เจาะการสร้างระบบแฟรนไชส์ไซส์ SS เงินแค่ 29,500 บาท ก็ขายได้

สร้างระบบแฟรนไชส์ไซส์ SS หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ใช้เงินไม่ถึง 30,000 บาท ก็ตั้งร้านกาแฟได้แล้ว ใช้จุดขายและหลักการตลาด้านบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างจากท้องตลาด สร้างโปรโมชั่นแรงๆ และกำหนดเขตการขายอำเภอละร้าน

จักรกฤช กิ่งแก้ว หรือคุณโอ๊ต เจ้าของแฟรนไชส์กาแฟโอ๊ตตะ เปิดเผยว่าเริ่มต้นทำธุรกิจจากการที่ชอบดื่มกาแฟ เคยทดลองดื่มมาแล้วเกือบทุกแบรนด์ และพบว่ากาแฟแต่ละยี่ห้อในสาขาต่างๆ นั้นมีรสชาติที่ไม่คงที่ จึงอยากสร้างแบรนด์กาแฟขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มกาแฟในรสชาติที่มาตรฐานไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งมีโอกาสได้ไปเจอกาแฟรสชาติดีจาก สปป.ลาว และเวียดนาม จึงนำมาปรับรวมกับกาแฟไทย ได้ทดลองแจกจ่ายให้คนทั่วไปได้ทดลองชิม แล้วเก็บผลสำรวจจนได้รสชาติที่พอใจ เป็นสูตรกาแฟที่ลงตัวและสร้างแบรนด์  “กาแฟโอ๊ตตะ” ขึ้นมา พร้อมเปิดขายแฟรนไชส์ทันที

เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ย. 2558 เริ่มจากสาขาแรกซึ่งประสบความสำเร็จเกิดการบอกต่อ ทำให้ผู้มีสนใจติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีทั้งหมด 30 สาขา

จุดเด่นของกาแฟโอ๊ตตะคือ เรื่องรสชาติที่มีมาตรฐาน เป็นสูตรสำเร็จรูปกาแฟอราบิกา 100% ผ่านการคั่วบด ชงผ่านน้ำร้อนใส่น้ำแข็ง ได้กาแฟเย็นรสชาติหอมอร่อย มีแพ็กเกจที่โดดเด่น เป็นถังที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาน่าสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถนำถังกลับมาเติมใหม่ได้ และจ่ายเงินถูกลง มีเมนูเด่นคือกาแฟเย็นที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเอง รวมทั้งชานม ชาเขียว โกโก้

กาแฟโอ๊ตตะมีรูปแบบการลงทุน 2 แบบ คือ Promotion A ราคา 29,500 บาท ไม่มีเคาน์เตอร์ และ Promotion ฺB 39,500 บาท ได้รับเคาน์เตอร์พร้อมขาย ลูกค้าสามารถออกแบบร้านได้ตามไอเดียของตัวเอง บริการอบรมสอนวิธีการขายถึงสถานที่ พร้อมการ Set up ร้าน

สำหรับทำเลที่ควรจะเป็นของธุรกิจนั้นเนื่องจาก “กาแฟโอ๊ตตะ” มีกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าระดับกลางลงไป ซึ่งทำเลที่เหมาะสมก็คือ หน้าโรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย ตลาด ย่านออฟฟิศ ซึ่งสถานที่เหล่านี้ลูกค้าสามารถนำถังกลับมาเติมได้ ให้คำปรึกษาในเรื่องทำเล หากมีอยู่แล้วก็ทำการประเมินร่วมกัน ถ้ายังไม่มีก็สามารถแนะนำทำเลที่เหมาะสมให้กับลูกค้าได้

“โดยใน 1 อำเภอของแต่ละจังหวัดลงได้แค่ 1 สาขา เพื่อไม่ให้เป็นการแย่งลูกค้ากันเอง แต่หากสาขาแม่ในแต่ละอำเภออยากขยายสาขาเพิ่มอีก ก็สามารถมาคุยรายละเอียดกันได้” คุณจักรกฤชกล่าว

เนื่องจากเคยทำงานบริษัทมาก่อน บริการหลังการขายของกาแฟโอ๊ตตะได้ใช้ระบบการทำงานของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ มีหน่วยตรวจสอบสุ่มมาตรฐาน เข้าไปทดลองชิมว่าแฟรนไชส์ซีปฏิบัติได้ตามเกณฑ์การขายหรือไม่ มีโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้แต่ละสาขา อีกทั้งทำการตลาดช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อให้สาขาเป็นที่รู้จัก

ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาซื้อแฟรนไชส์ คุณจักรกฤชกล่าวว่าอย่างแรกต้องมีใจรักในงานบริการ ข้อ 2 มีความเชื่อมั่นในตัวสินค้าซึ่งคือ แบรนด์กาแฟโอ๊ตตะ และ 3 ต้องมองตลาดให้ออกว่ากลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มใด นอกจากนี้ยังต้องมีความขยันในการเข้าหาลูกค้า เนื่องจากกาแฟเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งเยอะ ซึ่งแต่ละเจ้าล้วนมีการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้า

“หมดยุคที่อยู่เฉยๆ แล้วรอให้ลูกค้ามาหา อยู่ที่เราว่าจะเอาใจใส่ลูกค้ามากน้อยแค่ไหน อาจมีโบรชัวร์ไปแจกตามสถานที่ต่างๆ หรือมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจเช่น บริการเดลิเวอรี่”

และปัจจัยของความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้น อยู่ที่การรักษามาตรฐานของรสชาติ ต้องไม่ผิดเพี้ยนจากสูตรหรือนำวัตถุดิบอื่นมาผสมเพื่อลดต้นทุน ซึ่งคุณจักรกฤชย้ำว่าหากมีทำเลที่เหมาะสม ประกอบกับปฏิบัติได้ตามมาตรฐานของแบรนด์     จะสามารถประสบความสำเร็จได้แน่นอน โดย “กาแฟโอ๊ตตะ” ในบางสาขาสร้างยอดขายได้ถึงหลัก 1 แสนบาทต่อเดือน สามารถถึงจุดคุ้มทุนของธุรกิจได้ในเวลาอันรวดเร็ว สนใจธุรกิจ โทร. 09-5456-9782  FB : กาแฟโอ๊ตตะ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

5413 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น