สร้างแบรนด์ต่อยอด สืบทอดกิจการ

การสืบทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น อาจเป็นเรื่องง่ายกว่าการให้คนนอกรับช่วงต่อ เนื่องจากคนในครอบครัวมีความรู้ใจ รวมไปถึงได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้โดยตรง

การที่ธุรกิจหนึ่งจะเติบโตและได้รับการสืบทอดต่อกันมายาวนานเป็นสิบๆ ปีอย่างมั่นคงนั้น นอกจากการบริหารงานที่ดีแล้ว ยังต้องมีการพัฒนาธุรกิจให้ทันสมัยถูกใจผู้บริโภคอยู่เสมอด้วย เช่น ‘แสงทองผ้าใบ’ ธุรกิจครอบครัวที่เริ่มจากนับหนึ่งมาจนกระทั่งประสบความสำเร็จด้วยดี และเปลี่ยนมือสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อยอดความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

ลูกชายคนโตของครอบครัวทายาทเบอร์หนึ่ง ที่ต้องเข้ามารับภาระสานต่อกิจการแสงทองผ้าใบเล่าว่า ธุรกิจก่อตั้งโดยพ่อและแม่ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว โดยเริ่มจากธุรกิจเกี่ยวกับผ้าใบกันแดด กันฝนธรรมดา ซึ่งตอนนั้นเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เริ่มทำกันแค่เพียง 2 คน แต่ปัจจุบันกิจการเติบโตมีพนักงาน 300 คน และมียอดขายเกือบ 400 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีการขยายธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน คือ ธุรกิจติดตั้งเซอร์วิสผ้าใบชักรอก ธุรกิจเต็นท์เช่า และธุรกิจนำเข้าอะลูมิเนียมสำหรับทำกันสาด ซึ่งนอกจากฐานุพงศ์ที่เป็นลูกชายคนโตเข้ามารับผิดชอบธุรกิจแล้ว ยังมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นญาติประมาณ 10 คน ที่เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจนี้ด้วย

“ผมได้เข้ามาช่วยกิจการครอบครัวหลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเอแบค ตอนนั้นอายุประมาณ 20 ต้นๆ จบมาใหม่ๆ ไฟแรงมาก ทฤษฎีในหัวเพียบ โปรโมชั่นต้องอย่างนี้ การตลาดต้องอย่างนั้น เมื่อได้เข้ามาสืบทอดกิจการวันแรกปรากฏว่าคุณแม่ให้ทำแค่ยกของ ซึ่งเป็นอะลูมิเนียมหนัก 20 กิโลกรัม ส่งให้ลูกค้าและลูกค้าก็มีอยู่ทั่วประเทศก็ต้องไปส่งให้เขา ทำอยู่ 2 ปี ก็คิดว่าถ้าอยู่อย่างนี้ต่อไปสมองฝ่อแน่ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเอแบค ด้าน MBA ภาคกลางคืน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ตนเอง ส่วนตอนกลางวันก็ยังช่วยงานที่บ้านเหมือนเดิม การที่เรียนไปด้วยแล้วทำงานไปด้วย ทำให้เราเรียนได้ดีขึ้น เพราะเราได้ไปสัมผัสลูกค้าโดยตรง ได้สัมผัสของจริงมาแล้วทำให้เรารู้ว่ามันต้องมีประสบการณ์ด้วยนะ ไม่ใช่ว่าเรียนด้านวิชาการอย่างเดียว”
การเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ฐานุพงศ์ต้องเจอปัญหาหลายอย่าง ปัญหาแรกและเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเขาก็คือ ทัศนคติของเจ้าของกิจการตัวจริง ซึ่งก็คือคุณพ่อคุณแม่ของเขา ที่ยังไม่เชื่อมั่นต่อความสามารถของเขา ทำให้ต้องเรียนรู้งานจากระดับเล็กๆ ไปก่อน และเขาต้องใช้ความอดทนในการอธิบายบางเรื่องให้เข้าใจ เช่น เรื่องการจ้างพนักงาน ที่เขาเห็นว่าเมื่อธุรกิจโตขึ้น ต้องมีมืออาชีพเข้ามาช่วย ซึ่งในการจ้างบางครั้งต้องยอมจ้างเงินเดือนสูงๆ หรือการขอซื้อเครื่องจักรราคา 4 ล้านบาท ที่เขาบอกว่าต้องอธิบายอยู่นานกว่าจะผ่านการอนุมัติ ดังนั้นเมื่อเขาทำให้โลจิสติกส์ของธุรกิจดีขึ้น ส่งผลให้กำลังการผลิตขยายตัวและมีตลาดรองรับ พ่อกับแม่ของเขาจึงเริ่มเห็นผลงานและยอมรับเขามากขึ้น

