เปิดมุมมอง สคร.กัวลาลัมเปอร์ กับโอกาสฮาลาลไทยในมาเลเซีย

สัมภาษณ์พิเศษเปิดมุมมองส่งตรงจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

อุตสาหกรรมฮาลาลกลายเป็นที่จับตาอีกครั้ง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพในแง่ของขนาดประชากรและฐานรายได้ของประชากร ซึ่งประเทศไทยก็มีหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน คุณดำรง ใคร่ครวญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยข้อมูลว่า มาเลเซียแสดงความสนใจที่จะร่วมมือด้านฮาลาลกับไทยตลอดระยะเวลา 4 – 5 ปีมานี้ โดยมาเลเซียได้มองเห็นอนาคตของฮาลาล และได้กำหนดให้การพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศ

สำหรับประเทศมาเลเซียมีจุดแข็งในแง่ที่เป็นประเทศมุสลิมชั้นนำของโลก มีภาพลักษณ์ประเทศ (Nation Branding) ที่ดีในสายตาชาวมุสลิมทั่วโลก อย่างไรก็ตามมาเลเซียกลับมีจุดอ่อน ในแง่ที่ไม่สามารถเป็นชาติผู้ผลิตสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ ขาด “วัตถุดิบ” ที่จะผลิตซึ่งมาเลเซียมีศักยภาพที่ผลิตได้แค่ยางพาราและน้ำมันปาล์ม แต่ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศเพื่อนบ้านของมาเลเซียที่เป็นผู้นำด้านวัตถุดิบในการผลิตสินค้าแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมหลายด้าน

ด้านสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แสดงความคิดเพิ่มถึงแนวโน้มยอดส่งออกสินค้าฮาลาลไทยในมาเลเซียว่า มาเลเซียเป็นตลาดหนึ่งในอาเซียนที่ผู้ส่งออกไทยให้ความสนใจที่จะส่งออกสินค้าฮาลาลมากขึ้น โดยเฉพาะจากการที่อาเซียนรวมกันเป็น  AEC อย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2558 และสังเกตจากการที่ผู้ประกอบการได้มีการสอบถามข้อมูลกับสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ มากขึ้นทั้งในแง่รายชื่อผู้นำเข้า กฎระเบียบของมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า อัตราภาษีนำเข้า การแสดงความสนใจที่จะมาเจรจาธุรกิจในมาเลเซีย และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เช่น งานแสดงสินค้า Malaysia Halal International Show Case  และ Malaysia International Food and Beverage เป็นต้น

สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ผู้บริโภคมาเลเซียให้ความสำคัญกับเครื่องหมายรับรองฮาลาลที่จะต้องติดอยู่บนสินค้าฮาลาลโดยเฉพาะอาหารฮาลาล  สินค้าฮาลาลของไทยที่ส่งออกไปมาเลเซียควรจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หากไม่มีเครื่องหมายดังกล่าวผู้นำเข้ามาเลเซียก็จะไม่นำเข้าเด็ดขาด ซึ่งเครื่องหมายของไทยยังได้รับการรับรองจากหน่วยงาน JAKIM ของมาเลเซียอีกด้วย

“หากเป็นสินค้าอาหาร  มาเลเซียมักจะมีการกำหนดว่าจะต้องมีใบอนุญาตนำเข้าและใบรับรองสุขอนามัย (ใบรับรอง SPS)อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไทยต้องการส่งออกสินค้าฮาลาลที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เครื่องสำอาง นั้น นอกจากจะต้องมีใบอนุญาตนำเข้าแล้วก็จะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยระบุไว้ในฉลากผลิตภัณฑ์ ฉลากเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาประจำชาติกรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก็จะต้องมีใบรับรองผลิตภัณฑ์ และมาตรฐาน GMP เพิ่มเติมอีกนอกเหนือจากต้องมีใบอนุญาตนำเข้า”

กรณีที่ผู้ประกอบการไทยต้องการส่งออกฮาลาลจะต้องหาผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายในมาเลเซียให้ได้ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ระบุว่า ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ สามารถแนะนำให้ได้เพื่อที่ผู้ประกอบการไทยจะได้เข้ามาพบปะเจรจาธุรกิจกัน หรือสามารถนำสินค้าไปเสนอยังห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในมาเลเซียได้โดยตรง แต่ควรจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าหรือผู้ประกอบการ อาจใช้วิธีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในมาเลเซีย ซึ่งก็จะเป็นโอกาสที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นการตอบสนองต่อสินค้าของตนของผู้บริโภคมาเลเซียที่เข้ามาเยี่ยมชมงานและมีโอกาสพบปะเจอะเจอกับนักธุรกิจมาเลเซียที่อาจสนใจจะนำเข้าสินค้าของตน

สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ยังแนะนำอีกว่า ก่อนที่จะเข้าไปลงทุนก็จะต้องมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในมาเลเซียก่อนโดยไปที่หน่วยงาน Company Commission of Malaysia หากยังไม่ต้องการจัดตั้งบริษัททันทีแต่ต้องการหาข้อมูลก่อนก็ขึ้นอยู่กับว่า นักลงทุนต้องการลงทุนในธุรกิจอะไร หากเป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมก็แนะนำให้ไปติดต่อหน่วยงาน Malaysia Investment Development Authority (MIDA) ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนคล้าย ๆ กับ BOI โดย MIDA จะมีการให้สิทธิประโยชน์ (incentive) ทั้งด้านภาษีและการลดหย่อนค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าสินค้าประเภททุน

การให้สิทธิประโยชน์อาจมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรม รายละเอียดสามารถดูได้จากเว็บไซต์ www.mida.gov.my หรือกรณีที่ต้องการเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของมาเลเซียก็สามารถติดต่อไปยังหน่วยงานที่ดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น เช่น หากต้องการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Iskandar ซึ่งอยู่ในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซียก็ติดต่อไปที่หน่วยงาน Iskandar Region Development Authority (IRDA) เป็นต้น

“มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้านน้ำมันและแก๊ส ผู้ส่งออกไทยอาจใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้โดยเข้าไปลงทุนหรือร่วมทุนกับมาเลเซียในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นต้น หรือการเข้ามาลงทุนในมาเลเซียเพื่อจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารไทยหรือขยายแฟรนไชส์มายังมาเลเซียเนื่องจากมาเลเซียนิยมบริโภคอาหารไทยมาก  แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดลูกค้าเนื่องจากมาเลเซียมีปัญหาเรื่องรถติดและที่จอดรถ”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

1622 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น