จีน หนุนอาเซียนเต็มกำลัง “การค้า การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน”

พาณิชย์ คาดการณ์ 2017 การค้าชายแดนไทย ขยายร้อยละ 3 จากแรงหนุนเศรษฐกิจเกิดใหม่ CLMV

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เดินทางมาครบรอบ 1 ปี อย่างเป็นทางการหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2015 เป็นต้นมา โดยความคิดริเริ่มสำหรับการรวมกลุ่ม 10 ประเทศนั้นเพื่อต้องการสร้างตลาดฐานการผลิตเดียว เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันในภูมิภาคได้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงเป้าหมายการเคลื่อนย้ายสินค้า แรงงาน และเม็ดเงินลงทุนได้อย่างเสรีแบบสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีจะสามารถชดเชยภาคธุรกิจที่กำลังขาดแรงงาน และการกระจายงานสู่ภูมิภาคอย่างเท่าเทียม

ในปี 2010 ประชาคมอาเซียนได้ทำการลดอัตราภาษีนำเข้าเหลืออยู่ที่ 99.2% ของรายการทั้งหมดยกเว้นสินค้าบางประเภทที่มีความอ่อนไหว ภายใต้ข้อตกลงของ 6 ประเทศก่อตั้ง ประกอบด้วย มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และสิงคโปร์ ขณะที่กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) เป็นประเทศสมาชิกใหม่และเริ่มลดกำแพงภาษีสินค้านำเข้าลงเหลือ 90.9% ซึ่งจะทยอยทำให้เกิดขึ้นกับทุกสินค้าในปี 2018

ในส่วนสินค้าที่มีความอ่อนไหวนั้นประกอบด้วย ข้าว น้ำตาล ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ เมล็ดกาแฟ และมันสำปะหลัง

ยุทธศาสตร์อาเซียน  2025

AEC blueprint ได้ลงนามอย่างเป็นทางการในปี 2007 ด้วยความคาดหวังจากประเทศสมาชิกจะสร้างมาตรฐานเดียวกันให้เกิดขึ้นในภูมิภาคให้ครอบคลุม 7 สาขาอาชีพ (แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การสำรวจวิจัย การบัญชี) และภาคธุรกิจอย่างโรงแรม และทัวร์

AEC blueprint เริ่มทำงานขึ้นโดยมีเป้าหมายระยะยาวกำหนดไว้ภายใต้กรอบระยะเวลา 2025 จากการรับรองในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 โดยพิมพ์เขียวดังกล่าวนั้นเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นไปที่ภาคบริการ การแก้ปัญหาการค้าและลดอุปสรรคการลงทุน รวมถึง สร้างมาตรฐานให้สินค้าในภูมิภาค

สุดยอดคู่ค้ารายสำคัญอันดับ 1 “อาเซียน-จีน”

ด้านการประชุมสุดยอดความร่วมมือเขตการค้าเสรีอาเซียนและจีน (ACFTA) จะมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยในบันทึกข้อสนธิสัญญาดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการลงทุน สินค้า บริการ และความร่วมมือด้านการศึกษา

จีนยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะเปิดรับ วิศวกรรม การก่อสร้าง ความปลอดภัย และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศสมาชิกอาเซียนให้สัญญากับจีนว่าจะเปิดภาคบริการ ธุรกิจ โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การเงิน ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ ซึ่งทั้งฝ่ายได้บรรลุโอกาสการร่วมทุนโดยตรงระหว่างกันภายใต้กรอบการค้าเสรี

ครบ 1 ปีอาเซียน แต่อุปสรรคสำคัญไม่ภาษีอีกต่อไป

นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) แสดงความคิดเห็นถึง 1 ปีหลังจากการจัดตั้งเป็นประชาคมอาเซียนว่า ประเทศเล็ก ๆ จากการรวมกลุ่มของอาเซียน มีการค้าชายแดนที่เห็นตัวเลขได้ชัดเจนเพิ่มเพียงขึ้นร้อยละ 2 ในปี 2016 เท่านั้น ขณะที่นายนายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า อุปสรรคการค้าระหว่างกันนั้นไม่ใช่เรื่องภาษี แต่ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญกับอุปสรรคการค้าที่ไม่ใช่ภาษีเพิ่มขึ้น

จากการรายงานของกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยส่งออกไปอาเซียนหดตัวลงร้อยละ 1.8 ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2016 หรือประมาณ 49.8 ล้านดอลลาร์ เทียบเป็นเงินบาทอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยานพาหนะ และชิ้นส่วน น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน และเม็ดพลาสติก

กระทรวงพาณิชย์รายงานข้อมูลตัวเลขการค้าชายแดนไทยตลอดปี 2016 อยู่ที่ประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ร้อยละ 2.8 ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศมีการคาดการณ์การเติบโตของการค้าชายแดนอย่างน้อยร้อยละ 3 ในปี 2017 จากแรงหนุนเศรษฐกิจเกิดใหม่ของกลุ่มประเทศ CLMV และความนิยมสินค้าไทยในตลาดดังกล่าว

ด้านสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2014 บริษัท 123 แห่งในตลาดหลักทรัพย์มีผู้ถือหุ้นมากว่า  600 ผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทจากอาเซียน และอีกกว่า 81 ผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทจากกลุ่มประเทศใน CLMV

ซึ่งการลงทุนในอาเซียนที่มาจากไทยขยายตัวเกือบ 3 เท่าใน 10 ปีที่ผ่านมา หรือตัวเลขประมาณ 24.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งเป็นการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ร้อยละ 34.1 ในช่วงเวลาเดียวเป็นการลงทุนจากอาเซียนเข้ามาในไทยขยายตัวประมาณ 2 เท่า หรือ 10.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยังระบุอีกว่า จากการทำสำรวจพบว่าบริษัทที่ลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV สามารถทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 11.1% มีมูลค่ารวมกว่า 50.8 พันล้านบาท ในขณะที่ที่บริษัทท้องถิ่นในประเทศสามารถทำกำไรได้เพียง 6.2% มีมูลค่ารวม 9.7 พันล้านบาท

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ยังเปิดเผยอีกว่า กลุ่มประเทศ CLMV จัดอยู่ในประเทศที่มีความเติบโตทางเศรษฐกิจ 6-8% ประกอบด้วยกลุ่มแรงงานวัยหนุ่มสาวที่มีกำลังใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่นโยบายในการบริหารประเทศของรัฐบาลก็สนับสนุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

“เวียดนามมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจนมากที่สุดใน  CLMV และกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งใหม่ในทวีปเอเชีย จนทะยานภาคการส่งออกในประเทศตัวเองให้เติบโตขึ้นมาได้ ซึ่งในระหว่างปี 2008-2011 เวียดนามสามารถรักษามูลค่าการเติบโตภาคการส่งออกได้ถึง 42% จาก GDP เมื่อเทียบกับประเทศไทยที่มีตัวเลข 40.4% ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียมีตัวเลขการส่งออกที่ 57.6% และ 54.4% ตามลำดับจาก GDP” ประธานทีดีอาร์ไอกล่าว

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

788 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น