คิดจะไปดวงจันทร์อย่าหยุดแค่ปากซอย พร้อม 3 ขั้นตอนไปสู่ SME ที่ประสบความสำเร็จ

ในยุคสมัยนี้ที่ธุรกิจ SME เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีสถิติรายงานมาว่าประเทศไทยของเรามี SME ประมาณ 2.7 ล้านราย แต่น่าเสียดายที่มีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยู่รอด ส่วนที่เหลือก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ในสงครามการตลาดอันโหดร้ายกันต่อไป

รวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เคยบอกเอาไว้ว่า ระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์นั้นอยู่ที่ประมาณ 384,000 กิโลเมตร แต่กระสวยอวกาศกลับใช้เชื้อเพลิงกว่าครึ่งหนึ่งในการผ่าน 1,000 กิโลเมตรแรก เพราะในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางต้องใช้พลังมหาศาล เพื่อผ่านแรงโน้มถ่วงโลกไปให้ได้ ก็เหมือนกับการทำธุรกิจที่จะเหนื่อยในช่วงแรกๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจะล้มเลิกก่อนจะพบกับความสำเร็จ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ รวิศ หาญอุตสาหะ เขียนหนังสือในชื่อ คิดจะไปดวงจันทร์อย่าหยุดแค่ปากซอย ออกมาเพื่อให้กำลังใจและชี้แนวทางให้กับ SME ไทย

โดยในหนังสือเล่มนี้ได้แบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ทั้งหมด 3 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ (1) จะหยุดอยู่แค่ปากซอย? ซึ่งได้เล่าเรื่องราวที่ให้กำลังใจให้กับผู้ทำ SME ทั้งเรื่องของ Malala Yousafzai หญิงสาวที่มีความมุ่งมั่นเรียกร้องสิทธิการศึกษาให้กับคนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่กับกลุ่มตาลีบันที่ทำร้ายเธอจนใบหน้าเสียโฉม Jamie Oliver เชฟอิตาลีผู้มีทรัพย์สินเกิน 10,000 ล้านบาท ที่เจออุปสรรคเป็นโรค Dyslexia ส่งผลให้เขามีปัญหาในการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก แต่สุดท้ายเขาก็ข้ามอุปสรรคนั้นมาได้จนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ มานำเสนอในบทนี้อีกมากมาย ซึ่งทุกคนล้วนแต่เจออุปสรรคที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาไม่เอาอุปสรรคเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างในการดำเนินชีวิต

(2) เตรียมตัวไปดวงจันทร์ ในบทนี้จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องรู้เมื่อเริ่มทำธุรกิจ เช่น การใช้สามัญสำนึก พลังสมอง พลังใจ ฯลฯ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจในบทนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของการใช้สามัญสำนึก ที่เล่าเรื่องราวของ CEO บริษัทผลิตยาสีฟันแห่งหนึ่ง ที่ทุ่มเงิน 250 ล้านให้กับการสร้างเครื่องจักรวัดน้ำหนักเอาไว้ใช้แยกความผิดพลาด เมื่อสายพานการผลิตเกิดมีปัญหาผลิตกล่องใส่ยาสีฟันเปล่าๆ คละไปกับกล่องที่มียาสีฟัน ซึ่งต่อมา CEO คนดังกล่าวก็ต้องทึ่งเมื่อพบว่าเด็กในโรงงานของตนนั้นแก้ปัญหานี้ โดยใช้แค่พัดลมเพียงตัวเดียวในการเป่ากล่องยาสีฟันเปล่าๆ ทิ้ง เพื่อไม่ให้กล่องดังกล่าวไปรวมกับกล่องที่มียาสีฟัน ซึ่งในหนังสือก็สรุปบทนี้ได้เป็นอย่างดี โดยยกคำคมของ Voltaire มาใช้ที่เขาเคยกล่าวว่า “สามัญสำนึกไม่ใช่เรื่องที่สามัญขนาดนั้น”

(3) ทางลัดสู่ดวงจันทร์ สังคมทุกวันนี้เราถูกออกแบบให้ทำในสิ่งที่คนอื่นๆ ทำตามกันมา ซึ่งในบทนี้จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับวิธีการสุดแหวกในการทำธุรกิจที่พาไปสู่ความสำเร็จ โดยในหนังสือเล่มนี้ได้ยกกรณีศึกษาของแบรนด์ต่างๆ มาให้เราได้อ่านกัน เช่น การลงโฆษณาของ The Mirror เมื่อปี 2000 Mike Tyson มีคิวต่อยกับ Julius Francis นักมวยรองบ่อนที่ยังไงก็แพ้ Mike Tyson ทาง The Mirror จึงถือโอกาสนี้โฆษณาแบรนด์ของตัวเองบนสังเวียน โดยติดต่อไปยัง Julius Francis เพื่อยื่นข้อเสนอให้ชื่อแบรนด์ของตนเองไปอยู่ตรงพื้นรองเท้าแลกกับเงิน 50,000 ดอลลาร์ ฟังดูอาจจะแปลกเพราะพื้นรองเท้าเป็นมุมอับสายตาที่ไม่มีใครสังเกตเห็นแน่นอน แต่แล้วใครล่ะจะรู้ว่าในไฟท์นั้น Julius Francis พลาดท่าโดน Mike Tyson ต่อยร่วงลงไปนอนกับพื้นถึง 5 ครั้ง ซึ่งตอนที่เขานอนอยู่นั้นกล้องก็ได้แพนไปที่พื้นรองเท้าจนเห็นคำว่า The Mirror ถูกเขียนอยู่ ทำให้ใครหลายคนที่ดูการชกของคู่นี้คุ้นชื่อของ The Mirror แม้กระทั่งคนพากย์มวยยังเอ่ยปากชม The Mirror ว่าเข้าใจทำการตลาดและธรรมชาติของกีฬามวยเป็นอย่างดี

ทั้งนี้นอกจากตัวอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในหนังสือเล่มนี้ยังมีกรณีศึกษาของแบรนด์ต่างๆ อีกมากมายรอให้คอหนังสือได้อ่านกันด้วยเนื้อหาทั้งหมด 300 กว่าหน้า 35 บทย่อย โดยคอหนังสือสามารถอ่านได้เพลินๆ พร้อมกับได้รับพลังใจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถหาหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

517 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น