“อินเดีย” ตลาดส่งออกฮาลาลที่น่าจับตามอง

ไทยครองสัดส่วนตลาดกลุ่ม OIC ร้อยละ 4.37 ด้านงานวิจัย เผย ประชากรอินเดียประมาณร้อยละ 50 จะเป็นการใช้จ่ายสำหรับซื้ออาหาร

 

ฮาลาล (Halal : للاح ) หมายถึง สิ่งของหรือการกระทำซึ่งได้รับการอนุญาตตามบทบัญญัติอิสลาม ส่วนฮะรอม (Haram) หมายถึง สิ่งของหรือการกระทำซึ่งได้รับการห้ามตามบทบัญญัติอิสลาม และมัชบุฮฺ (Mushbooh) หรือ ซุบฮัท (Syubahaat) หมายถึง สิ่งที่น่าเคลือบแคลงสิ่งที่น่าสงสัยที่มุสลิมควรหลีกเลี่ยง

“ฮาลาล” สำหรับชาวมุสลิมนับเป็นข้อกำหนดทางศาสนาอิสลาม (Shariah Law) ที่ไม่ได้มีข้อกำหนดเฉพาะการไม่กินหมูเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่อนุญาตให้ปฏิบัติเพราะคือสิ่งที่ดีแก่มวลมนุษย์ ซึ่งมีขอบเขตรวมถึงวิธีการเชือดสัตว์ตามหลักศาสนา การไม่รับประทานแอลกอฮอล์ หรือสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย

การออกเครื่องหมายฮาลาลในประเทศไทยจะได้รับเครื่องหมายจากคณะกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาลภายใต้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด โดยจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการทำการประทับ หรือแสดงลงบนสลาก หรือผลิตภัณฑ์ หรือกิจการต่าง ๆ ซึ่งจะออกให้กับผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม สิ่งของเครื่องใช้เครื่องสำอางที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ฮาลาล “ศาสนารับรองวิทยาศาสตร์รองรับ”

อินเดียมีชาวมุสลิมกว่า 186 ล้านคน หรือ 11.25% ของชาวมุสลิมทั่วโลก

OIC (Organization of Islamic Conference) กลายเป็นตลาดส่งออกฮาลาลที่น่าจับตามองที่สุดของโลก เนื่องจากประกอบไปด้วยกลุ่มประเทศมุสลิม 57 ประเทศ/รัฐ มีจำนวนประชากรประมาณ 1,297 ล้านคน นำเข้าสินค้าอาหารมูลค่า 108,777 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขยายตัวร้อยละ 2.2 ต่อปี

ประเทศบราซิลสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดใน OIC มากที่สุดด้วยสัดส่วนร้อยละ 12.39 ตามมาด้วยสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 7.92 อินเดีย ร้อยละ 6.63 ฝรั่งเศส/จีน ร้อยละ 5.58 และประเทศไทยอยู่อันดับที่ 6 สัดส่วนร้อยละ 4.37

ตลาดกลุ่มประเทศ OIC ถือว่าเป็นตลาดศักยภาพของอาหารฮาลาล แม้ว่าไม่ใช่ประเทศที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุด แต่นับว่ามีศักยภาพมากที่สุด ซึ่งหนึ่งประเทศกลุ่ม OIC ที่น่าสนใจ คือ อินเดีย ด้วยประชากรชาวมุสลิมกว่า 186 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ร้อยละ 11.25 ของประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกซึ่งมีอยู่ราว 1,600 ล้านคน

ประชากรชาวมุสลิมในอินเดียส่วนมากอาศัยอยู่ในรัฐอุตตระประเทศ ( Andhra  Pradesh) รัฐเบงกอลตะวันตก (West  Bengal) รัฐพิหาร (Bihar) และรัฐมหาราษฎระ(Maharashtra) ข้อมูลจากงานวิจัย ““พฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารฮาลาลไทยของบริโภคในอินเดียตอนใต้” ระบุว่า  ความต้องการบริโภคอาหารฮาลาลของอินเดียคิดเป็นค่าเฉลี่ยแต่ละคนอยู่ที่ 1,520 รูปีต่อเดือน 18,240 รูปีต่อปี ซึ่งรายจ่ายเฉลี่ยของประชากรอินเดียประมาณร้อยละ 50 จะเป็นการใช้จ่ายสำหรับซื้ออาหาร

พาณิชย์ แนะ SME ไทยมีศักยภาพด้านอาหารฮาลาล

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าอาหารฮาลาลที่จะส่งเข้าไปในอินเดียนั้น ต้องมีการรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง ส่วนการนำเข้าสินค้าที่เป็นเนื้อสัตว์จะต้องได้รับอนุญาตจาก Department  of Animal  Husbandry  and  Dairying  ของรัฐบาลอินเดีย และในอินเดียมีองค์กร Halal India Pvt. Ltd. เป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลอินเดียในการตรวจสอบและให้การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลในประเทศอินเดีย และองค์กรดังกล่าวเป็นสมาชิกของ World Halal Congress

ซึ่งองค์กร Halal India Pvt. Ltd. ยังได้มีการประสานงานและทำความตกลงร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยไว้แล้วตั้งแต่ปี 2552 ผู้ประกอบการไทยที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาลที่ออกโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว สามารถขอรับการรับรองฮาลาลจากองค์กรดังกล่าว เพื่อเพิ่มโอกาสและประโยชน์ทางการค้าในอนาคต

เน้น อาหารแปรรูปและมีอายุนาน

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ยังแนะนำอีกว่า สินค้าอาหารฮาลาลของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกมายังตลาดอินเดีย ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป ถั่วปรุงรส ขนมขบเคี้ยว ซอสและเครื่องปรุงรส ผลไม้และผลไม้แปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเน้นไปที่ตลาดระดับกลางถึงบน ที่มีรายได้สูงเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของชาวอินเดียทั่วไปและสินค้าแปรรูปต้องสามารถเก็บไว้ได้นานทนต่อการขนส่ง เนื่องจากโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าในประเทศอินเดียยังไม่ได้มาตรฐาน ใช้เวลาตรวจสอบสินค้านานทำให้สินค้าที่มีอายุสั้นจะเกิดการเน่าเสียได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ตลาดอินเดียมักประสบปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบการนำเข้าที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน อาจแก้ไข้ด้วยการหานักธุรกิจอินเดียที่มีความรู้ ความชำนาญในการดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้ามาเป็นหุ้นส่วนในการทำธุรกิจ (Joint Venture) นอกจากนี้ แนวโน้มผู้บริโภคในอนาคตอาจเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์อาหารประเภท Ready to Eat ที่จะสามารถเจาะเข้าไปถึงกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางได้มากขึ้น

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

 

 

1031 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น