น้ำเม่าเบอร์รี่ จากศิริวัฒน์แซนด์วิช

ล้มแล้วต้องลุก จากภาวะล้มละลาย หันเข้าสู่วิถีเกษตรก้าวหน้า พัฒนาสินค้า สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ เพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ไทย “น้ำเม่าเบอร์รี่” ในแบรนด์ศิริวัฒน์แซนด์วิช

ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ อดีตเจ้าพ่ออสังหาฯ แห่งตลาดหุ้นไทย เป็นนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 ต้องอยู่ในภาวะล้มละลาย หันเหชีวิตจากนักธุรกิจมาขายแซนด์วิชเป็นที่รู้จักในนาม ศิริวัฒน์แซนด์วิช เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอายุแค่วันเดียว คุณศิริวัฒน์จึงต่อยอดธุรกิจด้วยการมองหาสินค้าที่มีอายุอย่างน้อง 1 ปี เพื่อมาจำหน่าย แต่เนื่องจากภาวะล้มละลาย ขาดแคลนเงินทุนจึงได้มองหาสินค้าจากงานโอทอป ได้พบกับข้าวกล้องอบกรอบซึ่งเป็นของรับประทานเล่น จึงรับมาจำหน่ายจ้างผลิตในแบรนด์ศิริวัฒน์แซนด์วิช

และจากงานสินค้าโอทอปเช่นเดียวกัน คุณศิริวัฒน์ได้รู้จักและทดลองชิมน้ำมะเม่ามีความสนใจและนำมาขาย โดยมีแหล่งผลิตที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เป็นน้ำเม่าเบอร์รี่ 33% วางจำหน่ายอยู่ที่ Top ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างร้านเครือเดอะมอลล์ และสุวรรณชาติ แต่เนื่องจากน้ำเม่าเบอร์รี่มีส่วนผสมของน้ำตาล 9% ซึ่งอาจไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบน้ำตาลหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน จึงพัฒนาสินค้าเป็นน้ำเม่า 100% คั้นจากลูกเม่า โดยไม่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำตาล มีรสฝาดแบบธรรมชาติ คนเป็นเบาหวานหรืออยู่ในภาวะน้ำตาลสูงรับประทานได้และยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย


คุณศิริวัฒน์กล่าวว่า ความน่าสนใจของสินค้าอยู่ที่น้ำเม่าเบอร์รี่นั้น ผลิตมาจากผลไม้ท้องถิ่นของไทยซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ไทย ดื่มแล้วสดชื่นมีประโยชน์ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน เช่น โปรตีน ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม เหล็ก วิตามิน บี 1 บี 2 ปริมาณสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากมะเร็ง  มีกรดอะมิโนซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ถวายเป็นน้ำปานะให้พระได้ เป็นการส่งเสริมสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร

“ลูกเม่าหรือบักเม่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เรามองเห็นถึงอนาคต เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นสามารถซื้อลูกเม่าจากเกษตรกรได้ทั้งหมด เป็นการสร้างรายได้ผลักดันให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ”
น้ำเม่าเบอร์รี่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 2553 ได้รับผลตอบรับดีมียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในกระบวนการผลิตธรรมชาติของลูกเม่า มีฤดูการออกผลแค่ปีละหนึ่งครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม คุณศิริวัฒน์ได้ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ด้วยการให้ราคาที่ดีกว่าท้องตลาด

“ก่อนปี 53 เกษตรกรขายลูกเม่าได้กิโลกรัมละ 20-25 บาท เราให้ราคาที่ 35-50 บาท มีความคิดที่ว่าเกษตรกรต้องได้ก่อนเมื่อเขาได้ผลตอบแทนดี ก็จะมีวัตถุดิบให้เราอย่างต่อเนื่อง” คุณศิริวัฒน์กล่าว

เมื่อเกษตรกรปลูกลูกเม่ามากขึ้นคุณศิริวัฒน์จึงเพิ่มตัวผลิตภัณฑ์ โดยมีน้ำเม่าเบอร์รี่สูตร 15% เพิ่มขึ้นมา เพื่อรองรับกับตลาดกลุ่มใหญ่ขายในร้านสะดวกซื้อ เริ่มเปิดขายที่มินิ Big C กว่า 500 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

คุณศิริวัฒน์เล่าย้อนไปถึงช่วง 2553 เมื่อธุรกิจน้ำเม่าเบอร์รี่เริ่มขยายตัวได้ดีขึ้น ณ เวลานั้นได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารกรุงเทพในเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากต้นทุนในเรื่องวัตถุดิบของเกษตรกรต้องใช้เงินสด โดยได้รับการสนับสนุนจากทางธนาคารมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี

“กลับมามีเครดิตอีกครั้งหลังจากเป็นบุคคลล้มละลาย ต้องขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพที่ให้ความไว้วางใจ”
คุณศิริวัฒน์ได้เข้าร่วมกับโครงการเกษตรก้าวหน้า จากการที่เข้ามาขอสินเชื่อกับทางธนาคารกรุงเทพ ซึ่งทางธนาคารเห็นถึงเจตนาในการที่เงินจะกระจายไปถึงเกษตรกร ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการเกษตรก้าวหน้า ที่ต้องการสนับสนุนกลุ่มรากหญ้า SME จึงอนุมัติสินเชื่อในปี 2555 เข้าร่วมโครงการเกษตรก้าวหน้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากนั้นคุณศิริวัฒน์กล่าวถึงโครงการเกษตรก้าวหน้าว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากกับเกษตรกรไทย เพราะหนุนเสริมภาคการเกษตรโดยอาศัยเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งในอดีตเกษตรกรรมโดยภูมิปัญญาชาวบ้านยังขาดความรู้เรื่องการตลาดหรือการสร้างแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศเป็นอย่างมากในอนาคต เมื่อภาคเกษตรมีความมั่นคง


สุดท้ายคุณศิริวัฒน์ได้ให้ข้อคิดในการทำงาน จากประสบการณ์ที่เคยประสบความสำเร็จสูงสุด และผกผันจนต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลาย โดยกล่าวว่าปัจจัยที่ทำให้กลับมายืนขึ้นได้อีกครั้งนั้นมาจากความอดทน ไม่ยอมแพ้ ยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อลูกค้ามาโดยตลอด ส่วนหลักการทำงานนั้นควรเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ มีความพอเพียงตามหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือ พอประมาณ ไม่เกินกำลัง พึ่งตนเองให้ได้

“ที่สำคัญคือ ล้มแล้วต้องลุก อย่าหนีปัญหา นำบทเรียนในอดีตมาใช้ อดีตแก้ไขไม่ได้แต่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้”  คุณศิริวัฒน์ฝากทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

32739 Total Views 8 Views Today
แสดงความคิดเห็น