โอกาสและทิศทางสินค้านวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

หลายศตวรรษที่ผ่านมาโลกก้าวสู่ยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จึงก่อให้เกิดกระแสรักษ์โลก ซึ่งผู้บริโภคยุคใหม่ก็หันมาใส่ใจกับสินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

‘สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ หมายถึง สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการ และเทคโนโลยีที่ใส่ใจกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบในการผลิต การเลือกใช้พลังงานและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้กระบวนการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ใช้พลังงานจากน้ำและไฟฟ้าในการผลิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์เป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รอการบรรจุลงในหีบห่อและบรรจุภัณฑ์สำหรับเตรียมการขนส่ง และจัดจำหน่ายให้กับตลาดผู้บริโภคต่อไป รวมถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่างถูกวิธี

ส่วนบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึง บริการต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น โรงแรม โรงพยาบาล และร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มีการเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ำ และมีการจัดการขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมทั้งมีการรณรงค์สื่อสารให้บุคลากรในหน่วยงานเห็นคุณค่าความสำคัญ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการเลือกใช้สินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
(ที่มา http://teenet.tei.or.th/Knowledge/greenproduct.html)

และการสร้างนวัตกรรมสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง การคิดค้นสิ่งใหม่ การสร้างสรรค์ ตลอดจนการพัฒนาต่อยอด การเปลี่ยนแปลงทางความคิด การจัดการ การผลิต กระบวนการ ระบบโครงสร้างองค์กร รูปแบบธุรกิจ เพื่อที่จะสร้างมูลค่าใหม่ๆ สําหรับลูกค้า และสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้กับธุรกิจ โดยเป็นที่ยอมรับต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม จรรยาบรรณ ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ เช่น การผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มาจากไบโอพลาสติกย่อยสลายได้ เป็นต้น

ด้วยกระแสรักษ์โลกนี้ส่งผลให้รัฐบาลหลายประเทศ เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการกำหนดนโยบาย เพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ล่าสุดมีข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ประจำโคเปนเฮเกน ระบุว่ารัฐบาลฟินแลนด์ได้ออกมาประกาศให้เงินงบประมาณ 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือสำหรับการลงทุนโครงการการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งของพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) ในประเทศให้มากขึ้นกว่าร้อยละ 50 ในช่วงปี 2563 – 2573  ไม่เพียงแต่ฟินแลนด์เท่านั้น ยังมีหลายประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ต่างเริ่มตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

 

นักวิชาการชี้ตลาด ‘สินค้านวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม’ สดใส

มุมมองของ ‘ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต’ หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงแนวโน้มตลาดสินค้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมว่ามีทิศทางที่สดใสมาก เนื่องจากปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงองค์กรใหญ่เท่านั้นที่ลงมือทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่รูปแบบสตาร์ทอัพ ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้า Green, Eco, Organic, Healthcare แต่สินค้ากลุ่มนี้จะมีลักษณะเติบโตไปแบบช้าๆ อย่างมีสมดุล

ในส่วนขององค์กรใหญ่ๆ ก็จะต้องต่อสู้กันด้วยนวัตกรรมมากขึ้นเป็น Eco Innovation มีความ Interactive มากขึ้น ไม่ใช่แค่การประหยัดพลังงานอีกต่อไป เช่น บนบรรจุภัณฑ์อาหารผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อดูข้อมูลโภชนาการ ดูส่วนประกอบ ว่ามีวัตถุดิบที่ตนแพ้หรือไม่ ได้อีกด้วย

 

นโยบายรัฐบาลช่วยสร้างความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ‘ผศ.ดร.สิงห์’ วิเคราะห์ว่าระบบรวมทั้งนโยบายในประเทศไทย ยังไม่เอื้อแก่ผู้ประกอบการเท่าในต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลในต่างประเทศมีการสนับสนุนธุรกิจกลุ่มนี้อย่างมาก เช่น ญี่ปุ่นมีการลดหย่อนภาษีให้แก่สินค้าที่เป็นนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายสินค้ากลุ่มนี้ หรือในประเทศสวีเดน มีนโยบาย Repair Tax โดยให้ประชาชนนำใบเสร็จจากการนำของใช้ไปซ่อมกลับมา เพื่อใช้ขอลดหย่อนภาษีได้ เพื่อจูงใจให้ประชาชนเห็นความสำคัญต่อเรื่องนี้ และยังเป็นการช่วยลดปริมาณของเสียให้แก่ประเทศอีกด้วย

