ปรับตัวอย่างไรในยุคดิจิทัล ก่อนพาธุรกิจโกอินเตอร์

การทำธุรกิจในต่างประเทศกำลังเป็นเทรนด์ที่นิยมกันมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการและนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ต้องการต่อยอดกิจการตนเอง

ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ซึ่งทำให้การดำเนินการซื้อขายในแต่ละขั้นตอนมีความสะดวกสบายและง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารที่ปัจจุบันเรียกได้ว่า ไร้พรมแดน เพราะช่วยลดอุปสรรคต่างๆ ลงไปได้มาก เพียงแค่ ‘คลิก’ เดียว ผู้บริโภคก็สามารถซื้อขายสินค้าได้ แม้คู่ค้าจะอยู่ไกลถึงอีกซีกโลกก็ตาม

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการภาคการผลิต ภาคโลจิสติกส์ และภาคธุรกิจการค้า ดังนั้นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดสัมมนาระดับนานาชาติ ‘Symposium 2016 : Logistics 4.0’ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโลจิสติกส์ 4.0 กระตุ้นให้ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนา เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก โดยมุ่งหวังผลักดันผู้ประกอบไทยให้เร่งพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในโลกการค้ายุคดิจิทัล

“ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยในภาคโลจิสติกส์ได้มีการพัฒนาไปสู่ยุค 4.0 ที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงข้อมูล การบริหารจัดการทั้งอุปสงค์และอุปทานอย่างเป็นระบบ แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในโลกการค้ายุคดิจิทัล ซึ่งการที่ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสฟังมุมมองความคิด และเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากกูรูด้านโลจิสติกส์มาให้ข้อมูล พร้อมวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรค จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำพาธุรกิจขยายไปสู่ต่างแดนนั้น แนะนำให้ต้องเตรียมความพร้อมคือ เมื่อตัดสินใจว่าจะขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเลือกว่าจะไปลงทุนที่ประเทศใด ซึ่งหลายคนอาจจะมีตัวเลือกอยู่แล้ว นับตั้งแต่คิดจะขยายกิจการ แต่นอกจากความพอใจส่วนบุคคลแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือปัจจัยอื่นๆ เช่น ระบบเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ภาษาและวัฒนธรรม ความเสี่ยงทางด้านการตลาด และแหล่งที่มีกลุ่มเป้าหมายในประเทศที่ต้องการขยายธุรกิจ เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจประกอบไปด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้ในแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งหากไม่ทำการบ้านมาดีๆ ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคในภายหลังได้

 

ทำวิจัยทางการตลาด โอกาสสู่ความสำเร็จ

สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การทำการวิจัยการตลาด ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าควรจะเลือกไปลงทุนที่ใด มีส่วนแบ่งทางการตลาดแตกต่างกันแค่ไหน มีคู่แข่งมากน้อยเพียงไร และควรเริ่มต้นตั้งราคาเริ่มต้นที่เท่าไร เป็นต้น ซึ่งในที่นี้ก็คือการเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศที่ต้องการลงทุนนั่นเอง

หลังจากตัดสินใจเลือกประเทศที่จะลงทุนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเริ่มต้นวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ แผนธุรกิจที่ดีจะมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งจำเป็นที่ต้องมีในแผนธุรกิจก็คือ เป้าหมายในการดำเนินกิจการ ค่าใช้จ่ายในการขยายกิจการ และวิธีในการดำเนินกิจการในต่างประเทศ ฯลฯ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจในประเทศที่ตัดสินใจจะไปลงทุน

การสร้างทีมขายนับเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งนอกเหนือจากการว่าจ้างแล้ว ยังสามารถใช้วิธีหาหุ้นส่วน หรือขอความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศนั้นๆ ด้วย โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ลิสต์รายชื่อบริษัทที่อยู่ในสายธุรกิจเดียวกันออกมา เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่เลือก และเริ่มติดต่อกับฝ่ายบริหารของบริษัทนั้นๆ หรืออาจใช้วิธีติดต่อกับหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่ต้องการลงทุน และเข้าพบหัวหน้าหรือคณะบริหารขององค์กรดังกล่าว เพื่อเจรจาขอความร่วมมือ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าจะต้องเตรียมข้อเสนอที่น่าสนใจไปนำเสนอด้วย นอกจากนี้บริการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจในการแสวงหาผู้ที่จะมาทำธุรกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ในการเพิ่มช่องทางการประกอบธุรกิจ เพราะปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการประกอบธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น มีสิ่งที่ควรต้องคำนึงถึงคือ ลูกค้าใหม่ในต่างแดนต้องสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายเช่นเดียวกับลูกค้าเก่า และเว็บไซต์นั้นควรต้องใช้งานได้หลายภาษา หรืออย่างน้อยที่สุดต้องมีภาษาอังกฤษ ส่วนการทำการตลาดนั้นควรมุ่งนำเสนอข้อมูลที่ละเอียดเป็นจริง และเที่ยงตรงแก่ผู้บริโภค และควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท รวมไปถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อให้ลูกค้าทราบว่ากำลังซื้อขายอยู่กับใคร และอะไรคือสิ่งที่เขาซื้อ ทั้งนี้ควรระบุที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามได้ นอกจากนี้ควรต้องให้ความสำคัญเรื่องผลประโยชน์ของผู้ซื้อในทุกขั้นตอนการซื้อขายด้วย โดยเฉพาะเรื่องข้อตกลงต่างๆ รวมไปถึงการรับประกันคุณภาพ การมีระบบชำระเงินออนไลน์ที่ปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าข้อมูลทางด้านการเงินจะไม่รั่วไหล การมีนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าตลอดการซื้อขาย เป็นต้น

ข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์กับหลายคนที่กำลังจะลงทุนทำธุรกิจในต่างแดน ให้ได้ฉุกคิดเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน แม้ว่าการเอาชนะความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม  ภาษา การเมือง ระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงคู่แข่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่รับรองว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของนักธุรกิจที่มีหัวใจเกินร้อยอย่างแน่นอน

2524 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น