“ฝ้ายทอรัก” ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ ยกระดับผ้าไทย

“ฝ้ายทอรัก” ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุในชุมชน อนุรักษ์และรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ยกระดับผ้าไทยให้มีความทันสมัยและน่าสนใจ ดีไซน์เด่น ตรงความต้องการของตลาด มีไลฟ์สไตล์ในแบบคนเมือง

ผ้าฝ้ายทอมือ “ฝ้ายทอรัก” บริหารงานโดย พจมาน พิมพิน หรือคุณฝน สาวสวยผู้มีความรักและชื่นชอบในผ้าไทย ได้เปิดเผยถึงที่มาของการทำธุรกิจว่าเริ่มทำมาประมาณ 3 ปี โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือ แล้วได้พบกับชุมชนที่ทำงานฝีมือเกี่ยวกับการทอผ้า เป็นคนรุ่นเก่าสูงอายุ ทำการทอผ้าและย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ จึงเกิดความรู้สึกชอบและหลงใหล มองเห็นถึงคุณค่า ซึ่งคุณฝนมองว่างานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผ้าซิ่น หรือผ้าพันคอ แต่คือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

แต่ด้วยตัวผ้านั้นได้รับความสนใจน้อย ผู้ที่สนใจส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่มีรสนิยมชื่นชอบในผ้าทอมือแบบธรรมชาติดั้งเดิม เช่นชาวญี่ปุ่น คุณฝนจึงมีแนวคิดในการพัฒนาวัตถุดิบ นำมาออกแบบ แปรรูป เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดและมีไลฟ์สไตล์ในแบบของคนเมืองมากขึ้น กลายเป็นเสื้อผ้าแฮนด์เมดทำจากผ้าฝ้ายทอมือ ที่มีทั้งเสื้อ กางเกง ชุดเดรส ผ้าพันคอและรองเท้า รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ทำจากผ้าอีกด้วย

จุดเด่นและความน่าสนใจของสินค้าจากแบรนด์ “ฝ้ายทอรัก” คือเป็นผ้าที่ทอจากมือเท่านั้น ย้อมด้วยสีที่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ และกรรมวิธีรวมถึงกระบวนการผลิตต้องมาจากท้องถิ่น

“การตัดเย็บต่าง ๆ ต้องมาจากท้องถิ่น เป็นงานของชุมชนจริง ๆ เราเพียงออกแบบตัวสินค้าให้ ที่เหลือเป็นฝีมือจากแรงงานในพื้นที่ทั้งหมด” คุณฝนกล่าว

“ฝ้ายทอรัก” ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับแนวคิดในการส่งเสริมสังคม โดยมีความต้องการให้ผู้สูงอายุในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงตัวเองจากวิถีชีวิตและภูมิปัญญา อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและวิธีการทอผ้าในแบบดั้งเดิมไว้ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเหลือน้อยและขาดคนที่จะเข้ามาสานต่อ

นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายของฝ้ายทอรักคือคนไทย อยากให้คนไทยได้ใช้ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง กลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ที่ไม่รู้จักผ้าไทยหรือมองว่าผ้าไทยนั้นเหมาะสำหรับผู้สูงวัย

“อยากให้มองว่าผ้าไทยนั้นไม่ได้ใส่เฉพาะแค่คนแก่ วัยรุ่นก็ใส่ได้ ส่วนสำคัญอยู่ที่การออกแบบ ต้องไม่ล้าสมัยจนเกินไป สามารถใส่แล้วเข้ากับเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ได้”

ช่องทางการจำหน่ายของ “ฝ้ายทอรัก” เน้นการออกบูธในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ทำการตลาดผ่านทางออนไลน์ด้วยแฟนเพจเฟซบุกในชื่อ FaiThorRak ฝ้ายทอรัก ซึ่งตลอดระยะเวลา 3  ปีที่ดำเนินธุรกิจมานั้น ได้รับผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีในระดับหนึ่ง มีผลประกอบการเติบโตดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องประสบกับปัญหาในช่วงปลายปีที่ผ่านมาในเรื่องการไว้ทุกข์ที่ผู้คนทั้งประเทศต้องสวมใส่สีดำ ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก “ฝ้ายทอรัก” นั้นย้อมสีจากธรรมชาติ ไม่สามารถย้อมสีให้ดำสนิทได้ เช่นการย้อมจากลูกมะเกลือจะให้สีออกดำปนเทา จึงต้องทำการปรับในขั้นตอนการผลิตโดยใช้เคมีเข้ามาเป็นตัวช่วย แต่ก็มีความระมัดระวังในการใช้ โดยใช้เพียงเล็กน้อย ให้ได้สีดำตามที่ต้องการ เป็นการแก้ปัญหาเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้

จากนั้นคุณฝนได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจในอนาคต ซึ่งยังมีความกังวลในเรื่องของวัตถุดิบ เนื่องจากกลุ่มคนในชุมชนที่ทอผ้านั้นล้วนเป็นผู้สูงอายุ อาจเจอกับปัญหาขาดแคลนแรงงานการผลิต ตอนนี้จึงอยู่ในช่วงการคิดแนวทางการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“กำลังหาแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องของของคนที่จะมาทำต่อ จากนั้นจะค่อย ๆ ขยายตลาดออกไป เช่นหน่วยงานของรัฐให้เข้ามีส่วนช่วยสนับสนุน โดยมองไปไกลถึงการส่งออกในตลาดต่างประเทศ”

สุดท้าย คุณฝนได้ฝากถึงผู้ที่สนใจในธุรกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากชุมชนว่า ต้องเริ่มจากมีใจรักที่จะทำ “ฝ้ายทอรัก” นั้นทำด้วยใจ ซึ่งช่วยให้มีกำลังที่จะสู้เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ทั้งในส่วนของตัวเองและเพื่อผู้คนในชุมชน สำหรับผู้ที่สนใจควรเข้าไปศึกษาในพื้นที่และวิถีชีวิตจริง เพราะจะทำให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่เราสนใจจะนำมาเสนอ จากนั้นจะทำให้เกิดไอเดียต่าง ๆ ออกมา โดยต้องเน้นวิถีและวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ สอดแทรกความเป็นเอกลักษณ์ของเราเข้าไป และนำมาเป็นจุดขาย ซึ่งคุณฝนกล่าวทิ้งท้ายว่าสำหรับไอเดียของคนไทยและความมีเสน่ห์ในสินค้าไทยนั้นมีคุณค่าและความน่าสนใจไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน

2743 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น