ปั้นนวัตกรรมสู่ธุรกิจเงินล้าน

ปัจจุบันแม้ว่าตลาดขนมขบเคี้ยวในบ้านเราจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท!!! แต่จำนวนคู่แข่งในธุรกิจก็มีมหาศาลเช่นกัน ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือกอยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งการตลาดก้อนโตนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นประตูที่ปิดตายสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ หากเพียงแต่มองเห็นช่องว่างในตลาดและเลือกทำในสิ่งที่แตกต่าง

ดังเช่นสองหนุ่มคนรุ่นใหม่วัยเพียง 25-26 ปี อย่าง “วิศรุต สุคนธ์พงเผ่า” และ “ศิระ เพื่อนชอบ” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตเต้าหู้อบกรอบ “Yofu Chips” ซึ่งเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่สมัยเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเรียนจบ ทั้งสองทำงานประจำแค่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะร่วมกันสร้างอาชีพเพราะอยากเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยตัดสินใจออกมาทำธุรกิจของตนเอง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตอาหาร ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จึงต้องมองหาโมเดลธุรกิจใหม่ จนวิศรุตมาเห็นช่องว่างและโอกาสจากเต้าหู้ทอด 1 ถุง ที่เขาซื้อไปฝากคุณพ่อ ซึ่งเขาสังเกตว่าเมื่อทิ้งไว้สักพัก เต้าหู้ทอดจะไม่มันและไม่กรอบแล้ว จึงเป็นการจุดประกายความคิดว่า น่าจะมีเต้าหู้ที่กรอบอยู่ตลอด พร้อมจะรับประทานได้ทุกเวลา จึงได้ลองหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการทำเต้าหู้ทอดที่เก็บไว้กินได้นาน ซึ่งไม่มีข้อมูลที่เขาต้องการเลย ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เต้าหู้ทอดกรอบในท้องตลาดขณะนั้นก็ยังไม่มีขายด้วย

“ก่อนหน้านี้เราเคยร่วมกันทำอาหารแช่แข็งและชานม ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก จนมีอยู่วันหนึ่งผมซื้อเต้าหู้ทอดไปฝากพ่อ แต่กว่าจะถึงบ้านก็นิ่มไม่อร่อย ทำให้อยากทำเต้าหู้ทอดที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน และกินที่ไหนก็ได้ เลยไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ปรากฏไม่มีวิธีการทำอยู่เลย และไม่เคยมีสินค้าชนิดนี้มาก่อน ทำให้ผมเห็นโอกาสทางการตลาด เพราะถ้าทำได้จะทั้งแปลกใหม่และเข้ากับกระแสรักสุขภาพ”

ลงมือทำแบบลองผิดลองถูก จนพบความสำเร็จ

เมื่อได้ Concept แล้ว วิศรุตจึงต้องทดลองทำ โดยหาสูตรและกระบวนการผลิตจนเจอและทดลองทำสูตรและกระบวนการผลิตทั้งหมด คิดค้นขึ้นเองภายในห้องครัวที่บ้าน ทำทิ้งทำเสีย ลองผิดลองถูกอยู่กว่า 11 เดือน โดยหัวใจหลักมาจากกระบวนการผลิตที่ต้องใช้เครื่องจักรพิเศษที่สั่งประกอบขึ้นเอง ผ่านกรรมวิธีอบไล่น้ำมัน ควบคู่กับใช้วัตถุดิบ “ถั่ว” พันธุ์เฉพาะที่มีเนื้อละเอียดและ Non-GMO ซึ่งถือเป็นความลับและเคล็ดลับสำคัญของธุรกิจนี้ ทำให้เต้าหู้ทอดที่ได้ออกมามีคุณสมบัติพอง กรอบ ไม่เหม็นหืน สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือนในอุณหภูมิปกติ โดยเขาได้จด “สิทธิบัตร” กรรมวิธีการผลิตเต้าหู้อบกรอบไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้ผลิตภัณฑ์แล้ว เขาและเพื่อนจึงเริ่มเปิดตลาดเมื่อกลางปี 2556 ซึ่งช่องทางขายเริ่มแรกนั้นทำเพียงใส่ซองติดสติกเกอร์ง่ายๆ แค่ 1,000 ซอง แล้วใส่ท้ายรถไปขอวางขายตามร้านค้าต่างๆ ฝากตามร้านชำเล็กๆ 6 แห่ง ที่เจ้าของร้านให้วางขายได้ ผลปรากฏว่าแค่เดือนเศษๆ สินค้าขายออกหมดทั้งๆ ที่ไม่เคยโปรโมทเลย จากเต้าหู้กรอบไม่กี่ถุงที่นำไปฝากตามร้านเล็กๆ ไม่กี่ร้าน เพียงระยะเวลาไม่นาน สินค้ากลับได้รับความสนใจและขายจนหมด ทำให้เขามีกำลังใจและมั่นใจว่าเต้าหู้อบกรอบของเขาทั้งสองคนนั้น จะถูกใจผู้บริโภคและขายได้ดีอย่างแน่นอน