ดังนั้นในไทยควรจะมีนโยบายที่เอื้อให้เกิดความต้องการซื้อสินค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นให้มีตลาดมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการวิจัย ‘Research Funding’ สำหรับให้สตาร์ทอัพที่สนใจจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐมากยิ่งขึ้น

จุดอ่อน-จุดแข็งสินค้านวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่มุมมองของผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง ‘นางสาวสุรัสวดี สินธุมาลย์’ เจ้าของรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม ประจำปี 2559 สาขา Green Design รางวัลที่ 1 จากผลงานชื่อ ‘บีช’ กระเบื้องผงแก้วรีไซเคิล บริษัท อิมเม็กซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์เล่าว่า ‘บีช’ สร้างสรรค์ขึ้นจากการนำกระเบื้องผงแก้วจากเศษกระจก 99.99% ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต นำมาบดย่อยและขึ้นรูปใหม่ สร้างรูปร่างสีสันให้สวยงาม นำไปใช้เป็นวัสดุตกแต่งพื้นผิวทั้งภายนอกและภายใน หรือใช้แทนกระเบื้องโมเสคได้ ซึ่งมุ่งเน้นเจาะกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง

นางสาวสุรัสวดีเห็นว่าตลาดสินค้านวัตกรรมสิ่งแวดล้อมในไทยยังไม่สดใสเท่าที่ควร ทั้งด้วยภาพลักษณ์สินค้าที่รักษ์สิ่งแวดล้อมบวกกับนวัตกรรมจะเป็นสินค้าที่มีราคาสูง  ขณะที่โจทย์แรกของการเลือกซื้อสินค้าในบ้านเราคือ ตอบโจทย์การใช้งาน รองลงมาคือ เรื่องของราคา ส่วนเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมยังเป็นประเด็นรองที่ผู้บริโภคคำนึงถึง สินค้าเหล่านี้จึงได้รับความนิยมจากลูกค้าในต่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะลูกค้าจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว จะเป็นกลุ่มตลาดหลักของบริษัทฯ

ทั้งนี้หากภาครัฐช่วยสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษีแก่ผู้ประกอบการ ที่ผลิตสินค้านวัตกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตสินค้าเหล่านี้มีต้นทุนสูง ซึ่งจะส่งผลให้สินค้ารีไซเคิลมีราคาแพง สามารถทำให้ราคาลดลงสู้กับสินค้าระดับแมสได้นั่นเอง รวมถึงการส่งเสริมทางด้านเงินทุนในรูปของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับธุรกิจนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

สอดคล้องกับมุมมองของ ‘นายปรเมศร์  สายอุปราช’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีฟ ครีเอชั่น จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากใบตองตึง “Mr.Leaf” ซึ่งมาจากการนำใบตองมาผ่านกระบวนการจนมีความคงทนเช่นเดียวกับหนัง สามารถกันน้ำได้  มีสินค้าออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระเป๋า หมวก รองเท้า วอลล์เปเปอร์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น  โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานที่ตระหนักเรื่องของสิ่งแวดล้อม และไม่นิยมใช้หนังที่ผลิตมาจากสัตว์ จึงมองหาสินค้าทดแทน

โดยตลาดขณะนี้เป็นตลาดต่างประเทศสัดส่วน 95% ทั้งในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอีก 5% จะเป็นในประเทศ  ทั้งนี้แนวโน้มตลาดส่งออกนับว่าสดใสมาก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 1 เท่าตัว  ส่วนตลาดในประเทศจะเป็นในลักษณะของสินค้าที่ระลึก หรือแจกในงานอีเวนต์มากกว่า

ในมุมมองของเขาสิ่งที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาให้การสนับสนุน คือให้ความสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างจริงจังมากขึ้น  จากเดิมที่มีการชี้วัดคำว่า eco หรือ green แค่เพียงการมีต้นไม้อยู่หรือการปลูกต้นไม้ แต่ควรให้ลึกถึงทุกกระบวนการตั้งระบบน้ำ ไฟ วัสดุที่ใช้ภายในอาคารเป็นต้น รวมถึงควรมีพื้นที่สำหรับรวบรวมผู้ประกอบการสินค้า ที่เกี่ยวนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมมารวมกัน เพื่อจำหน่ายและเป็นเวทีต่อเนื่องของกลุ่มที่ผ่านเวทีประกวดได้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และเป็นแลนด์มาร์คของผู้ที่มองหาสินค้าประเภทนี้ รวมทั้งขยายไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวอีกด้วย

1040 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น