ไทย เตรียมรับมือส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หาก ‘ทรัมป์’ ลงดาบเรื่องภาษีจีน

TDRI วิเคราะห์ นโยบาย ‘ทรัมป์’ กระทบไทยไม่มาก แนะจับตาการกีดกันทางการค้าระหว่างชายแดน กระทบส่งออกไทย

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หลายฝ่ายอาจจะต้องเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นของตลาดการเงินทั่วโลกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบน้อยกว่าหลายประเทศมาก เนื่องจากไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมายที่สหรัฐฯ จะทำสงครามการค้า

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ยังชี้ให้เห็นอีกว่า ประเทศไทยอาจจะต้องมารับมือกับมาตรการกีดกัดทางการค้าด้านภาษีชายแดน โดยสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ภายหน้า เพราะจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ต้นทุนสูงขึ้น และจะทำให้การค้าโลกอยู่ในภาวะซบเซาอีกครั้ง ซึ่งไทยจะได้รับผลกระทบอย่างมากในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นกังวลคือสงครามการค้าทั่วโลกที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน และอาจทำให้เกิดภาวะถดถอยครั้งใหญ่แบบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1910 จนอาจกลายเป็นสงครามโลกในที่สุด

ประเทศไทยขยับตัวเลขส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ร้อยละ 1 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดต่ำกว่าเวียดนาม มาเลเซีย จีน และอินเดีย ดร.สมเกียรติ ยังระบุอีกว่า ประเทศไทยคาดว่าจะได้รับโอกาสมากขึ้นหากสหรัฐฯ ออกมาตรการทางภาษีกับสินค้าจีน และสินค้าจากไทยจะช่วยทดแทนการส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ แต่ถึงกระนั้น ภาคธุรกิจไทยและรัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ในการขยายไปยังตลาดอื่น ๆ นอกจากสหรัฐฯ อีกด้วย

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยยังแนะนำเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอาจต้องเร่งการเจรจา FTA กับสหราชอาณาจักร เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ถูกรื้อกลับมาอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจที่นำเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมเข้ามา มีการเปิดเสรีการค้าลดอัตราภาษีนำเข้าให้เหลือศูนย์ มีการเปิดเสรีภาคบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคบริการ และอนุญาตให้มีการนำเข้าแรงงานทักษะสูงเข้ามาในประเทศไทย

1336 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น