ส่องจับตาการค้าชายแดน ‘แม่สอด’ ประตูสู่เมียนมา ยอดส่งออกพุ่ง โอกาสของผู้ประกอบการไทยยังสูง

การค้าชายแดนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก คึกคักและเติบโตอย่างรวดเร็ว ในฐานะประตูเชื่อมการค้าระหว่างไทยกับเมียนมา จึงเป็นโอกาสของภาคธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุน

ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ถือเป็นทำเลการค้าชายแดนที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง ในฐานะหน้าด่านที่เชื่อมโยงไปยังเมียนมา โดยมีจุดเด่นคือเส้นทางแม่สอด-เมียวดี ซึ่งเป็นเส้นทางบกที่เข้าถึงเมืองย่างกุ้งได้ใกล้ที่สุด ซึ่งในอนาคตจะสามารถเชื่อมต่อไปยังบังกลาเทศ ปากีสถาน อินเดีย อิหร่าน ตุรกี และเข้าสู่ทวีปยุโรปได้อีกด้วย จึงเป็นอีกช่องทางของธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ในส่วนภาคการค้าสินค้าของไทยยังคงได้รับความนิยมมาก แม้ปัจจุบันจะมีสินค้าจากจีนและอินเดียเข้ามาแข่งขัน แต่สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ที่ชาวเมียนมานิยมใช้ยังคงเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทย ซึ่งเมียนมานั้นมีประชากรมากถึงกว่า 60 ล้านคน จึงมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก และสินค้าไทยนั้นได้รับความนิยมมายาวนาน จนเรียกได้ว่าแค่เป็นแบรนด์ไทย ก็ได้รับความเชื่อถือแล้ว นอกจากนี้เมียนมายังต้องการสินค้าประเภทอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างอีกมาก เพราะประเทศอยู่ระหว่างการเติบโต มีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถนน อาคาร บ้านเรือน ฯลฯ

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C-asean กล่าวถึงความน่าสนใจของการค้าการลงทุนในเมียนมา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ CLMV ว่า นอกจากการเติบโตของย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลักแล้ว เมืองรองอย่างมัณฑะเลย์ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อไปถึงอินเดียได้นั้น ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งรัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการลงทุนและสนับสนุนในแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมไฮเทค การบริการ การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง ฯลฯ ซึ่งโอกาสของผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยนั้นยังมีอีกมาก ด้วยพื้นฐานของคนเมียนมารู้จักและนิยมสินค้าไทยอยู่แล้ว เพียงแค่สินค้ามีฉลากที่เป็นภาษาไทย ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะเลือกซื้อ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของ SME ไทยที่จะเข้าไปลงทุน

 

โอกาสทอง แต่ไม่หมู ถ้าไม่รู้ลู่ทาง
ทุกวันนี้มีผู้ประกอบการไทยสนใจไปทำธุรกิจในเมียนมาเป็นจำนวนมากขึ้น แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่ประสบความสำเร็จ อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการค้าของชาวเมียนมาที่มีรูปแบบเฉพาะตัว คือ ไม่มีเครดิต อาศัยแค่ความไว้วางไจ หลังจากซื้อสินค้าแล้วจะทยอยจ่ายเงินไปเรื่อยๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องอาศัยความชำนาญ และมีเทคนิคในการเลือกคู่ค้าให้ดี โดยต้องหาพันธมิตรหรือเครือข่ายที่ชัดเจน เป็นนักธุรกิจท้องถิ่น คนท้องถิ่น หรือข้าราชการท้องถิ่น ที่จะช่วยประสานงานให้ได้ จึงจะช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงลงได้ สำหรับธุรกิจที่มาแรงในเมียนมา และน่าจะเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยในปัจจุบันได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ รถยนต์  จักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้า จานดาวเทียม โรงแรม การท่องเที่ยว สื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณา

การลงทุนในเมียนมายังมีข้อควรระวังเกี่ยวกับกฎและระเบียบต่างๆ ที่ยังต้องขึ้นตรงกับรัฐบาลทหารพม่าที่กรุงเนปิดอว์ทั้งหมด ส่วนราชการท้องถิ่นไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ การติดต่อหน่วยงานราชการต่างๆ ยังต้องอาศัยเส้นสาย จึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ แต่ยังมีทางออกคือ การใช้ช่องทางการค้าผ่านพ่อค้าชายแดน ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อสินค้าบริเวณชายแดนแล้วนำไปขายต่อในเมียนมา ซึ่งวิธีนี้อาจจะทำกำไรได้น้อยกว่าการเข้าไปลงทุนในเมียนมา แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้

แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในการทำการค้ากับเมียนมา แต่จากปัจจัยที่เอื้อในหลายด้าน เมียนมาก็ยังคงเนื้อหอม และแม่สอดเองก็ถือเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่จะเข้ามาทำธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาคการค้าชายแดน ทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น สบู่ ยาสีฟัน เสื้อผ้า ฯลฯ ที่สามารถขายได้แทบทั้งหมด ไปจนถึงภาคการก่อสร้าง ที่ฝั่งเมียนมามีการขยายสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยน่าจะฉกฉวยโอกาสทำการค้าชายแดนมากขึ้น ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมานั้น ที่ด่านแม่สอดมีมูลค่าการค้าชายแดน (ส่งออก) สูงถึง 79,627.114 ล้านบาท เลยทีเดียว

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียน ด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขา ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

7769 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น