การทำธุรกิจครอบครัวที่มีสมาชิกมาก นอกจากเจ้าของกิจการแล้วยังมีผู้รับประโยชน์ด้วย ครอบครัวของเขาจึงจัดให้มีการประชุมกับบรรดาพี่น้องทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจและหาแนวทางการทำงาน หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกัน

“ถ้าครอบครัวไหนมีสมาชิกแค่คนเดียวง่าย ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเกิดครอบครัวไหนมีสมาชิกสัก 4–5 คน ยกตัวอย่างครอบครัวผม ก็ต้องประชุมกัน ทุกวันนี้ผมมี 3 บริษัท แยก 3 โลเคชั่นเลย บางทีอาทิตย์หนึ่งกินข้าวกันที่หนึ่ง หรือสองอาทิตย์ไปกินข้าวกันที่หนึ่ง เพื่อพูดคุยปรึกษากัน ให้เกิดความเข้าใจต่อกัน ทุกวันนี้ผมดีใจที่พี่น้องยังรักกันดีทุกคน”

ฐานุพงศ์ยังบอกอีกว่า วัฒนธรรมของการดำเนินธุรกิจครอบครัวนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องมีเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาในการเข้ามารับช่วงสานต่อกิจการก็คือ ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ที่จำเป็นต้องมีการสร้างกฎระเบียบให้มีความยุติธรรม ชัดเจนทั้งการแบ่งผลประโยชน์ ค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ และครอบครัว ที่ต้องแบ่งตามสัดส่วนอย่างเป็นธรรม

“ธรรมนูญครอบครัวก็คือ กฎระเบียบ ความยุติธรรม เพราะบางทีมีพี่น้อง มีลูกมีหลาน มีลูกสะใภ้เยอะเลย แล้วในส่วนของค่าใช้จ่ายต่างๆ เราจะถือเป็นของบริษัทฯ หรือของส่วนตัว เช่น บัตรเครดิตจะใช้แบงก์ไหนดี คนละกี่ใบ ประกันชีวิตจะมีคนละกี่ฉบับ การศึกษาจะเรียนต่างประเทศหรือในประเทศ เหล่านี้มันเป็นผลประโยชน์ของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันหมด ถ้าเราไม่ตั้งกฎระเบียบให้ดี ก็จะเป็นอย่างในข่าวที่จะเกิดกรณีพี่น้องแย่งชิงสมบัติกัน”
สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ธุรกิจยืนหยัดมากว่า 40 ปีนั้น ฐานุพงษ์บอกว่าต้องยกความดีให้คุณพ่อและคุณแม่ของเขา ที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้ามายาวนาน ทำให้ปัจจุบันแสงทองผ้าใบในยุคของทายาทธุรกิจ สามารถต่อยอดเป็นผู้นำด้านการออกแบบและติดตั้งผลิตภัณฑ์กันสาดผ้าใบสำหรับกันแดดและกันฝน พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ กันสาดผ้าใบแบบพับเก็บได้ กันสาดผ้าใบแนวดิ่ง กันสาดผ้าใบแนวตั้ง กันสาดทรงยุโรป เต็นท์สำเร็จรูป รวมทั้งนวัตกรรมการออกแบบหลังคาเลื่อนผ้าใบเปิด-ปิดแบบ SKYLIGHT ROOF หลังคาผ้าใบแรงดึงสูง TENSION MEMBRANE พร้อมกับผ้าใบมากมายกว่า 10 ชนิด ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรตามความเหมาะสม
“แสงทองผ้าใบอยู่มาได้ด้วยการปรับตัวและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งได้มุ่งพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีความพร้อมทั้งทางด้านการผลิตและบริการ โดยตอนนี้เน้นทางด้านการออกแบบดีไซน์ โดยยึดหลักความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังได้นำสินค้าเกี่ยวกับผ้าใบกันสาดจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย และเรายังมีทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ซึ่งเรามีเป้าหมายเพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยคุณภาพและบริการสูงสุด”

ด้วยแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง และมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อตอบสนองตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้แสงทองผ้าใบในวันนี้ ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของวงการผ้าใบเมืองไทย

1588 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น