำการค้ากับจีน สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเรียนรู้ก็คือ 1.ต้องสร้างภาพลักษณ์ รักษาคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของสินค้า และต้องศึกษาความต้องการตลาด/พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด 2.ต้องทำความเข้าใจกับระบบตลาดของจีน เพื่อที่จะสามารถวางแผนการผลิต การจำหน่ายได้ถูกต้อง 3.ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบทางการค้าของจีนอยู่เสมอ ต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านั้นให้ถ่องแท้ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน  กฎหมายเกี่ยวกับภาษี 4.หาผู้ร่วมทุน/ตัวแทน/ผู้นำเข้า ที่มีความรู้เชี่ยวชาญในตลาด มีเครือข่ายน่าเชื่อถือ มีเครดิตดี มีความตั้งใจจะทำธุรกิจร่วมกัน 5.ต้องรู้จักสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างเครือข่ายหรือพันธมิตรทางการค้า 6.รู้จักใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางการค้า China-ASEAN Free Trade 7.ศึกษาเรียนรู้ภาษาจีนและศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีจีนให้เข้าใจถ่องแท้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือ เอกสารทางการค้าขายทุกอย่างควรต้องแปลเป็นภาษาจีนให้หมด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นปลิว โบรชัวร์แนะนำสินค้า เอกสารส่งเสริมการขาย คู่มือสินค้า อย่าคิดว่าใช้ภาษาอังกฤษจะดีกว่า เพราะเป็นภาษาสากล แต่ความเข้าใจนี้อาจใช้ไม่ได้กับตลาดผู้บริโภคชาวจีน

12363 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น