เมื่อความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยไร้เงินทุนที่จะขยายธุรกิจตามตั้งใจ แม้จะติดต่อสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไม่มีที่ใดอนุมัติ วิศรุตจึงได้ไปขอยืมเงินจากญาติคนหนึ่งจำนวน 2 ล้านบาท โดยเช่าห้องแถวย่านรามอินทราเป็นโรงงานผลิต พร้อมลงเครื่องจักร ดำเนินธุรกิจภายใต้ “บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด” แบรนด์ “โยฟุ” (Yofu) โดยมี “สแน็กเต้าหู้ทอด” เป็นสินค้าแรกของบริษัท

สแน็กเต้าหู้กรอบในเบื้องต้นนั้นมี 2 รสชาติ ได้แก่ รสสไปซีและรสปาปริกา ซึ่งเป็นสูตรคิดค้นขึ้นเอง กับรสสาหร่าย ที่ได้รับการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วางตำแหน่งให้เป็นขนมกินเล่น หรือสแน็กที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อมีบรรจุภัณฑ์สวยงาม พร้อมเป็นสินค้าแปลกใหม่ เมื่อไปเสนอซูเปอร์มาร์เกตชื่อดังต่างๆ ได้รับการตอบรับทันที

“เราไม่ยอมแพ้ และเรียนรู้จากการลงมือทำ ลองผิดลองถูกกันมาเยอะ เจอปัญหาตลอด แต่ก็แก้กันไป สำคัญเลยคือ ปัญหาที่เจอ ถ้าเรายอมตั้งแต่วันที่เจอ เราคงไม่มีวันนี้ เพราะฉะนั้น พวกผมไม่เคยยอมแพ้ แม้จะเคยเจ๊ง เคยล้มกันมา แต่ไม่เคยท้อ ลุกขึ้นยืนทุกครั้ง และก้าวเดินตลอดเวลา”

จากเต้าหู้ทอดธรรมดาที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี พวกเขาได้ปรับโฉมเติมไอเดียสร้างสรรค์ ให้เป็นขนมรับประทานเล่นรูปแบบใหม่ ที่เหมาะกับคนที่ห่วงใยสุขภาพ เพราะผลิตจากเต้าหู้ถั่วเหลือง 100% ไม่ผสมแป้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเขาทั้งสองคนได้คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สุดยอด 7 Innovation Awards 2016 มาแล้ว

พัฒนาและต่อยอด จากเต้าหู้ทอดธรรมดา ปั้นเป็นนวัตกรรมเงินล้าน

โยฟุ เต้าหู้กรอบเพื่อสุขภาพ นอกจากจะทำจากเต้าหู้ถั่วเหลือง 100% ไม่ผสมแป้งแล้ว ยังผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่พิเศษ ทำให้น้ำมันที่อยู่ในเต้าหู้มีจำนวนน้อยถึงน้อยที่สุด และคงคุณค่าธาตุอาหารสำคัญ อาทิ เหล็กและแคลเซียมไว้ได้มากกว่าขนมประเภทอื่นๆ จึงดีต่อสุขภาพ และทานอร่อยเพราะกรอบอยู่ตลอดเวลา โดยบรรจุในแพ็คเกจที่มีการอัดไนโตรเจน ทำให้มีอายุการเก็บรักษายาวนานขึ้นถึง 6 เดือน โดยไม่เหม็นหืน สำหรับการทำตลาดนั้น ศรุตบอกว่าใช้ช่องทาง Social media การออกอีเวนท์ งานแสดงสินค้าต่างๆ และวางขายตามร้านค้าเพื่อสุขภาพทั่วไป ทั้งที่วิลล่า มาร์เกต ฟู้ดแลนด์ เลมอนฟาร์ม โฮมเฟรชมาร์ท  ร้านสุขภาพใบเมี่ยง เป็นต้น และในอนาคตบริษัทฯ วางแผนที่จะส่งสินค้าออกสู่ตลาดอาเซียนด้วย โดยตลาดที่เล็งไว้ในขณะนี้คือ ประเทศสิงคโปว์  มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นต้น

สำหรับผู้สนใจที่สนใจอยากเป็นตัวแทนจำหน่ายเต้าหู้กรอบ โยฟุ ชิพส์นั้น ‘ศิระ เพื่อนชอบ’ หุ้นส่วน อีกคนบอกว่า“ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่ล่าสุดนั่นก็คือฟองเต้าหู้ย่าง ที่มีน้ำมันน้อยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถติดต่อมาที่บริษัท เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายได้ โดยติดต่อได้ที่บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด 12 ซอยรามอินทรา 31 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 โทร : 08-9900-6891 (คุณภัทรานิษฐ์), 08-9900-6890 (คุณวิศรุต), 08-1828-5252 (คุณศิระ) และ 0-2551-3913 (สำนักงาน)

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2764 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น