แค่ 20,000 “โจ๊กไทเฮา” ทำง่ายๆ ขายได้แน่นอน

เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านโจ๊กด้วยเงินแค่ 20,000 บาท อุปกรณ์ครบชุดพร้อมเปิดร้าน ทำง่าย ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที วัตถุดิบคุณภาพดี ไม่มีผงชูรส ไม่มีโซเดียม เนื้อโจ๊กเหมือนกับข้าวที่ผ่านการเคี่ยว ขายได้ 30-50 ชาม คืนทุนได้ใน 3 เดือน

แฟรนไชส์ “โจ๊กไทเฮา” บริหารงานโดยคุณพีระศิน วศินระพี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มองเห็นช่องทางการเติบโตและโอกาสในธุรกิจดั้งเดิมของอากง คือข้าวตุ๋นแปรรูป ตราลูกเต๋าที่เป็นอาหารสำหรับเด็ก ซึ่งต่อยอดธุรกิจรุ่นสู่รุ่น มีการพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ จนมาถึงรุ่นหลานที่เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ คุณพีระศินในฐานะคนรุ่นใหม่ ต้องการยกระดับแบรนด์ขึ้นมาให้น่าสนใจ โดยโจ๊กไทเฮานั้นเป็นแบรนด์ที่อากงสร้างไว้  จึงนำมาพัฒนาต่อด้วยการปรับเปลี่ยนจากข้าวตุ๋นให้กลายเป็นโจ๊ก ส่งตามโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยรับประทาน จากจุดนี้เองทำให้คุณพีระศินเกิดไอเดียในการต่อยอดเป็นธุรกิจร้านโจ๊ก เนื่องจากมองเห็นถึงความสะดวกในขั้นตอนการทำ

“ปกติทำโจ๊กต้องแช่ข้าว แล้วมาเคี่ยวต่ออีก ทำน้อยไม่พอ เคี่ยวใหม่ไม่ทัน ทำเยอะพอเหลือก็ต้องทิ้ง คิดว่าสินค้าเราสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เพราะเป็นโจ๊กแปรรูป ใช้เวลาต้มไม่เกิน 10 นาที”
จึงเป็นที่มาของการเปิดแฟรนไชส์ เริ่มธุรกิจเมื่อต้นปี 2559 ซึ่งได้ผลตอบรับดี พัฒนาธุรกิจมาเรื่อยๆ ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ซีประมาณ 15 สาขา

จุดเด่นและความน่าสนใจของโจ๊กไทเฮา คือ เป็นข้าวโจ๊กสำเร็จรูปที่มีกรรมวิธีการทำที่ง่าย เพียงนำน้ำเดือดมาต้มข้าว แค่ 5 นาที ก็จะกลายเป็นโจ๊กทันที และโจ๊กที่ได้นั้นจะแตกต่างจากโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป ไม่มีผงชูรส ไม่มีโซเดียม เนื้อโจ๊กเหมือนกับข้าวที่ผ่านการเคี่ยว ซึ่งจากความสะดวกในการทำจะช่วยลดเวลา ประหยัดแก๊ส ไม่เปลืองค่าแรง เพียงคนเดียวสามารถดำเนินงานได้ ทำให้มีต้นทุนในการทำธุรกิจต่ำ สะดวกในการจัดเก็บ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบแห้งที่ผ่านกระบวนการมาอย่างมีคุณภาพ ทั้งกลิ่น รสชาติ เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกครั้งที่ขาย


ส่วนในเรื่องการลงทุนแฟรนไชส์นั้นเริ่มต้นในราคาไม่แพง เนื่องจากคุณพีระศินต้องการให้คนที่อยากทำธุรกิจ หรือมีอาชีพสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินมาก มีวิธีการทำงานง่าย คนที่ไม่มีพื้นฐานในการทำอาหารสามารถเรียนรู้ได้ โดยรูปแบบการลงทุนมี 2 รูปแบบ

แบบแรกคือ เป็นแฟรนไชส์โจ๊กไทเฮา เริ่มต้นที่ 20,000 บาท จะได้รับอุปกรณ์ครบชุดพร้อมเปิดร้านทันที ตั้งแต่คีออสก์ ภาชนะต่างๆ และวัตถุดิบ(ข้าว) ได้รับการอบรมการทำธุรกิจ สอนสูตรน้ำซุป สอนการบริหารจัดการร้าน ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำตลาดและให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจ

รูปแบบที่ 2 งบลงทุน  3,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว หรือผู้ประกอบการร้านโจ๊กที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้วัตถุของโจ๊กไทเฮา เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ชื่อแฟรนไชส์

