“เฮฮาเฮง ลูกชิ้นปลา” แฟรนไชส์ใจดี โอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการมีอาชีพเป็นของตัวเอง

ลูกชิ้นปลาเงินล้าน ปราศจากแป้ง ไม่เหม็นคาว น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดทำจากมะนาวคั้นสด สนับสนุนคนที่มีทุนน้อยให้สร้างอาชีพ แฟรนไชส์ โดยที่ไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ ราคาประมาณชุดละ 1,700 บาท ไม่คิดถึงแต่ผลกำไร เน้นให้ลูกค้าอยู่ได้และโตไปด้วยกัน

เฮฮาเฮงลูกชิ้นปลา คุณแม่รุ่งนภา บริหารงานโดย คุณกฤษณะพงศ์ โรจนภรณ์สิน บุตรชาย ซึ่งทำหน้าที่ดูแลธุรกิจ เปิดเผยว่าลูกชิ้นปลาเฮฮาเฮงเริ่มธุรกิจเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการที่คุณแม่ ซึ่งต้องการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ประกอบกับเป็นคนที่เชี่ยวชาญและมีพรสวรรค์ในเรื่องการทำอาหาร มีสูตรทำลูกชิ้น เลือกทำลูกชิ้นปลาเพราะชอบกินเป็นทุนเดิม อีกทั้งมองว่าลูกชิ้นปลาในตลาดที่ขายอยู่ทั่วไปมีส่วนผสมของแป้ง ไม่อร่อย และมีกลิ่นคาว นอกจากนี้ยังคิดสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดเพื่อกินร่วมกันกับลูกชิ้นปลา

“คุณแม่ใช้เวลาทำอยู่ 7 วัน จนได้ลูกชิ้นปลาและน้ำจิ้มซีฟู้ด ทดลองวางขายที่ตลาด เป็นลูกชิ้นปลานึ่งและยำลูกชิ้นปลา ได้ผลตอบรับดี ขายได้ประมาณ 30 กก.ต่อวัน”

จุดเด่นและความน่าสนใจของลูกชิ้นปลาเฮฮาเฮง คือปราศจากแป้ง ไม่เหม็นคาว น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ทำจากมะนาวคั้นสด สินค้าทุกรายการไม่มีวัตถุกันเสีย ปลอดภัยกับผู้บริโภค

คุณกฤษณะพงศ์เล่าต่อว่า หลังจากขายได้ประมาณ 2 ปี มีคนสนใจติดต่อสอบถามมาโดยตลอด ต้องการรับไปขายรวมทั้งสนใจในสินค้าเพื่อทำธุรกิจ จึงตัดสินใจเปิดแฟรนไชส์ใช้ชื่อว่า “เฮฮาเฮง” ซึ่งหลังจากเปิดรับแฟรนไชส์ได้ไม่นาน ในราคา 20,000 และ 10,000 บาท ลูกชิ้นปลาเฮฮาเฮงมีแฟรนไชส์กว่า 50 สาขา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าอีกส่วนหนึ่งจำนวนมากที่ต้องการขายแต่ติดปัญหาเรื่องเงินทุน

“ลูกค้าอยากขาย แต่มีเงินไม่ถึงหลักหมื่น ได้ปรึกษากับคุณแม่ ซึ่งท่านกล่าวว่า อยากขายต้องได้ขาย เป็นการสร้างอาชีพให้ผู้อื่น ไม่ต้องกลัว เรายิ่งให้ ก็จะยิ่งได้รับ”

จากนั้นจึงเปิดรับลูกค้าแฟรนไชส์ โดยที่ไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ ราคาประมาณชุดละ 1,700 บาท ไม่รวมป้ายร้าน หากต้องการสามารถซื้อเพิ่มได้ในราคา 200 บาท ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าในรูปแบบนี้กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ
ตั้งแต่เปิดเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ เฮฮาเฮงลูกชิ้นปลาได้รับการตอบรับดีมาโดยตลอด มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จนั้นคุณกฤษณะพงศ์กล่าวว่ามาจากความเอาใจใส่ลูกค้า มีบริการจัดส่งที่ดี ดูแลกลุ่มลูกค้าด้วยการจัดแบ่งพื้นที่การขาย ทำการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าด้วยสื่อออนไลน์ โปรโมตสินค้าผ่านเพจเฟซบุก ให้คำปรึกษากับลูกค้าผ่านช่องทาง Line@ นอกจากนี้ยังตระเวนออกงานอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

ส่วนการเอาชนะคู่แข่ง คุณกฤษณะพงศ์มองว่าต้องเน้นการแก้ปัญหาในสิ่งที่มีอยู่เดิม อย่างลูกชิ้นปลาปัญหาจะเป็นเรื่องของการผสมแป้ง เหม็นคาว น้ำจิ้มซีฟู้ดทำจากน้ำส้มสายชู ดังนั้นการที่จะชนะคู่แข่งต้องแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ เฮฮาเฮงลูกชิ้นปลาจึงไม่มีแป้ง ไม่เหม็นคาว น้ำจิ้มซีฟู้ดทำจากมะนาวคั้นสดเท่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความแตกต่าง

“เราจะเรียกให้ลูกค้าลองชิม บอกว่าลูกชิ้นปลาไร้แป้ง ไม่เหม็นคาว หากชอบค่อยกลับมาซื้อ เราไม่กดดันลูกค้า ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ซึ่งหลายคนชิมแล้วเดินวนกลับมาซื้อ”

และสำหรับปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจนั้น คุณกฤษณะพงศ์กล่าวว่าปัญหาที่เจอและเป็นเรื่องสำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจ บางช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่กล้าจับจ่ายซื้อของ รวมทั้งมีเงินในกระเป๋าน้อยลง ก็มีผลกระทบต่อยอดขาย การแก้ปัญหาคือคิดวิธีหรือทำอย่างไรให้ของขายได้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฝืดเคือง ก่อนหน้านี้สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์ต้องรับสินค้าขั้นต่ำ 25 กิโลกรัม ก็ปรับลดลงเป็น 10-12 กิโลกรัม เป็นการลดความเสี่ยงต่อการขายของไม่ได้ อีกทั้งตรงกับแนวคิดของคุณแม่ที่ต้องการสร้างอาชีพให้คนอื่น อยากให้เติบโตไปด้วยกัน แม้มีทุนน้อยก็สามารถทำธุรกิจได้

อีกส่วนที่สำคัญคือทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้าเข้าถึงรสชาติ เนื่องจากจุดเด่นของเฮฮาเฮงลูกชิ้นคือไม่มีแป้ง ไม่คาว น้ำจิ้มอร่อย ปัญหาคือทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้ ซึ่งนโยบายหลักในการขายของคุณกฤษณะพงศ์คือการให้ทดลองชิม
“เมื่อมั่นใจในรสชาติก็กล้าที่จะเรียกคน เมื่อชิมแล้วลูกค้ารับรู้ว่าไม่มีแป้งจริง ไม่เหม็นคาว น้ำจิ้มอร่อย ยังไงก็ขายได้” คุณกฤษณะพงศ์กล่าว

ปัจจุบันนอกจากลูกชิ้นปลาและน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้ว เฮฮาเฮงยังมีสินค้าอย่างอื่นหลากหลาย เช่น หมูยอ หมูหมัก น้ำจิ้มหวาน น้ำจิ้มสุกี้สูตรเต้าหู้ยี้ รวมถึงน้ำจิ้มหมูกระทะ มีผลประกอบการเติบโตเป็นที่น่าพอใจมากในตลอด 4 ปีที่ดำเนินธุรกิจ สร้างรายได้ต่อเดือนแตะถึงหลักล้านบาท

ซึ่งในส่วนของความสำเร็จในการบริหารธุรกิจ คุณกฤษณะพงศ์เปิดเผยถึงหลักการทำงาน ว่าในการทำธุรกิจทุกประเภทนั้นล้วนต้องเจอปัญหาและอุปสรรคด้วยกันทั้งสิ้น ต้องเริ่มต้นจากความอดทนจึงจะผ่านอุปสรรคได้ มีคุณธรรมในการทำธุรกิจ ไม่คิดถึงแต่เรื่องผลกำไรที่จะได้พียงอย่างเดียว ต้องนึกถึงผู้อื่นด้วย เฮฮาเฮงลูกชิ้นปลาจึงเน้นในเรื่องการเติบโตไปด้วยกัน จากนั้นเป็นเรื่องการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ไม่มีการลดต้นทุนวัตถุดิบ ใส่ใจลูกค้าและรายละเอียดต่าง ๆ ในทุกเรื่อง ทั้งการบริการรวมถึงกระบวนการผลิตในส่วนที่เป็นคลังสินค้า

ตลอด 4 ปี ในการดำเนินธุรกิจ เฮฮาเฮงลูกชิ้นปลาพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด คุณกฤษณะพงศ์กล่าวว่าพอใจกับปัจจุบันเนื่องจากไม่คิดว่าจะมาได้ไกลได้ถึงระดับนี้ แนวทางในอนาคตต้องการสร้างแบรนด์ให้มั่นคงโดยยึดหลักให้ลูกค้าอยู่ได้ จากนโยบายที่ว่าต้องโตไปด้วยกัน พยายามต่อยอดสินค้าเพิ่มมากขึ้น เช่นลูกชิ้นกุ้งหรือน้ำจิ้มสูตรใหม่ ๆ ออกมาเพื่อความหลากหลาย ไม่เพิ่มราคาแม้วัตถุดิบจะมีต้นทุนสูง เพิ่มศักยภาพในการผลิต พัฒนาอบรมพนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังวางแผนทำการตลาดเชิงรุกเพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก เน้นตลาดออนไลน์ที่คนเข้าถึงง่าย

“แฟนเพจเฟซบุกมีประมาณ 150,000 Like แต่ยอดเข้าถึงเกินล้าน พยายามจะทำให้คนรู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือทำให้คนรับรู้ว่าเฮฮาเฮงลูกชิ้นปลานั้น ไม่มีแป้ง ไม่เหม็นคาว น้ำจิ้มซีฟู้ดทำจากมะนาวคั้นสด ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของสินค้าเรา”

สุดท้ายคุณกฤษณะพงศ์ได้กล่าวเน้นย้ำถึงการทำงานที่ต้องมีหลักมโนธรรม มองว่าการทำธุรกิจต้องไม่คิดถึงแต่ผลกำไร ซึ่งเฮฮาเฮงลูกชิ้นปลาส่งเสริมคนที่มีทุนน้อยให้มีอาชีพ ต้องการกำไรเยอะจากจำนวนยอดขายที่มาก ไม่ได้ต้องการกำไรเยอะจากตัวสินค้า เพราะเป็นห่วงผลกระทบกับลูกค้าซึ่งจะได้กำไรน้อยจากยอดขาย อยากให้ลูกค้าอยู่ได้และเติบโตไปด้วยกัน

สนใจธุรกิจ Facebook : @haehaheng.fishball โทร.08-9552-6966

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

5567 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น