ที่ทำอยู่คือนวัตกรรมจริงหรือ? โดย ดร.เรวัต ตันตยานนท์

เมื่อพูดถึงเรื่องนวัตกรรม สิ่งที่มักจะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอก็คือ เรื่องของความใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครมีประสบการณ์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในด้านผู้บริโภค ผู้ใช้งาน หรือแม้กระทั่งตัวผู้ประกอบการนวัตกรรมเอง

ดังนั้น นวัตกรรมจึงต้องมากับความรู้ใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นหลัก หากเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากองค์ความรู้เดิม หรือยังใช้เทคโนโลยีเดิม ถึงแม้จะได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างออกมาสู่ตลาด บางครั้งก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้านวัตกรรม โดยอาจมีสภาพเป็นเพียงการพัฒนารูปแบบสินค้าในเชิงการตลาดเท่านั้น

กูรู 2 ท่าน ที่ทำงานร่วมกันจนค้นพบคำตอบได้ว่า บริษัทจะสร้างนวัตกรรมที่มีระดับความแปลกใหม่สูงกว่าการพัฒนาแบบต่อยอดได้อย่างไร โดยไม่ต้องสูญเสียองค์ความรู้เดิมที่สะสมเป็นประสบการณ์หรือเป็นโนว์ฮาวภายในของบริษัทไปโดยสิ้นเชิง
กูรู ทั้ง 2 ท่านนี้ คือ รีเบคก้า เฮนเดอร์สัน (Rebecca Henderson) และ คิม คลาร์ก (Kim Clark) ในขณะที่เป็นอาจารย์อยู่ใน ฮาร์วาร์ด บิซิเนสสกูล

เฮนเดอร์สัน และ คลาร์ก สังเกตเห็นว่า ในอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมเครื่องถ่ายเอกสาร ที่ผู้นำตลอดกาลในตลาดนี้ก็คือ ซีร็อกซ์ จนกระทั่งเมื่อเราต้องการถ่ายสำเนาเอกสาร เราต้องใช้ให้เด็กไป “ถ่ายซีร็อกซ์” มาให้หน่อย!

แต่เหตุใดจึงมีบริษัทหน้าใหม่ คือบริษัท แคนนอน ของญี่ปุ่น ซึ่งมีความแข็งแกร่งในตลาดกล้องถ่ายรูป สามารถแทรกตลาดเข้ามาได้ โดยนำเสนอเครื่องถ่ายเอกสารที่ธรรมดาที่สุด แต่มีขนาดเล็ก สำหรับใช้ในบ้านหรือในธุรกิจขนาดเล็ก ในขณะที่ ซีร็อกซ์ พัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามากในทุกด้าน

จนกระทั่งถึงช่วงหนึ่งซึ่ง แคนนอน สามารถสร้างตลาดจนกระทั่ง ซีร็อกซ์ ต้องเกิดปัญหาทางการเงิน กว่าจะตั้งตัวกลับมาได้ ก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายปี

เครื่องถ่ายเอกสารของ แคนนอน ก็ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีแปลกใหม่แต่อย่างใด ก็ยังคงใช้เทคโนโลยีเดิมที่ ซีร็อกซ์ ใช้อยู่ หรือในบางส่วนก็เลิกใช้ไปแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีเก่าที่ล้าสมัย

นวัตกรรมที่ แคนนอน ค้นพบก็คือ การนำเทคโนโลยีเดิม มาปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อของชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายใน เพื่อให้เครื่องถ่ายเอกสารมีขนาดเล็กลง แต่ยังคงสามารถทำหน้าที่หลักของเครื่องถ่ายเอกสารได้เหมือนเดิม

เฮนเดอร์สัน และ คลาร์ก เรียกนวัตกรรมประเภทนี้ว่า นวัตกรรมเชิงโครงสร้าง หรือ นวัตกรรมที่เปลี่ยนสถาปัตยกรรมของผลิตภัณฑ์ (Architectural innovation) (ดูเพิ่มเติม: https://goo.gl/images/OyUD8H)

นวัตกรรมที่เปลี่ยนสถาบัตยกรรมของผลิตภัณฑ์ จะยังคงอาศัยองค์ความรู้เดิมของการทำงานของชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวสินค้า แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของชิ้นส่วน เช่น ทำให้มีขนาดเล็กลง หรือทำให้มีรูปร่างเฉพาะ เพื่อที่จะนำชิ้นส่วนอุปกรณ์นั้นๆ มาเชื่อมต่อกันด้วยโครงสร้างใหม่ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ยังคงทำงานหลักได้เหมือนเดิม

แต่มีความแปลกใหม่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดมากกว่าการเป็นเพียงแค่ “ต่อยอด” จากผลิตภัณฑ์เดิม

และอาจสร้างผลกระทบเชิงธุรกิจได้อย่างมาก จนทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เดิม ลดกระแสความนิยมลง

เช่นเดียวกับกรณี เครื่องถ่ายเอกสารขนาดเล็ก ของ แคนนอน กับเครื่องถ่ายเอกสารขนาดใหญ่ที่มีการทำงานซับซ้อน ของ ซีร็อกซ์

ตัวอย่างอื่นของความสำเร็จของการทำนวัตกรรมเชิงสถาปัตยกรรม ได้แก่ พัดลมไฟฟ้า ที่เปลี่ยนรูปโฉมไปเพื่อความเหมาะสมในการทำงานเฉพาะด้าน เช่น พัดลมติดเพดาน พัดลมอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ พัดลมที่ไม่มีใบพัด (แต่ซ่อนใบพัดไว้ในโครงสร้างภายใน

โดยที่ หน้าที่การทำงานหลักยังคงเหมือนเดิม หรือ การทำให้มวลอากาศเคลื่อนที่ เป็นกระแสลมที่เกิดขึ้นตามต้องการ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

522 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น