4 ความจริงแสนโหดร้าย ที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เจอแน่!

ความฝันที่จะมีกิจการเป็นของตัวเอง มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และได้ทำงานไปพร้อม ๆ กับเพื่อนสนิทต่างความสามารถกัน มันเป็นอะไรที่ช่างหอมหวาน เย้ายวนเด็กรุ่นใหม่ซะเหลือเกิน ซึ่งถ้าไปถามเด็กยุคนี้หรือคน Gen Y ล่ะก็ 2 ใน 3 คนจะตอบออกมาเหมือนกันเลยว่า พวกเค้าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง เริ่มต้นทำอะไรก็ได้สักอย่างนึง ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เยอะมากเลยล่ะครับ และ 18% ก็ลงมือทำอย่างที่ต้องการจริง ๆ ซะด้วยสิ

เด็กยุคนี้ (คนวัยทำงานรุ่นใหม่) มีความคิดแบบนี้แทบจะทุกคน เพราะเค้าถูกหล่อหลอมมาด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความคิดสร้างสรรค์ที่นอกกรอบ ทำให้แค่มีไอเดียดี ๆ สักอย่างเกิดขึ้น ก็สามารถทำมันให้ประสบความสำเร็จได้จริงแล้ว อีกอย่าง เพราะเด็กรุ่นนี้ไม่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเอง มีพ่อแม่ที่ปูทางทุกอย่างไว้ให้ ทำให้พวกเค้าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำงานนัก สามารถมีเวลาออกมาตามหาความฝันของตัวเองได้

แต่ถึงแม้ทุกอย่างจะช่างเป็นใจให้ออกมาทำธุรกิจมากขนาดไหน ฝันร้ายก็ยังตามมาหลอกหลอนพวกเค้าอยู่ดี เมื่อธุรกิจที่เค้ากำลังคิดจะเริ่มทำนั้น มันดันมีอุปสรรคสำคัญเหล่านี้น่ะสิ

1. ไอเดียดี ๆ มักจะมีคนทำไปหมดแล้ว

เริ่มต้นก่อนก็ประสบความสำเร็จก่อน คำพูดนี้เป็นอะไรที่จริงสุด ๆ ซึ่งมันแสดงให้เห็นเด่นชัดเลยกับบทความนี้ เพราะการที่คุณเกิดขึ้นมาในยุคที่ทุกอย่างเพียบพร้อมแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ไอเดียธุรกิจอะไรที่แปลกจริง ๆ หรือปรับตัวเข้าไปสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นล่ะก็ ส่วนมากจะถูกทำไปแล้วทั้งนั้นแหละ

ซึ่งนี่ก็เป็นความยาก เป็นอุปสรรคแรกเลยที่นักธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะต้องเจอ ต่อให้คุณไปนั่งคิด นอนคิด จนได้ไอเดียการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดออกมา สุดท้ายแล้วมันก็จะมีคนทำไปแล้วอยู่ดี
แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณต้องหมดหวังหรืออะไรหรอกนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีคำพูดที่ว่า Disruptive Technology ที่จะเข้ามาแก้ไขธุรกิจเก่า ๆ ให้ดีขึ้น เป็นเหมือนมาหักล้างธุรกิจเดิม ๆ ที่เคยผูกขาดตลาดอยู่ อย่างที่เป็นประเด็นกันล่าสุดก็ Taxi กับ Uber ไงล่ะครับ

2. เงินที่ได้มาจะหมดไปกับค่าจ้างคน

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่บางคนก็จะคิดซะสวยหรูเลยว่าตัวเองต้องเป็นคนที่ได้เงินมากที่สุดในการทำธุรกิจ ต้องร่ำรวย ต้องมีเงินเข้ามามากมายในปีแรก ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่ผิดสุด ๆ เลยครับ เพราะบางทีในปีแรกทั้งปีคุณอาจจะยังทำเงินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อาจจะแค่หมดเวลาในแต่ละวันไปกับการเซ็ตระบบ ทำแผนภายใน หรือแม้แต่เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า กว่าเงินจะเข้ามาจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนปีที่ 2 ที่ 3 หรืออาจจะปีที่ 10 เลยก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกครับ

ซึ่งเมื่อมีเงินเข้ามาปัญหาก็ยังไม่จบลงไปนะ เพราะเงินตรงนี้คุณก็ต้องแบ่งไปพัฒนาธุรกิจ ไหนจะค่าบำรุงรักษา ไหนจะค่าเหนื่อยตัวคุณเอง และที่สำคัญเลยก็คือ ไหนจะค่าจ้างพนักงานอีกล่ะ
เพราะแต่ละคนที่มาทำงานกับคุณ ถ้าเป็นแค่เด็กจบใหม่ เงินเดือนน้อยก็จริง แต่ก็ไม่มีประสบการณ์การทำงาน ซึ่งตรงนี้คุณเองก็ยังไม่แน่น ถ้าเน้นเฉพาะคนที่เรียกค่าตัวถูก ก็อาจจะเป็นการจับมือกันลงเหวก็ได้
มันหนีไม่พ้นที่คุณจะต้องจ้างคนเก่ง ๆ มา ซื้อตัวเค้ามาจากที่อื่น เพื่อมาช่วยคุณพัฒนาธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ซึ่งรายได้ของคุณส่วนมากจะหมดไปกับคนเหล่านี้นี่แหละ

3. Work-Life Balance ไม่มีจริง

คน Gen Y เป็นอะไรที่ร่ำร้องหาอิสระ ร่ำร้องหา Work-Life Balance มากที่สุดเลยก็ว่าได้ คือทั้งหน้าที่การงาน ทั้งเวลาพักผ่อน มันต้องไปด้วยกัน นี่คือสิ่งที่พวกเค้าเชื่อ แต่เมื่อได้ลองก้าวเท้าเข้าสู่สนามธุรกิจ ความคิดนี้เป็นต้องถูกฝังลงไปด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ปะทะเข้ามาที่หน้าว่า Work-Life Balance มันไม่สามารถทำได้เลย

เพราะการทำธุรกิจส่วนตัวคุณต้องใส่ใจกับมันทั้งหมด ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ คุณต้องรู้ลึกในทุกส่วนของกิจการ เกือบจะทุกคืนคุณจะถูกปลุกด้วยปัญหาที่รอการแก้ไขเต็มไปหมด เวลาจะพักผ่อนทีก็ต้องพะวงทีว่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับธุรกิจคุณรึเปล่า

มันไม่มีหรอกนะครับเวลาเข้างาน 9 โมงเช้า – 6 โมงเย็นน่ะ มันมีแค่ 24 ชั่วโมง เท่านั้นแหละ สำหรับการเป็นเจ้าของกิจการน่ะ

4. ต้องมีคนไม่ชอบคุณบ้าง

อย่าคิดนะครับว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนจ่ายเงินให้กับพนักงานทุกคนในที่แห่งนี้ แล้วทุกคนจะต้องรัก ต้องสรรเสริญคุณน่ะ ไม่จริงหรอก ไม่เชื่อลองนึกถึงเพื่อนคุณที่ทำงานประจำดูสิ พวกเค้ายังบ่นให้คุณฟังเลยว่าหัวหน้าเค้าเขี้ยวแค่ไหน เจ้าของบริษัทเค้าเข้มงวดยังไง สารพัดคำจะนินทา ซึ่งนี่แหละที่เป็นเรื่องยากในการจะยอมรับความจริงที่โหดร้ายข้อนี้ให้ได้

ต่อให้คุณทำดีแค่ไหน ให้เค้าอย่างเต็มที่มากเท่าไหร่ ยังไงมันก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะครับคนที่ไม่ชอบคุณน่ะ เพราะทุกการตัดสินใจของคุณมันต้องส่งผลกระทบต่อใครสักคนในบริษัทนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นล่ะก็ อย่าลืมความจริงอันแสนโหดร้ายข้อนี้ไว้ด้วยนะ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3261 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น