ซึ่งการลงทุนทั้ง 2 รูปแบบมีการเก็บเงินเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นจะเป็นการชำระในค่าวัตถุดิบสำหรับดำเนินธุรกิจ
“เมื่อตกลงร่วมทำแฟรนไชส์ จะมีการอบรมให้ในวันที่ทำการจัดตั้งร้าน ใช้เวลาสอนเพียงครึ่งวันก็สามารถทำเป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ต้มข้าว ทำหมู ไข่ลวก รวมถึงการกำหนดสัดส่วนในการทำ เพื่อให้พอดีกับวัตถุที่เตรียมไว้โดยไม่เหลือ”

ส่วนในเรื่องของทำเลในการเปิดร้านนั้น คุณพีระศินกล่าวว่า ลูกค้าจะนำสถานที่มาเสนอ ซึ่งจะทำการช่วยลูกค้าในการประเมินทำเลที่เหมาะสมให้ สำหรับทำเลที่ควรจะเป็นนั้นควรอยู่ในย่านชุมชน โรงเรียน หรือตลาดกลางคืน นอกจากนี้เมื่อได้ทำเลแล้ว โจ๊กไทเฮายังมีทีมงานในการจัดตั้งร้าน เพื่อช่วยให้ร้านโดดเด่น น่าสนใจ และดึงดูดให้ลูกค้าให้เข้าร้านอีกด้วย

คุณสมบัติของผู้ทำธุรกิจนั้นต้องมีความรู้ในเรื่องเงินทุน รวมถึงมีความเข้าใจในช่วงเวลาของการเริ่มต้นในการทำธุรกิจ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาเพื่อเป็นที่รู้จักของลูกค้า แฟรนไชส์ซีต้องทำตามระบบที่วางไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของสัดส่วนวัตถุดิบ หากไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้รสชาติจะไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งยังส่งผลในการคำนวณต้นทุน

“ทุกอย่างต้องมีระบบ ชั่งตวงทุกอย่าง เช็คสต๊อกเตรียมพร้อมในการสั่งของ ตรวจสอบยอดเงินทุกวันอย่างละเอียด ทำได้ตามระบบที่วางไว้จะสามารถประสบความสำเร็จได้แน่นอน” คุณพีระศินกล่าว

โจ๊กไทเฮาดำเนินธุรกิจมาประมาณ 1 ปี ซึ่งคุณพีระศินยอมรับว่าแบรนด์โจ๊กไทเฮานั้นถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการธุรกิจ แม้จะมีระบบที่วางไว้ แต่ด้วยความใหม่อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง จึงอยากทำความเข้าใจกับตัวแฟรนไชส์ซีให้มากที่สุด ในการทำงานแนะนำซึ่งกันและกัน อยากให้ก้าวไปข้างหน้าและเติบโตไปพร้อมๆ กัน

ส่วนในเรื่องจุดคุ้มทุนของธุรกิจนั้นคุณพีระศินอธิบายว่า หากขายได้ประมาณวันละ 30-50 ชาม จะสามารถคืนทุนได้ใน 3 เดือน แต่หากลูกค้ามีความขยัน เปิดขาย 2 ช่วงเวลาทั้งเช้าและเย็น ยอดขายถึง 100 ชามต่อวัน ก็จะเวลาคืนทุนเร็วขึ้นคือ 1 เดือนครึ่งไม่เกิน 2 เดือน

ซึ่งคุณพีระศินกล่าวต่ออีกว่า โจ๊กเป็นอาหารที่ขายง่ายสร้างฐานลูกค้าประจำได้ไม่ยาก อีกทั้งโจ๊กไทเฮาเองนั้นให้คำปรึกษา แนะนำ และในทุกเรื่องหลังเปิดร้าน มีแผนการตลาดคอยช่วยเหลือแฟรนไชส์ซี โดยโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์ ลงโฆษณาในแฟนเพจเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ยังใช้ยูทูป แชนแนล ซึ่งมีสาธิตวิธีการทำ รวมถึงกำลังจะมีการรีวิวร้านสาขาผ่านทางช่องอีกด้วย

และในส่วนของการพัฒนาธุรกิจในอนาคต เจ้าของแฟรนไชส์หนุ่มกำลังจะเปิดตัวเมนูใหม่ ที่เจ้าตัวบอกว่าจะพลิกโฉมของอาหารประเภทโจ๊กเป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ เตรียมพร้อมกระจายลงทุกสาขาของโจ๊กไทเฮา นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยเล็งไว้ในส่วนของเพื่อนบ้านใกล้เคียง เช่น พม่าและเวียดนาม

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

4731 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น