เจรจา 16 ข้อเสนอคู่ค้าไทยและกัมพูชา

ภาครัฐ เอกชน เร่งเจรจาคู่ค้ากัมพูชา ส่งเสริมการลงทุนพัฒนา SMEs ให้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมการค้าชายแดน

จากกำหนดการเดิมระหว่างวันที่ 14 – 16 มี.ค.นี้  ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะทั้งภาครัฐและเอกชน จะเดินทางไปขยายลู่ทางการค้า การลงทุนที่ประเทศกัมพูชาแต่ถูกยกเลิกไปนั้น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะมีการลงนามประเทศไทยเข้าร่วมลงนาม 16 ความตกลงระหว่างไทย – กัมพูชา โดย 5 ความตกลงจะมีการลงนามโดยหน่วยงานระหว่างรัฐบาล ส่วนที่เหลืออีก 11 ความตกลงจะเป็นการลงนามระหว่างภาคเอกชน

รวมถึงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย จะลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับที่ 3 (MoUs) กับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกัมพูชา เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน อีกทั้งยังร่วมกันพัฒนา SMEs ให้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมการค้าชายแดน

ไทย – กัมพูชา มีเป้าหมายทางการค้าให้โตที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2020
อย่างไรก็ตามจากการลงนามความตกลง โดยรัฐบาลทั้งสองประเทศนั้น จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจของชายแดน

รวมทั้งมีการส่งเสริมภาคเอกชนให้มีการลงทุนพัฒนาภาคบริการขนส่งทางบกและโลจิสติกส์ในกิจการการค้าการลงทุนของชายแดนระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมศุลกากรและธุรกิจหัตถกรรมกัมพูชา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ

นางอภิรดี ยังกล่าวอีกว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างภาคเอกชนจะมีการลงนาม โดยหอการค้าไทยและหอการค้าของกัมพูชา โดยภาควัสดุก่อสร้างจะลงนามระหว่าง Siam Global House และ LYP Group ขณะที่ B. Grimm Group จะเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจค้าปลีก – ส่ง และการพัฒนาโลจิสติกส์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต

กัมพูชาครองเก้าอี้คู่ค้าไทยรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 21 ของไทยกับการค้าโลก
ในปี 2016 การค้าระหว่างไทย – กัมพูชา มีมูลค่าทั้งสิ้น 5.59 พันล้านเหรียญสหรัฐ และไทยได้ดุลการค้าที่ระดับ 3.72 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งกุญแจส่งออกของไทยที่สำคัญกับกัมพูชา คือ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องเพชรพลอย เครื่องดื่ม น้ำตาล รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากกัมพูชา คือ อัญมณี ผลไม้และผัก เสื้อผ้า สายไฟ แร่ และโลหะ

ประเทศไทยยังเป็นผู้ลงทุนโดยตรงลำดับที่ 9 ในกัมพูชา โดยมีเงินลงทุนรวม 364.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นักลงทุนรายใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ (Thai Beverage) กลุ่มเบทาโกร (Betagro Group) ทีเค การ์เม้นท์ (TK Garment) กลุ่ม Crystal Investment กลุ่ม KCS กลุ่ม Cambodia Air Traffic Services และกลุ่ม Bangkok Airways

795 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น