4 เทคนิคพูดขายงานให้นายทุนสนใจ เป็นไงไปดูกัน

ต่อให้เป็นคนที่เก่งแค่ไหนหรือเจนเวทียังไง แต่เวลาได้คว้าไมค์ยืนพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ก็ต้องมีประหม่ากันบ้าง ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเจอเลยล่ะ เพราะคนไทยมีนิสัยขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ยิ่งอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ ยิ่งพูดไม่ค่อยได้ มันเลยทำให้เสียโอกาสในการไปพิทชิ่ง หรือในการไปขายงานให้กับนักลงทุนไง

พอเค้าเจอคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองมาขายงานให้ฟัง คนที่เค้าจะจ่ายเงินเค้าจะไปมั่นใจกับเราได้ยังไง เพราะขนาดเรายังไม่มั่นใจในตัวเองเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าเกิดเราสามารถพัฒนาให้สามารถพูดได้อย่างมั่นใจออกไปได้แล้ว และรู้เคล็ดลับเหล่านี้ล่ะก็ ต่อให้เป็นการขายงาน การพูดคุยหาคอนเนคชัน หรือการออกงานต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

1. สบตา เพิ่มความมั่นใจ

เหมือนจะง่ายนะครับข้อนี้ แต่กับคนที่ไม่รู้ตัวไม่รู้เคล็ดลับ เค้าก็จะยังคงพูดโดยมองไปเรื่อยๆ แบบไม่สบตาอยู่ดี ซึ่งเราต้องมาเรียนรู้กันใหม่ตั้งแต่พื้นฐานเลยว่า ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ เราที่เป็นคนพูดต้องสบตา เพื่อมองลึกเข้าไปให้ถึงใจคนฟัง เค้าจะได้มีสมาธิและเข้าใจว่าเราพูดอะไร

นอกจากนั้นมันยังช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นด้วย เพราะถ้าเรามัวแต่ยืนพูดโดยไม่สบตา ในใจเราก็จะเกิดความกลัวเพราะคิดว่าเค้าเป็นคนแปลกหน้า คิดว่าเค้าจะมองเรายังไงอคติกับเรารึเปล่า แต่พอเรามองไปในตาคนฟังเราก็จะเห็นว่าเค้าน่ะเป็นคนเหมือนกับเรา พอจับความรู้สึกนี้ได้ใจเราก็จะสงบ ทำให้ขายงานได้อย่างลื่นไหล

ที่สำคัญนะการมองตายังทำให้คนฟังรู้สึกกับเราในแง่บวก เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสปิดดีลได้นะครับ

2. คิดว่าเรื่องที่พูดไม่เกี่ยวกับเรา ช่วยให้มั่นใจขึ้นเยอะ

ของแบบนี้มันอยู่ที่มุมมองนะ ทุกคนคงเคยเป็นอยู่แล้วเวลาเจอเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเรา เราจะเฉยๆ มาก กล้าตัดสินใจ กล้าให้คำปรึกษา หาทางออกให้คนนั้นคนนี้ได้สบาย แต่พอถึงคราวตัวเองทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกันกลับหาทางไม่ได้เฉยเลย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดอย่าง Joel Comm ก็ออกมาบอกเคล็ดลับเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า ให้นึกว่าเรื่องตรงนี้มันไม่เกี่ยวกับตัวเอง แล้วการพูดของคุณจะดีขึ้น เพราะพอมันไม่เกี่ยวกับเรา เราก็จะไม่ต้องเกร็ง เราก็พูดทุกอย่างออกไปเหมือนเล่ามันให้คนอื่นฟัง โดยไม่เหมือนพยายามจนเกินเหตุ แต่แค่จำเหตุผลที่มายืนอยู่ตรงนั้นให้ได้ก็พอ เราจะได้ไม่หลุดประเด็น

3. เตรียมตัวให้พอดีๆ แต่อย่ามากไปจนกลายเป็นท่อง

ทุกอย่างบนโลกนี้จะเกิดอย่างดีได้ต้องอาศัยการเตรียมตัว เรื่องนี้ก็เหมือนกันถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี เราคงไม่สามารถคว้าใจนักลงทุนได้ แต่การเตรียมตัวก็ไม่ใช่ว่านั่งทำสไลด์จนทุกหน้ามีแต่คำพูดเต็มไปหมด หรือท่องออกมาแบบรู้เลยว่าฝึกอยู่สิบวัน

ของพวกนี้มันต้องอาศัยความเป็นธรรมชาติ ให้เราเตรียมเนื้อหาที่สำคัญๆ ไว้ นั่นคือการเตรียมตัวแต่ไม่ต้องพูดแบบท่อง อาศัยการอิมโพรไวส์เอาแทน มันจะให้ความรู้สึกธรรมชาติมากกว่า อย่าเขียนอะไรลงบนสไลด์เยอะ ไม่งั้นคนเค้าก็อ่านเอาจากสไลด์ก็ได้ ไม่ต้องมาฟังคุณพูดหรอก โชว์แค่รูปก็พอ

4. ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็หัวเราะไปกับมัน

บางอย่างต้องยอมรับนะครับว่าเราควบคุมมันไม่ได้ อุบัติเหตุหรือเรื่องสุดวิสัยบางทีที่เกิดขึ้นกับเราบนเวที เช่น ไมค์ดับ เผลอทำไมค์ตก ลำโพงไม่ดัง พูดผิด อะไรพวกนี้พอเกิดขึ้นแล้วอย่ายืนนิ่งอึ้ง โทษตัวเองนั่นนี่ เพราะถ้าเราสังเกตดีๆ มันไม่มีใครจำความผิดพลาดของเราได้หรอกครับ มีแต่เราเนี่ยแหละสนใจและจำฝังใจไปเอง ถ้าเกิดเรื่องพวกนี้เกิดตอนต้น การพรีเซนต์แล้วเราฝังใจมาก อาจทำให้การพรีเซนต์ครั้งนั้นออกมาแย่ไปเลยก็ได้ แต่ถ้าเราปล่อยวางแล้วหัวเราะไปพร้อมๆ กับคนดูทั้งหลาย พูดเรื่องตลกๆ ขึ้นมาแทน เค้าก็พร้อมจะลืมมันไป

ยังไงก็แล้วแต่ อย่างน้อยเราก็ต้องรอบคอบป้องกันให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นให้น้อยที่สุดด้วย โดยการทานอาหารให้ครบและพักผ่อนให้เพียงพอก่อนขายงานในวันนั้นนั่นเอง

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

5460 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น