4 ตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจ E-Commerce ประสบความสำเร็จ

ต้องขอบคุณอินเทอร์เน็ตที่ทำให้วันนี้เราได้มาพบกัน และไม่ใช่แค่เรื่องการเข้าถึง เรื่องการติดต่อสื่อสาร หรือเรื่องการรับข่าวสารใหม่ ๆ เท่านั้นที่อินเทอร์เน็ตช่วยเราได้ แต่ยังมีเรื่องของการสร้างอาชีพอย่างธุรกิจ E-Commerce ที่ใครหลาย ๆ คนก็กำลังให้ความสนใจ และเริ่มเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกวันนี้การช็อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป จนเหมือนกับการหายใจเข้าออกไปแล้ว ซึ่งการทำ E-Commerce เดี๋ยวนี้ก็ง่ายขึ้นเยอะ ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ หรือมีเงินลงทุนมากมาย บางอย่างสามารถรับเงินได้ก่อนแล้วค่อยเอาไปซื้อของยังได้ (พรีออร์เดอร์)

แต่ก็เพราะการที่มันเริ่มง่ายนี่แหละ ทำให้การจะผิดพลาดหรือล้มเหลวก็เป็นเรื่องที่ง่ายพอ ๆ กัน ดังนั้นสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ทำ E-Commerce อยู่แล้วอยากจะเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จให้กับธุรกิจตัวเองล่ะก็ ตามไปดู 4 ตัวช่วยในการทำ E-Commerce กันเลย รับรองว่าธุรกิจคุณต้องดีขึ้นชัวร์!

1. เชื่อมต่อกับระบบการจ่ายเงิน Paypal
ยิ่งคุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากเท่าไหร่ ธุรกิจคุณก็ไปไกลได้มากเท่านั้น ซึ่งการทำ E-Commerce ก็เหมือนกัน ถ้าคุณรองรับการจ่ายเงินในรูปแบบที่เป็นสากลที่สุดอย่าง Paypal ล่ะก็ รับรองต้องมีลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการคุณแน่นอน และนี่แหละที่จะทำให้ E-Commerce ของคุณนำหน้าคู่แข่งในประเทศไปก้าวนึงแบบไม่ต้องสงสัยเลย เพราะ Paypal เป็นระบบการโอนเงินที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน แถมยังเป็นที่ยอมรับจากคนทั้งโลกอีก เพราะฉะนั้นหากคิดจะทำ E-Commerce ล่ะก็ ไม่มีไม่ได้เชียวล่ะ

2. ทำ SEO ให้เป็น
เพราะการทำ E-Commerce คือการขายของบนโลกออนไลน์ แต่จะทำยังไงให้คนที่เค้าไม่รู้จักคุณเลย สามารถหาร้านค้าของคุณเจอ ซึ่งเรื่องนี้แหละที่เป็นปัญหาใหญ่สุดหนักใจของคนทำ E-Commerce เพราะโลกออนไลน์เป็นเหมือนมหาสมุทรขนาดยักษ์ที่มีเข็มอยู่เป็นล้าน ๆ เล่มให้งม และกว่าลูกค้าจะงมมาเจอเข็มของคุณได้ มันยากมากจนแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ดังนั้นตัวช่วยหลักที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการทำ SEO เพราะมันจะทำให้คุณติดหน้าแรกใน Search Engine ต่าง ๆ ทั้ง Google Yahoo Bing ทำให้คนค้นหาผ่านช่องทางพวกนี้ สามารถพบเจอเข็มของคุณในมหาสมุทรที่ชื่อว่าโลกออนไลน์นี้ได้

3. ห้ามลืม Social Media เด็ดขาด
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาโซเชียลมีเดียทั้งสิ้น เพราะโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ทุกกลุ่ม และกระจายไปได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้โซเชียลมีเดียยังเป็นส่วนช่วยให้คุณมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าเชื่อถือ เพราะการขายของออนไลน์ยังเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่อยู่สำหรับคนไทย จึงทำให้ไม่ค่อยไว้ใจในการใช้บริการ E-Commerce มากนั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ ลูกค้าส่วนมากจะเข้ามาพูดคุยผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อความสบายใจของตัวเค้าเองว่าร้านค้านั้นมีตัวตนอยู่จริง มีคนดูแลจริง และสามารถไว้ใจได้จริง ซึ่งก็จะดูจากการตอบลูกค้าของคุณนั่นเอง

4. ใช้ชื่อร้านที่ธรรมดา ๆ
ยังคงใช้ได้กับทุกธุรกิจบนโลกนี้นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน กับเคล็ดลับในการทำให้คนจดจำ ด้วยการตั้งชื่อให้จำง่ายเข้าไว้ ซึ่ง E-Commerce ทุกคนก็หนีไม่พ้นต้องทำตามเช่นกัน เพราะชื่อร้านที่จำยากจะทำให้ลูกค้าลืม และไม่สามารถหาคุณได้เจอในเวลาที่เค้าต้องการ กลับกัน ถ้าชื่อร้านคุณจำง่าย เค้าก็สามารถเสิร์ชค้นหาผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย แชร์ไปที่ไหน คนอ่านหนเดียวก็จำได้ ซึ่งมันจะทำให้ลูกค้าเข้ามาหาคุณได้ง่ายขึ้น ต่างจากการใช้ชื่อที่จำยาก ๆ หรือชื่อเฉพาะที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ความหมายเป็นไหน ๆ เลย

ซึ่งการทำ E-Commerce ก็ยังมีอีกตั้งมากมายหลายวิธี แต่สำหรับ 4 ข้อที่เพิ่งกล่าวไปข้างต้นนี้เป็นอะไรที่จะลืมไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะมันคือกุญแจที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จบนเส้นทางนี้ เมื่อคุณทำทุกข้ออย่างถูกต้อง เชื่อได้เลยว่าธุรกิจคุณจะแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จแน่นอน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2356 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น