จะค้าขายตามแนวชายแดนอย่างไรดี,อรรถพร พรมแก้วงาม CFP®

3 หลักการที่ดีและมีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ SME จากนักวางแผนการเงินCFP คุณอรรถพร พรมแก้วงาม

การค้าขายตามแนวชายแดน เป็นการค้าขายที่มีและทำกันมาแต่โบราณ เริ่มจากการแลกเปลี่ยนผลผลิตเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและดำรงชีพ  จนพัฒนามาเป็นการค้าเพื่อธุรกิจโดยคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปกำไรจากการขายสินค้า และมีผลให้เศรษฐกิจตามแนวชายแดนเติบโตและมีความสำคัญมากขึ้น

ตามความเข้าใจเดิมๆของผม ก็เพียงแต่คิดว่าการค้าตามแนวชายแดนจะทำหรือค้าขายที่ไหนก็ได้ขอเพียงให้อยู่ติดชายแดนก็พอ แต่จากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้แบ่งด่านชายแดนที่ผู้คนใช้ติดต่อค้าขายออกเป็น 5 ช่องทาง ซึ่งผมเห็นว่าผู้ประกอบการควรจะต้องเข้าใจในความหมายของแต่ละช่องทาง เพื่อจะได้ขนถ่ายสินค้าเข้าไปได้ถูกต้องและไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

•   จุดผ่านแดนถาวร เป็นจุดที่เปิดขึ้นเพื่อการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลและได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลของแต่ละฝ่าย ดังนั้นจึงถือได้ว่าจุดผ่านแดนถาวรมีความพร้อมในด้านการค้ามากที่สุดทั้งในแง่อาคาร หน่วยงาน รวมถึงบุคลากร ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกต่อการค้าขายตามแนวชายแดน

•   จุดผ่านแดนชั่วคราว เป็นจุดที่มีผู้ร้องขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้เปิดเป็นการชั่วคราวเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้า

•   จุดผ่อนปรนพิเศษ เป็นจุดที่เปิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในด้านเศรษฐกิจและท่องเที่ยว โดยอนุญาตให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ สามารถเดินทางและค้าขายสินค้าได้สะดวกมากขึ้น

•   จุดผ่อนปรน เป็นจุดที่เปิดโดยมีวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับท้องถิ่น และอนุญาตให้ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อขายและแลกเปลี่ยนสนิค้าระหว่างกัน โดยจะกำหนดระเบียบการสัญจร ประเภทของสินค้า มูลค่าของสินค้า ระยะเวลาเปิดปิด ทั้งนี้มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกจะเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

•   ช่องทางตามธรรมชาติ เป็นจุดที่เดินทางเข้าออกไม่เป็นทางการ เป็นไปตามธรรมชาติและลักษณะภูมิประเทศ ไม่ได้มีหลักฐานการรับรองจากทางราชการของทั้งสองประเทศ

ส่วนใหญ่แล้วการค้าขายและขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะผ่านจุดผ่านแดนถาวรเป็นหลัก  เพราะเป็นด่านที่ได้รับการรับรองจากทั้งสองประเทศ รวมถึงมีความพร้อมในด้านต่างๆที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการสามารถค้าขายได้สะดวกและคล่องตัวขึ้น

ถึงแม้ผู้ประกอบการจะเข้าใจและรับทราบถึง ช่องทางการขนถ่ายสินค้าเข้าไปค้าขายแล้ว แต่หัวใจสำคัญที่จะประสบความสำเร็จในการค้าขายตามแนวชายแดนรวมถึงการค้าขายระหว่างประเทศหรือการค้าขายใดๆก็ตามในโลกนี้ ผมมีโอกาสได้รับฟังประสบการณ์จากผู้ใหญ่ ซึ่งท่านประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างมากทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งผมเห็นว่าเป็นหลักการที่ดีและมีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ SME ผมจึงอยากจะถ่ายทอดหลักการนี้ให้ผู้ประกอบการ SME  ได้ลองพินิจพิจารณา ซึ่งท่านได้ให้หลักสำคัญไว้ 3 ข้อ คือ

1.   ทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในที่ใดในโลก ควรทำให้ถูกกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลและประกอบธุรกิจได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวผลทางกฎหมายย้อนหลัง

2.   เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย การเข้าไปลงทุนในประเทศใดๆ ควรจะเสียภาษีให้ถูกต้อง ไม่ควรหนีภาษี หรือ หลีกเลี่ยงภาษี เพื่อเม็ดเงินตกไปสู่รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจของเราด้วยเพราะรัฐบาลจะมีเงินไปพัฒนาประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงการศึกษา ซึ่งจะต่อยอดไปถึงการพัฒนาคน ซึ่งจะเป็นแรงงานที่สำคัญในภาคธุรกิจ

3.   ตอบแทนสู่สังคม เมื่อประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จแล้ว อย่าลืมแบ่งปันสิ่งดีคืนให้กลับสังคมของประเทศที่ไปลงทุน ไม่ว่าจะทำการกุศลแบบใด หากคิดว่าดีและมีประโยชน์ จงทำโดยไม่ต้องไปหวังผลตอบแทนว่าจะได้กลับคืนมาเท่าใด แต่ให้ทำด้วยหัวใจ

หากปฏิบัติได้ตามหลักการ 3 ข้อที่กล่าวไว้ข้างต้น การจะไปลงทุนในที่ใดๆในโลก รวมถึงการค้าขายตามแนวชายแดน ย่อมมีแต่คนอ้าแขนต้อนรับอยากให้ท่านเข้าไปลงทุนสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

612 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น