เคล็ดลับการเก็บฟีดแบคลูกค้า ฉบับปี 2017 ที่จะไม่ทำให้ใครรำคาญอีกต่อไป

ฟีดแบคหรือความเห็นของลูกค้านับเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากเลยนะครับในการพัฒนาธุรกิจ เพราะด้วยกับกระบวนการนี้ คุณจะได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังขาดอะไร ด้อยตรงไหน เด่นยังไง และต้องปรับปรุงส่วนใด พอรู้แล้วทีนี้เราก็สามารถมุ่งหน้าพัฒนาเสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อนได้อย่างเต็มที่

บางคนก็ใช้การเก็บฟีดแบคออนไลน์ให้ลูกค้ารีวิวดูว่าถูกใจมั้ย อย่างผู้ผลิตแอปพลิเคชันบนแอปสโตร์ก็สามารถเก็บฟีดแบคได้ บางคนอาจะใช้การเซอร์เวย์หรือการสัมภาษณ์ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบริษัท แต่เพราะพฤติกรรมของลูกค้าในการให้ข้อมูลฟีดแบคมันเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคุณในการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรม ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมครับ

1.   ถามสั้นๆ ไม่ต้องยืดเยื้อ

ปกติแล้วลูกค้าส่วนมากเค้าก็มักจะไม่มีเวลาว่างมาให้เราเก็บฟีดแบคกันสักเท่าไหร่หรอก นอกจากจะเป็นเรื่องที่แย่มากจริงๆ ต่อให้เราไม่ขอ เค้าก็พร้อมจะให้ฟีดแบคกับเราบนพันทิปอยู่ดี (หวังว่าจะไม่เคยโดนนะครับ) ถ้าการเก็บฟีดแบคของเรามันยืดเยื้อยาวนาน น่ารำคาญกินเวลา 20 นาที ใครจะไปอยากทำ หน้าที่ของเราอันดับแรกเลยคือ ต้องทำให้มันสั้น กระชับเข้าไว้

2.   ใช้งานสินค้าปุ๊ป ให้ฟีดแบคได้ทันที

เป็นกันมั้ยครับเวลาใช้งานอะไรบางอย่างแล้วรู้สึกว่ามันดี อยากจะเขียนชมแต่เอาไว้ก่อนแล้วกันสุดท้ายก็ลืม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ชอบใจนี่ต่อให้นานแค่ไหนก็ไม่มีทางลืมแน่ ซึ่งตรงนี้แหละที่ลูกค้าของคุณก็จะเป็นเหมือนกัน ลืมฟีดแบคนั่นเอง ดังนั้นหน้าที่ของคุณคือการทำยังไงก็ได้ให้การรีวิว การฟีดแบคมันง่ายสำหรับลูกค้ามากๆ และทำได้ทันทีใช้ปุ๊ปดีไม่ดีก็บอกกันตรงนั้นเลย

3.   ให้ฟีดแบคได้ง่ายๆ ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก

จะให้ลูกค้าทำอะไรให้เราฟรีๆ อย่างฟีดแบคทั้งที ก็ต้องสร้างความสะดวกสบายให้เค้าหน่อยครับ ไม่ใช่กว่าลูกค้าจะฟีดแบคได้ต้องคลิกตั้งเป็นสิบๆ ครั้ง เข้าลิงก์นู้นต่อลิงก์นี้ออกลิงก์นั้น เค้าคงถอดใจตั้งแต่ตอนนั่งพิมพ์แล้วล่ะครับ ปี 2017 นี้ ธุรกิจเค้าเฉือนเอาชนะกันที่ความง่ายครับ ฟีดแบคก็เช่นกันเราต้องทำให้มันง่ายเข้าไว้ อาจจะมีกรุ๊ปเฟซบุ๊กสำหรับเก็บฟีดแบคโดยเฉพาะเลยก็ได้ เพราะคนไทยทุกคนก็คงมีเฟซบุ๊กเป็นของตัวเองอยู่แล้ว หรืออาจจะมี QR Code แปะไว้ข้างสินค้าคุณ เวลาลูกค้าใช้ก็สามารถสแกนโค้ดตรงนั้นเข้ามาให้ฟีดแบคได้เลย ช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะ

4.   ขอฟีดแบคในทุกส่วน

ไม่ใช่ว่าผลสรุปการทำธุรกิจว่าออกมาดีมั้ย มันอยู่ที่ตัวสินค้าแค่เพียงอย่างเดียวนะ จะเก็บข้อมูลเราก็ต้องเก็บให้หมดครบทุกส่วน เพราะมันอาจมีปัจจัยอะไรต่างๆ ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สินค้าเราขายไม่ออก แต่เราดันไปโฟกัสแค่ผลิตภัณฑ์นั้น โฟกัสให้ตายยังไงก็ไม่เห็นปัญหาหรอกครับแบบนี้ แล้วลูกค้าที่เจอปัญหาอยากคอมเพลนพอไม่มีในส่วนที่เค้าจะคอมเพลน เค้าก็ไม่เขียนปัญหาลงไปจบเลยทีนี้ เพราะฉะนั้นจะออกแบบคำถามทั้งทีต้องครอบคลุมไปตั้งแต่ขั้นตอนการขาย การจ่ายเงิน การจัดส่ง คุณภาพ ทุกส่วนที่นึกได้เลย แต่อย่าลืมทำตามข้อที่ 1-3 ด้วยนะครับ จะได้กินเวลาลูกค้าน้อยที่สุดเค้าจะได้ยอมตอบ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1929 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น